
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงคดีบัตรเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่า เป็นคดีที่อยู่ในกระบวนการไม่ว่าจะศาลชั้นไหนก็แล้วแต่ และตามปรากฏเป็นข่าวเราก็ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญให้เราชี้แจงในประเด็นอะไรใดและเวลาใดบ้าง แต่ยืนยันว่าเราทำตามหน้าที่ ที่ทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตและเที่ยงธรรม และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งเรามีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดและเมื่อมีข้อสงสัยของประชาชนได้นำไปร้อง ก็เป็นกระบวนการที่เราต้องไปชี้แจงว่าเราทำเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ เพราะที่ไปศาลรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาเรื่องความชอบของรัฐธรรมนูญ และอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของศาล
เมื่อถามว่าทางศาลรัฐธรรมนูญได้ส่งให้ทางกกต.ชี้แจงข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ตอนนี้เราเป็นผู้ถูกร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญตามที่ปรากฏเป็นข่าว ตามศาลรัฐธรรมนูญจะให้ กกต. ชี้แจง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับเอกสารและไม่ทราบในเรื่องของรายละเอียด
เมื่อถามว่าถ้าถึงกรณีที่ต้องชี้แจงและอาจจะต้องให้มีการจำลองเหตุการณ์ในการเลือกตั้งโดยการใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดในการสแกน กกต.เห็นว่าจะต้องจำลองเพื่อให้พิสูจน์เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ว่ามันไม่สามารถนำสู่ต้นขั้วได้จริงๆ นายแสวง กล่าวว่า เราทำหน้าที่ตามกฎหมาย คือ การลงคะแนนต้องเป็นไปโดยลับ การเลือกตั้งต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับในตอนนี้มันยังลับ และเราได้ทำตามหน้าที่ของเราแล้ว ส่วนการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมาดูประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้แจงว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าในคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง หาพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งทางพยานหลักฐานด้วย ทางภาคประชาชนและอดีต กกต. บอกว่าจะเอาข้อมูลที่ทำการจำลองการเลือกตั้งที่สภาไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าเป็นหลักฐานที่นำมาต่อสู้ได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องของการต่อสู้คดี แต่สิ่งที่มันดีคือการไปถึงศาลรัฐธรรมนูญมันจะเกิดความชัดเจนคงต้องรอวันนั้น
เมื่อถามว่าถ้าเหตุการณ์สามารถนำไปสู่ต้นขั้วหรืออาจจะเป็นความไม่ลับเกิดขึ้นโดยที่ กกต.ไม่ได้ตั้งใจแต่อาจจะเกิดความไม่ลับเกิดขึ้นและหากเป็นโมฆะจะส่งผลอย่างไรต่อ กกต. หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า มันยังไม่ถึงตรงนั้น รอไปจนถึงกระบวนการและในทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ และมันจะลับต่อไปอยู่แบบนั้น โดยยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ที่ศาล เรามีหน้าที่ในส่วนของเรา
ส่วนในคดีที่ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ดำเนินการยื่นฟ้องดำเนินคดีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทาง กกต.มีการเตรียมรับมืออย่างไร นายแสวง กล่าวว่า ในช่วงที่มีการเลือกตั้งน่าจะถูกฟ้องอยู่หลายคดี แต่ทางสำนักงานเรายืนยันว่าเราทำกฏหมายและทำตามหน้าที่ เพราะเรามีหน้าที่ปกป้องให้การเลือกตั้งสุจริตและทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ
เมื่อถามว่ามั่นใจว่ากระบวนการเป็นความลับแต่ทำไมบัตรเลือกตั้งครั้งใหม่ถึงไม่มีรหัสที่ขั้วบัตรออกมา นายแสวง ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว แต่ระบุว่า จริงๆ บัตรเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. เพียงแต่เราต้องปกป้องการเลือกตั้ง และต้องทำให้สำเร็จคือการเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งในอดีตหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรก็ต้องส่งไปกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อพิสูจน์ลายนิ้วมือ แต่เมื่อเทคโนโลยีทันสมัยขึ้น ก็สามารถใช้วิธีการเพื่อป้องกันความสุจริตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพิสูจน์ลายนิ้วมือ ซึ่งอันที่จริงแล้วผู้ที่ไปพิสูจน์ว่าสามารถสแกนได้หรือไม่ก็ไม่ใช่ผู้ที่มีหน้าที่ในการพิสูจน์
เมื่อถามว่าหากมีการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป คือการเลือก ผู้ว่าฯกทม. จะมีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า จริงๆ ตอนปี 2566 ก็มีมาอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ยังตอบไม่ได้อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง
Advertisement