
หลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์เดียวกัน คือหลังสระผมเสร็จต้องรีบออกจากบ้าน แต่ผมยังเปียกอยู่ การปล่อยให้ผมแห้งเองอาจใช้เวลานานเกินไป จึงต้องพึ่ง ไดร์เป่าผม เป็นตัวช่วยหลัก อย่างไรก็ตาม หากใช้ไม่ถูกวิธี อาจทำให้ผมแห้งเสีย ชี้ฟู หรือขาดความเงางามได้
ความจริงแล้ว การเป่าผมให้แห้งเร็วพร้อมกับรักษาความดูสุขภาพดีของเส้นผมนั้นทำได้ไม่ยาก เพียงปรับวิธีการเป่าและเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสม บทความนี้จะมาแชร์เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณเป่าผมได้ไวขึ้น แต่ยังคงความนุ่มลื่น ดูเงางามเหมือนออกจากซาลอนทุกวัน
หลายคนมักหยิบไดร์เป่าผมมาใช้ทันทีหลังสระผมเสร็จ ทั้งที่ผมยังมีน้ำหยดอยู่ วิธีนี้ทำให้ต้องใช้ความร้อนนานขึ้นโดยไม่จำเป็น
วิธีที่ดีคือควรใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับผมเบา ๆ ก่อน เพื่อดูดซับน้ำส่วนเกินออกให้มากที่สุด โดยไม่ควรถูผมแรง ๆ เพราะจะทำให้เกล็ดผมเปิดและเกิดการชี้ฟูได้
เมื่อผมอยู่ในสภาพ “หมาด” แทนที่จะ “เปียก” การใช้ไดร์จะช่วยให้ผมแห้งเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังช่วยลดความเสียหายจากความร้อนอีกด้วย
อีกหนึ่งเคล็ดลับที่หลายคนมองข้ามคือการหวีผมก่อนเป่า การใช้หวีซี่ห่างหรือหวีสำหรับผมเปียก จะช่วยคลายปมผมที่พันกัน ทำให้ลมจากไดร์เป่าผมกระจายได้ทั่วเส้นผม
ข้อดีของการทำแบบนี้คือ
● ผมแห้งสม่ำเสมอ
● ลดเวลาการเป่าผม
● ลดการดึงรั้งเส้นผมระหว่างการจัดทรง
ผลลัพธ์คือผมที่ดูเรียบลื่นมากขึ้นหลังเป่าเสร็จ
หากคุณมีผมหนาหรือผมยาว การเป่าผมทั้งศีรษะพร้อมกันอาจใช้เวลานานมาก วิธีที่ช่างทำผมมืออาชีพใช้คือ การแบ่งผมเป็นส่วน ๆ เริ่มจาก
● แบ่งผมเป็น 2–4 ส่วน
● ใช้กิ๊บหนีบผมส่วนที่ยังไม่เป่า
● เป่าทีละช่อจากด้านล่างขึ้นด้านบน
วิธีนี้ช่วยให้ลมจาก ไดร์เป่าผม เข้าถึงเส้นผมทุกส่วนได้ง่าย ทำให้ผมแห้งเร็วขึ้น และจัดทรงได้ง่ายกว่าเดิม
การจ่อไดร์ใกล้เส้นผมมากเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผมแห้งเสีย
ระยะที่เหมาะสมคือประมาณ 15–20 เซนติเมตรจากเส้นผม เพื่อให้ลมร้อนกระจายตัวก่อนสัมผัสเส้นผมโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดการทำร้ายเกล็ดผมและช่วยให้ผมดูเงางามมากขึ้น
นอกจากนี้ ควรเคลื่อน ไดร์เป่าผม ไปเรื่อย ๆ ไม่ควรเป่าจุดเดิมนานเกินไป
ทิศทางลมมีผลต่อความเรียบลื่นของเส้นผมอย่างมาก หากเป่าลมย้อนขึ้นไป อาจทำให้เกล็ดผมเปิดและเกิดความชี้ฟู
เทคนิคที่ถูกต้องคือ
เป่าจากโคนผมลงสู่ปลายผม
การใช้ ไดร์เป่าผม ในทิศทางเดียวกับเกล็ดผม จะช่วยให้เส้นผมเรียงตัวสวย ดูเงางาม และลดการพันกันของเส้นผมได้ดี
หลายคนมักใช้ความร้อนสูงสุดตลอดเวลาเพื่อให้ผมแห้งเร็ว แต่จริง ๆ แล้ววิธีนี้อาจทำให้ผมแห้งเสียสะสมได้
เทคนิคที่แนะนำคือ
● เริ่มต้นด้วยลมอุ่น
● เมื่อผมเริ่มแห้ง ให้สลับลมเย็น
ลมเย็นจาก ไดร์เป่าผม จะช่วยปิดเกล็ดผม ทำให้ผมดูเรียบลื่นและเงางามมากขึ้น คล้ายกับการเซ็ตผมในร้านทำผม
อุปกรณ์ที่ดีช่วยให้การเป่าผมง่ายขึ้นมาก ปัจจุบันไดร์เป่าผมรุ่นใหม่ ๆ มาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยปกป้องเส้นผม เช่น การควบคุมอุณหภูมิ หรือลมที่ช่วยลดไฟฟ้าสถิต
การเลือกไดร์ที่มีคุณภาพดีไม่เพียงช่วยให้ผมแห้งไวขึ้น แต่ยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นและความเงางามของเส้นผมในระยะยาว
อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญคือ อย่าเป่าผมจนแห้งสนิท 100% ควรหยุดเป่าเมื่อผมแห้งประมาณ 90–95% แล้วปล่อยให้แห้งเองเล็กน้อย วิธีนี้ช่วยรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของเส้นผม ทำให้ผมดูมีชีวิตชีวา ไม่แห้งกระด้าง
การใช้ไดร์เป่าผมอย่างพอดีจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผม
การเป่าผมให้แห้งไวไม่จำเป็นต้องแลกกับผมเสียเสมอไป หากใช้เทคนิคที่ถูกต้อง เช่น
● ซับผมให้หมาดก่อนเป่า
● หวีผมให้คลายตัว
● แบ่งผมเป็นส่วน ๆ
● เป่าจากโคนลงปลาย
● ใช้ลมอุ่นสลับลมเย็น
● เลือกไดร์เป่าผมที่มีคุณภาพ
เพียงปรับพฤติกรรมเล็กน้อย การเป่าผมทุกวันก็สามารถกลายเป็นขั้นตอนดูแลเส้นผมที่ช่วยให้ผมแห้งไว เรียบลื่น และดูสุขภาพดีได้ในเวลาเดียวกัน
ถ้าเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม พร้อมใช้เทคนิคเหล่านี้เป็นประจำ คุณจะได้ผมสวยเงางามทุกครั้งหลังสระผม โดยไม่ต้องเสียเวลาอยู่หน้ากระจกนานเหมือนที่ผ่านมา
Advertisement