
วันที่ 21 เม.ย. 69 นาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ถึงบทบาทกับพรรคประชาชน ว่า ปกติก็เป็นคนนอกอยู่แล้ว ถ้าตามกฏหมายตนยุ่งกับพรรคประชาชนไม่ได้ เพราะโดนตัดสิทธิ์ แต่แน่นอนที่สุดมันเป็นมนุษย์ ทุกคนทำความรู้จักกัน ก็มีการพูดคุยกันนอกรอบบ้าง แต่ก็เป็นอำนาจของคณะผู้บริหารพรรคแต่ละรุ่น
“ปกติ พรรคประชาชนจะมาใช้บริการผมก็ตอนเป็นผู้ช่วยหาเสียง แล้วเชิญผมไปบรรยายเป็นครั้งคราว ฤดูกาลมันจบแล้ว เขาก็กลับเข้าไปทำหน้าที่กัน มันก็หมดภารกิจของผมเท่านั้นเอง อย่างไรผมก็เลือกพรรคนี้ไปเรื่อยๆ“ นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตร ประเมินว่า ถึงเวลาครบ 10 ปีที่ตนโดนตัดสิทธิ์การเมือง อาจจะมีกลเม็ดเด็ดพลาย นิติสงครามมาขัดขวางตนหรือเพื่อนอีกหลายคนหรือไม่ ด้วยสภาพการแบบนี้ คดีจริยธรรมขอบเขตมันกว้างมาก ย้อนอดีตอนาคต ตีความกว้างขวางมาก ตนเชื่อได้เลยว่าถ้าวันไหนพ้นโทษ จะต้องมีบรรดากลุ่มนักร้องไปร้องทิ้งไว้อีก พร้อมกับยกกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ที่ถูกนำรูปซึ่งถ่ายเมื่อสมัยเรียนจบมายื่นร้องตัดสิทธิ์จริยธรรม ช่องทางนี้จะทำให้นักร้องสามารถเด็ดนักการเมืองได้ ทำให้กลุ่มชนชั้นนำที่ไม่ชอบคนนั้นคนนี้ ก็ใช้ช่องนี้ในการจัดการ
นายปิยบุตร ระบุว่า เรื่องคดีจริยธรรมตนมองมากกว่าเรื่องกฎหมายแล้ว ตนมองถึงเรื่องสัมพันธภาพทางอำนาจ กลุ่มคนที่ถือครองอำนาจมาอย่างยาวนาน เขาอาจจะไม่ชอบตนหรือไม่ เว้นแต่ว่าเราจะเข้าไปสวามิภักดิ์หรือร่วมอยู่ในระบบแบบเขา ตนมองว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมไม่จำเป็นต้องเป็นนักการเมืองก็ได้ ยืนยันว่าตนไม่ได้มีอำนาจอยู่ในคณะผู้บริหารชุดนี้ ถ้าหากมีอยู่เบื้องหลัง MOA จริง จะต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว
เมื่อถามว่าหากภูมิใจไทยมาชวนไปร่วมรัฐบาล จะร่วมหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า การไปร่วมครั้งนี้ก็จะเหนื่อย อาจจะพัง แต่ถ้าไปรอบที่แล้ว (รอบMOA) อาจจะไม่พัง เนื่องจากรอบนี้ได้ที่สอง แล้วแพ้เขาเยอะ และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค พูดทุกเวทีชัดเจนมากว่าถ้าเป็นที่สองก็พร้อมจะเป็นฝ่ายค้าน แล้วถ้าไปร่วมรัฐบาลตนนึกสภาพออกเลยว่าไม่สามารถนำเขาได้ อาจจะได้มา 7-8 กระทรวง ทำแล้วเกิดหรือไม่เกิดก็ไม่รู้ แต่คะแนนนิยมคุณมีแต่ลงกับลง
เมื่อถามว่าวันที่ 8 ก.พ. เสียใจมากหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า “ผิดคาด ผมประเมินไปเรื่อยๆ ดูผลโพลไปเรื่อยๆ แล้วก็เริ่มคิดแล้วว่า 200 เสียง หรือ 180 เสียง ไม่น่าจะถึง แต่คิดว่าน่าจะเป็นที่หนึ่ง อาจจะมากกว่าพรรคภูมิใจไทยสัก10-15 เสียง แต่พอมาเจอผลเลือกตั้งจริงแล้วแพ้เยอะเกินไป ซึมไปหลายวันเหมือนกัน ซึมว่าทำไมแพ้เยอะ แล้วก็คิดว่าเหตุผลมาจากเรื่องอะไร”
Advertisement