
วันที่ 4 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งเหตุระทึกขวัญ มีเรือล่มและผู้จมน้ำสูญหายบริเวณปากอ่าวแม่กลอง ม.1 ต.บางจะเกร็ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จึงรีบระดมกำลังนำเรือยางและเจ็ตสกี ออกปฏิบัติการค้นหาอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางสภาพอากาศที่ปิดและมีลมพายุพัดแรง
โดยเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมค้นหาทั้งในแม่น้ำแม่กลองและบริเวณปากอ่าว ครอบคลุมรัศมีกว่า 10 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากเผชิญกับอุปสรรคสำคัญคือกระแสลมที่พัดแรงจัดในช่วงน้ำขึ้น ประกอบกับคลื่นลมในทะเลที่มีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเข้าสู่ช่วงหัวค่ำทัศนวิสัยเริ่มมืดสนิท เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องยุติการค้นหาชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย และเตรียมแผนเริ่มปฏิบัติการค้นหาอีกครั้งในเช้าวันพรุ่งนี้(5พ.ค.69)
ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงคราม กำลังเร่งสืบสวนหาตัวบุคคลที่สูญหายเพื่อติดตามญาติมาให้ปากคำและยืนยันตัวตนต่อไป
จากการตรวจสอบโดยรอบจุดเกิดเหตุ ห่างไปประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่พบเรือไฟเบอร์ลำหนึ่งลอยเคว้งอยู่กลางน้ำ ภายในเรือพบมีสัตว์ทะเลอยู่จำนวนหนึ่ง จึงได้ทำการลากมาเทียบไว้ที่ท่าน้ำแห่งหนึ่งเพื่อตรวจสอบ
นายพล หรือ ไต๋น้อย บุญมาก อายุ 55 ปี ไต๋เรือคาดหอยที่เห็นเหตุการณ์ เล่านาทีวิกฤตว่า ขณะที่ตนกำลังดูเรือของลูกน้องและถ่ายคลิปอยู่ ได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือมาจากทางร้านอาหาร เมื่อหันไปก็พบคนกำลังจมน้ำอยู่ต่อหน้าต่อตา โดยผู้สูญหาย สวมหมวกโม่งสีชมพู ตนจึงรีบสั่งให้ลูกน้อง 2 คนกระโดดลงไปช่วยอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากกระแสน้ำแรงทำให้ช่วยไว้ไม่ทัน ร่างชายคนดังกล่าวจมดิ่งหายไปในที่สุด
ด้านแม่ครัวร้านอาหารที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าด้วยความตกใจว่า ตนกำลังทำงานอยู่และได้ยินลูกค้าในร้านตะโกนบอกว่ามีคนจมน้ำ เมื่อวิ่งออกมาดูก็เห็นผู้สูญหายพยายามตะเกียกตะกายและร้องบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว" ตอนนั้นมีคนพยายามยื่นไม้ไผ่ไปให้หวังจะช่วยชีวิตแต่ก็คว้าไม่ถึง ประกอบกับพายุลมแรงและคลื่นที่ซัดแรงมาก ทำให้ร่างของเขาถูกพัดจมหายไปต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์
Advertisement