Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ซัดกันเดือด ICE ยิงหญิงอเมริกันเสียชีวิต คลิปชี้เจ้าหน้าที่ทำเกินเหตุ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ซัดกันเดือด ICE ยิงหญิงอเมริกันเสียชีวิต คลิปชี้เจ้าหน้าที่ทำเกินเหตุ

8 ม.ค. 69
12:25 น.
แชร์

กลางดึกคืนที่ผ่านมา (7 มกราคม 2026) เกิดเหตุสลดบริเวณเขตที่พักอาศัยในเมืองมินนิแอโพลิส รัฐมินนิโซตา เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ICE ได้ใช้อาวุธปืนยิงหญิงชาวอเมริกันรายหนึ่งจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตามรายงานระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 23:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติภารกิจติดตามตัวบุคคลตามหมายจับในพื้นที่ แต่สถานการณ์กลับบานปลายจนมีการลั่นไกเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเร่งตรวจสอบลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียดว่า มีการปะทะหรือแรงจูงใจใดที่นำไปสู่การสูญเสียครั้งนี้

สำนักข่าว CNN รายงานความคืบหน้าโดยระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตคือ นางเรเน่ นิโคล กู๊ด วัย 37 ปี ด้านวุฒิสมาชิกสมิธได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X แสดงความเสียใจและระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ที่มีบุตรวัยเพียง 6 ขวบ ซึ่งตอนนี้ต้องกำพร้าแม่ ข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและตั้งคำถามอย่างหนักจากคนในพื้นที่ เนื่องจากผู้ตายไม่ใช่เป้าหมายหลักในการจับกุมตัวตามภารกิจของ ICE ในคืนนั้น 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สังคมอเมริกันกำลังถกกันเดือด เนื่องจากกระทรวงความมั่นคงสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงว่า เจ้าหน้าที่ทำถูกต้องตามที่ได้รับการฝึกฝนแล้ว แต่พยานผู้เห็นเหตุการณ์พร้อมคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ออกมาดูจะสวนทางกับสิ่งที่รัฐมนตรีฯ แถลงปกป้องลูกน้อง! ชาวอเมริกันในพื้นที่ดังกล่าวรวมตัวกันออกมาไว้อาลัย ขณะที่สส. ฝ่ายค้านจวกกระทรวงฯ เละว่าไม่ควรมีปฏิบัติการนี้แต่แรก

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ในวินาทียิง

เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพครั้งใหญ่ที่ทางกระทรวงความมั่นคงสหรัฐฯ หรือ DHS ส่งเจ้าหน้าที่ ICE กว่า 2,000 นายลงพื้นที่เมืองมินนิแอโพลิส เพื่อจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมือง ในเช้าวันที่ 7 มกราคม เจ้าหน้าที่กำลังล้อมรถ Honda Pilot ของเธอ โดยอ้างว่าเธอ "ขวางเส้นทางปฏิบัติงาน" และพยายามขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงระบุว่า เป็นการป้องกันตัวและเป็น "การก่อการร้ายในประเทศ"

อย่างไรก็ตาม พยานและคลิปวิดีโอในที่เกิดเหตุระบุว่า เธอพยายามขับรถถอยหลังเพื่อออกจากวงล้อม แต่เจ้าหน้าที่กลับยิงใส่ศีรษะเธอ 3 นัดผ่านกระจกหน้า ทั้งที่เธอ ไม่ใช่เป้าหมายในการจับกุม แต่เป็นพลเมืองอเมริกันที่อาศัยอยู่แถวนั้น 

นอกจากนี้ มีพยานและวิดีโอคลิปแสดงให้เห็นว่า หลังจากเกิดการยิง รถของเจ้าหน้าที่ ICE ได้จอดขวางถนน จนทำให้รถพยาบาลไม่สามารถเข้าถึงตัวนางเรเน่ได้ในทันที พยานในเหตุการณ์ระบุว่า ต้องรอเกือบ 10 นาที กว่าที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเดินเท้าเข้ามาถึงตัวเธอได้ เนื่องจากติดรถของหน่วย ICE ที่ปิดล้อมพื้นที่อยู่ ทำให้เกิดคำถามว่า ICE เจตนาขัดขวางการช่วยเหลือทางการแพทย์หรือไม่

คำแถลงจุดชนวนความโกรธแค้น

คริสตี โนเอม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ได้ออกมาแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแสดงท่าทีปกป้องการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน เธอยืนยันว่าสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในขณะนั้นมีความเสี่ยงและอันตรายสูง พร้อมทั้งเรียกร้องให้สาธารณชนรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการก่อนจะตัดสินการกระทำของเจ้าหน้าที่

เธอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ ICE คนดังกล่าวทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ โดยกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ใช้การยิงเพื่อป้องกันตัวเพราะรู้สึกว่าชีวิตตกอยู่ในอันตราย ยิ่งไปกว่านั้น โนเอมระบุในแถลงการณ์ว่า การที่นางเรเน่ กู๊ด ใช้รถยนต์พยายามขับออกจากวงล้อมของเจ้าหน้าที่ ถือเป็นการ "ใช้อาวุธ (รถยนต์) เพื่อพยายามสังหารเจ้าหน้าที่" และเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น "การก่อการร้ายในประเทศ" ซึ่งเป็นคำที่รุนแรงมากสำหรับพลเมืองอเมริกันที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมและมีลูกเล็ก

จุดที่ทำให้คนรับไม่ได้มากที่สุดคือ การที่เธอบอกว่า "เหตุการณ์นี้สามารถป้องกันได้ หากเหยื่อยอมทำตามคำสั่งเจ้าหน้าที่แต่แรก" ซึ่งเป็นการโยนความผิดให้ผู้เสียชีวิตทั้งหมด ทั้งที่มีรายงานว่า เธออาจจะตกใจ เพราะจู่ๆ มีกลุ่มชายชุดดำติดอาวุธมาล้อมรถท่ามกลางพายุหิมะ

โนเอมยังเผยข้อมูลเพื่อสร้างความชอบธรรมให้เจ้าหน้าที่ว่า เจ้าหน้าที่คนเดิมนี้ "เคยถูกลากไปกับรถ" ในเหตุการณ์ประท้วงต่อต้าน ICE เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ทำให้เขามีภาวะระแวดระวังสูง ต่อการถูกรถพุ่งชน ซึ่งฝ่ายตรงข้ามมองว่า หากเจ้าหน้าที่มีอาการทางจิตใจจากเหตุการณ์เก่า ก็ไม่ควรถูกส่งมาปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงแบบนี้

รวมถึงเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขียนบนเว็บไซต์ X ว่า การเสียชีวิตของเรเน่ นิโคล กู๊ด ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ ICE ยิงเสียชีวิตนั้น เป็น "โศกนาฏกรรมที่เธอสร้างขึ้นเอง" นอกจากนี้ แวนซ์ยังแสดงการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ ICE โดยกล่าวว่า “ผมอยากให้เจ้าหน้าที่ ICE ทุกคนรู้ว่า ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และคณะบริหารทั้งหมดให้การสนับสนุนพวกเขา”

เสียงค้านจากปากพยาน

พยานผู้เห็นเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ ICE ยิงสังหารผู้หญิงคนหนึ่งในรถยนต์ระบุว่า เธอไม่ได้มีท่าทีว่าขับรถอย่างเกรี้ยวกราดแต่อย่างใด พร้อมกับเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการใช้กำลังโดยไม่จำเป็น เพื่อเป็นการตอบโต้ต่ออันตรายที่จินตนาการขึ้นมาเอง

เทรเวอร์ ไฮต์แคมป์ ได้ออกมาโต้แย้งคำกล่าวอ้างของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ลั่นไกปืนเพื่อป้องกันตัว ซึ่งความเห็นของเขาเป็นไปในทิศทางเดียวกับเจ้าหน้าที่ระดับรัฐและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยชาวเมืองมินนิแอโพลิสรายนี้อยู่ที่หน้าบ้านของเขาพอดีในตอนที่เริ่มได้ยินเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ถัดไปบนถนน ซึ่งนั่นทำให้เขาตัดสินใจบันทึกวิดีโอไว้

ไฮต์แคมป์เล่าให้ CNN ฟังว่า เมื่อเขาเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุมากขึ้น เขาเห็นรถ SUV สีแดงคันหนึ่งจอดขวาง "ในลักษณะเกือบจะขวางลำถนน" เพื่อสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ ICE ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตะโกนสั่งให้คนขับเคลื่อนย้ายรถ รถคันนั้นถอยหลังอย่างช้า ๆ และเริ่มขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ เช่นกัน ในขณะที่กลุ่มผู้เห็นเหตุการณ์พากันตะโกนประท้วง

ไฮต์แคมป์เล่าต่อว่า จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด หรืออาจจะ 5 นัด และหลังจากนั้นรถก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า เพราะเหยื่อได้รับบาดเจ็บ และเท้าของเธอคงจะเหยียบลงไปบนคันเร่ง" หลังจากนั้นรถคันดังกล่าวได้พุ่งชนกับรถอีกคันที่จอดอยู่ใกล้ ๆ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ ICE เก็บอาวุธปืนกลับเข้าซองปืนของตนเอง 

เจ้าหน้าที่ในที่เกิดเหตุต่างตะโกนว่า "ไม่มีชีพจรแล้ว!" ซึ่งในขณะนั้นเอง มีชายคนหนึ่งที่ระบุว่า ตนเองเป็นแพทย์ ได้บอกให้เจ้าหน้าที่ปล่อยให้เขาเข้าไปดำเนินการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ไฮต์แคมป์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิเสธข้อเสนอของเขา โดยตะคอกสั่งให้หมอ "ถอยไป" ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ถึง 3 นาที ก่อนที่หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินจะเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ

นักการเมืองจี้หนัก ยื่นถอดถอน รวม. ความมั่นคง

นายกเทศมนตรี เจค็อบ เฟรย์ ออกแถลงการณ์ที่ดุเดือดที่สุด โดยกล่าวว่า สิ่งที่ ICE และ DHS พยายามปั้นเรื่องว่าเป็นการป้องกันตัวนั้นเป็น "เรื่องโกหกทั้งเพ"เขาเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ ICE ไม่ได้มาเพื่อสร้างความปลอดภัย แต่มาเพื่อสร้างความหวาดกลัวและทำลายความเชื่อมั่นในชุมชน อีกทั้งยังประกาศกร้าวผ่านสื่อถึงหน่วย ICE ว่า "ออกไปจากเมืองมินนิแอโพลิสเดี๋ยวนี้"

ด้านนายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ออกมาเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อคำแถลงจากรัฐบาลกลาง เขาเรียกการแถลงของ DHS ว่า เป็นเครื่องจักรโฆษณาชวนเชื่อ วอลซ์ยืนยันว่าเขาได้เห็นวิดีโอหลักฐานแล้ว และสิ่งที่เห็นขัดแย้งกับสิ่งที่รัฐบาลพูดอย่างสิ้นเชิง เขาให้สัญญาว่าจะมีการสอบสวนจากฝั่งรัฐ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม โดยไม่พึ่งพิงการสอบสวนจากหน่วยงานกลางเพียงอย่างเดียว

นักการเมืองพรรคเดโมแครตหลายราย นำโดย ส.ส. เดเลีย รามิเรซ และคนอื่นๆ ได้เรียกร้องให้นางคริสตี โนเอม ลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่า เธอไม่มีความซื่อสัตย์และใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการปกป้องความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ มีการเรียกเธอว่าเป็น "ความอับอายของประชาธิปไตย" และขู่ว่า จะดำเนินการกระบวนการถอดถอน เนื่องจากเธอละเมิดรัฐธรรมนูญและบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเกลียดชังต่อพลเมืองอเมริกัน

ประชาชนหลายร้อยคนได้รวมตัวกันทันทีในจุดเกิดเหตุที่พอร์ตแลนด์แวนิว ต่อมาในช่วงค่ำจำนวนผู้ประท้วงได้เพิ่มขึ้นเป็น "หลายพันคน" ทั้งในมินนิแอโพลิส และมีการขยายตัวไปยังเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก ชิคาโก และวอชิงตัน ดี.ซี. บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้ใช้ แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย เพื่อสลายการชุมนุมและเปิดทางให้รถของเจ้าหน้าที่เคลื่อนที่ได้ ขณะที่ฝั่งผู้ประท้วงบางส่วนตอบโต้ด้วยการขว้างปาหิมะและเป่านกหวีดประท้วงตามท้องถนน

ล่าสุด นายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ได้ออกคำสั่ง "Warning Order" ให้กองกำลังพิทักษ์ชาติรัฐมินนิโซตาเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดสำหรับการระดมพล หากสถานการณ์การประท้วงบานปลายจนเกิดความวุ่นวายและการทำลายทรัพย์สิน

แชร์
ซัดกันเดือด ICE ยิงหญิงอเมริกันเสียชีวิต คลิปชี้เจ้าหน้าที่ทำเกินเหตุ