Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Amazonหุ้นร่วงกว่า11% แม้ผลประกอบการAWSดี แผนลงทุนAIทำพิษ หวั่นฟองสบู่
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Amazonหุ้นร่วงกว่า11% แม้ผลประกอบการAWSดี แผนลงทุนAIทำพิษ หวั่นฟองสบู่

6 ก.พ. 69
13:52 น.
แชร์

Amazon เผชิญแรงเทขายจากนักลงทุนอย่างรุนแรง หลังเปิดเผยแผนใช้งบลงทุน (capital expenditures: capex) สูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2569 เพื่อเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสูงกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ราวหนึ่งในสาม แต่ยังสะท้อนการตัดสินใจ “เร่งเครื่องเต็มกำลัง” ของบริษัทในการแข่งขันด้าน AI และคลาวด์ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่าการทุ่มทุนมหาศาลอาจยังไม่สร้างผลตอบแทนสอดคล้องกับเงินลงทุน และเสี่ยงก่อฟองสบู่รอบใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

ผลกระทบจากแผนลงทุนครั้งนี้ปรากฏชัดเจนทันทีผ่านราคาหุ้น Amazon ที่ดิ่งลงถึง 11-11.5% ในช่วงซื้อขายหลังปิดตลาดที่นิวยอร์ก และยิ่งทำให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นเมื่อบริษัทประกาศว่า งบลงทุนในปี 2569 จะพุ่งขึ้นกว่า 50% จากเกือบ 1.3 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2568 ทั้งที่ปีนี้ Amazon ก็ทุ่มเงินไปกับการสร้างศูนย์ข้อมูลไปเป็นจำนวนมากแล้ว ในขณะที่เดิมนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าบริษัทจะใช้งบประมาณลงทุนในปี 2569 แค่ราว 1.5 แสนล้านดอลลาร์เท่านั้น

ช่องว่างจากตัวเลขที่คาดการณ์ไว้นี้จึงทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความเสี่ยงและความเหมาะสมของจังหวะเวลาในการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งนี้

ผลการดำเนินงาน Amazon: AWS ยังเป็นหัวใจ แต่ภาพรวมธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณเปราะบาง

ระหว่างการประชุมชี้แจงผลประกอบการ Andy Jassy ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Amazon พยายามอธิบายว่าการลงทุนระดับนี้ไม่ใช่การ “เร่งเกินจำเป็น” แต่เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับอุปสงค์ด้านพลังประมวลผลจากศูนย์ข้อมูลที่บริษัทเชื่อว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

เขาระบุว่า Amazon จะเพิ่มการใช้จ่ายในหลายมิติพร้อมกัน ทั้งชิป AI ที่พัฒนาขึ้นเอง ระบบหุ่นยนต์ในคลังสินค้า โครงสร้างพื้นฐานด้านอัตโนมัติ และดาวเทียมวงโคจรต่ำ (low Earth orbit) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวในการลดต้นทุนต่อหน่วยและควบคุมเทคโนโลยีแกนหลักด้วยตนเอง

ในส่วนของธุรกิจคลาวด์ AWS บริษัทเน้นย้ำว่านักลงทุนควรประเมินผลการดำเนินงานผ่าน “ขนาดฐานรายได้” มากกว่าการมองเพียงอัตราการเติบโตเชิงเปอร์เซ็นต์ โดย AWS เติบโตปีต่อปี 24% บนฐานรายได้ที่เมื่อคิดเป็นอัตรารายปีแล้วสูงถึงราว 142,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งบนฐานที่ใหญ่มากแล้ว

ในไตรมาสที่สี่ รายได้ของ AWS เพิ่มขึ้นเป็น 35,600 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาด และถือเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส ตัวเลขดังกล่าวยิ่งมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการแข่งขันในตลาดคลาวด์และ AI ที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคู่แข่งรายสำคัญยังคงรายงานอัตราการเติบโตที่สูงกว่า แต่บนฐานรายได้ที่เล็กกว่า

แม้ AWS จะคิดเป็นเพียง 15-20% ของยอดขายรวม ของ Amazon แต่กลับสร้างกำไรจากการดำเนินงานมากกว่า 60% ของทั้งบริษัท ทำให้ธุรกิจคลาวด์ยังคงเป็นหัวใจของการสร้างมูลค่า อย่างไรก็ตาม Amazon ยอมรับว่าบริษัทยังตามหลังคู่แข่งบางรายในแง่การลงนามสัญญาขนาดใหญ่เพื่อจัดหาพลังประมวลผลให้ผู้เล่นด้าน AI รายใหญ่ ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและต้องใช้กำลังการผลิตจำนวนมากในระยะสั้น

ในเชิงความร่วมมือ Amazon มีสถานะทั้งในฐานะนักลงทุนและผู้ให้บริการคลาวด์แก่ Anthropic และในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทได้ทำข้อตกลงมูลค่า 38,000 ล้านดอลลาร์กับ OpenAI พร้อมอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าลงทุนเพิ่มเติม โดยผู้บริหารระบุชัดว่าบริษัทมีเป้าหมายจะ “ขยายความร่วมมือ” ในระยะยาว ขณะเดียวกัน AWS ได้เพิ่มกำลังการผลิตศูนย์ข้อมูลอีก 4 กิกะวัตต์ ในช่วงปีที่ผ่านมา และมีมูลค่างานสัญญาคลาวด์คงค้าง (backlog) สูงถึง 244,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 200,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนว่าอุปสงค์ของลูกค้าเติบโตเร็วกว่าความสามารถในการขยายกำลังการผลิต

ในภาพรวม ผลประกอบการของ Amazon ยังออกมา “อ่อนกว่าที่ตลาดคาด” แม้คลาวด์จะแข็งแกร่ง โดยกำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจ (ครอบคลุมโฆษณา คลาวด์ ค้าปลีก และสื่อ) อยู่ที่ 21,200 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนธันวาคม ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้รวมเพิ่มขึ้น 14% เป็น 213,400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกมีรายได้ 141,700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของวอลล์สตรีทในช่วงเทศกาลจับจ่ายปลายปี

นอกเหนือจากคลาวด์ Amazon ยังเดินหน้าลงทุนในอีคอมเมิร์ซอย่างหนัก ตั้งแต่การขยายบริการไปยังพื้นที่ชนบทในสหรัฐ การเพิ่มศักยภาพการจัดส่งภายในวันเดียวและวันถัดไป ไปจนถึงการรุกตลาดอาหารสด ขณะเดียวกัน บริษัทบันทึกการด้อยค่าสินทรัพย์ 610 ล้านดอลลาร์จากหน่วยร้านค้าจริงที่รวม Amazon Go และ Amazon Fresh ซึ่งบางส่วนถูกปิดหรือปรับเป็น Whole Foods พร้อมเตรียมเปิดสาขาขนาดใหญ่เพื่อแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Walmart และ Costco

ด้านธุรกิจโฆษณายังคงเป็นจุดเด่น โดยยอดขายไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 22% เป็น 21,300 ล้านดอลลาร์ พร้อมขยายการใช้ AI บน Prime Video เพื่อช่วยแบรนด์สร้างโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่โครงสร้างบุคลากรสะท้อนการปรับสมดุลระหว่างการลดต้นทุนกับการเติบโตในยุค AI แม้จะมีการปลดพนักงานสายองค์กรจำนวนมาก แต่จำนวนพนักงานรวมปลายปียังคงสูงกว่าปีก่อน

ทำไมหุ้น Amazon ร่วงแรง และเหตุใดจึงต่างจากบิ๊กเทครายอื่น

แรงเทขายหุ้น Amazon สะท้อนความกังวลเชิงโครงสร้างของนักลงทุนต่อระดับการลงทุนที่ “สูงและเร็วกว่า” คู่แข่งอย่างชัดเจน บริษัทระบุว่างบลงทุนในไตรมาสที่สี่อยู่ที่ราว 38,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 33,600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตอกย้ำว่าบริษัทกำลังเร่งการใช้จ่ายสำหรับ AI เร็วและสูงกว่าที่ตลาดเตรียมรับมือ

ในช่วงที่ผ่านมา การตัดสินใจเพิ่ม capex อย่างพร้อมเพรียงจากบรรดาบิ๊กเทคในสัปดาห์เดียวกันได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดหุ้นสหรัฐในวงกว้าง ควบคู่กับความกังวลเรื่องการขาดแคลนฮาร์ดแวร์หน่วยความจำ ซึ่งกระทบผู้ผลิตชิป และแรงกดดันต่อหุ้นซอฟต์แวร์จากเครื่องมือ AI สำหรับการทำงานและการเขียนโค้ดรุ่นใหม่ที่เริ่มลดความต้องการแรงงานมนุษย์ ตลาดจึงเริ่มตั้งคำถามถึง “ผลตอบแทนต่อเงินลงทุน” ของ AI ในระดับอุตสาหกรรม

สำหรับ Amazon ความกังวลยิ่งทวีขึ้นเมื่อบริษัทคาดการณ์ว่ารายได้รวมในไตรมาสแรกจะอยู่ระหว่าง 173,500-178,500 ล้านดอลลาร์ แม้ค่ากลางจะสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดเล็กน้อย แต่บริษัทส่งสัญญาณชัดว่ากำไรจากการดำเนินงานจะอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และโครงการใหม่ที่ยังไม่สร้างรายได้ในระยะสั้น

แรงกดดันด้านต้นทุนยังสะท้อนผ่านการปรับโครงสร้างองค์กร โดย Amazon เพิ่งประกาศปลดพนักงานสายสำนักงาน 16,000 ตำแหน่ง ทำให้ยอดการลดพนักงานรวมตั้งแต่เดือนตุลาคมเพิ่มเป็นราว 30,000 ตำแหน่ง แม้ผู้บริหารระบุว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพจาก AI และปรับโครงสร้างต้นทุน แต่ตลาดมองว่านี่คือสัญญาณของความตึงตัวด้านค่าใช้จ่ายในช่วงที่บริษัทยังต้องลงทุนหนัก

ในเชิงเทคโนโลยี Amazon ยังต้องเร่งไล่ตามคู่แข่งในการพัฒนาโมเดลและชิปที่ผลิตใช้เอง บริษัทลงทุนในเครื่องมือและแอป AI หลายรายการ รวมถึงแพลตฟอร์มเขียนโค้ด Kiru และตระกูลโมเดล AI Nova พร้อมเปิดตัวชิป AI รุ่นล่าสุดในตระกูล Trainium ช่วงปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ฮาร์ดแวร์ดังกล่าวยังไม่ได้รับการตอบรับในวงกว้างเท่าชิปของคู่แข่ง ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อความสามารถในการแข่งขัน

นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคม Amazon ยังปรับโครงสร้างผู้นำของ AWS ด้วยการให้หัวหน้าฝ่าย AI พ้นตำแหน่ง และจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อกำกับดูแลการพัฒนาโมเดลโดยเฉพาะ สะท้อนว่าบริษัทกำลังอยู่ในช่วง “จัดทัพใหม่” เพื่อรับมือการแข่งขัน AI ระยะยาว

ในสายตานักลงทุน ความแตกต่างสำคัญระหว่าง Amazon กับบิ๊กเทครายอื่นไม่ใช่ขนาดการลงทุน หากแต่คือ ภาระต้นทุนล่วงหน้าและจังหวะเวลา ในช่วงที่ตลาดเริ่มเรียกร้องผลตอบแทนจาก AI อย่างเป็นรูปธรรม นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้หุ้น Amazon ถูกเทขายจากตลาดค่อนข้างหนักกว่าบริษัทเทคอื่นๆ แม้ผลประกอบการรอบล่าสุดจะออกมาไม่แย่นัก

อ้างอิง: Reuters, Financial Times

แชร์
Amazonหุ้นร่วงกว่า11% แม้ผลประกอบการAWSดี แผนลงทุนAIทำพิษ หวั่นฟองสบู่