Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Getty-Shutterstock ยกเลิกควบรวมกิจการ เกิดอะไรขึ้น ทำไมดีลไปต่อไม่ได้
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Getty-Shutterstock ยกเลิกควบรวมกิจการ เกิดอะไรขึ้น ทำไมดีลไปต่อไม่ได้

1 ก.ค. 69
14:00 น.
แชร์

การควบรวมกิจการระหว่าง Getty Images และ Shutterstock ถูกจับตามองนับตั้งแต่ทั้งสองบริษัทประกาศแผนควบรวมในเดือนมกราคม 2025 เพราะทั้งสองบริษัทต่างเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของธุรกิจภาพลิขสิทธิ์ระดับโลก ทั้งภาพข่าว ภาพสต็อก และวิดีโอ โดยดีลนี้มีมูลค่าราว 3,700 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 123,500 ล้านบาท) และถูกมองว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI)

แต่แล้วความพยายามสร้างยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมภาพถ่ายสต็อกต้องจบลงอย่างไม่เป็นไปตามแผน เมื่อ Getty Images ประกาศยุติแผนควบรวมกิจการกับ Shutterstock หลังเผชิญเงื่อนไขสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหราชอาณาจักร (Competition and Markets Authority: CMA)

ความเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้หุ้นของ Shutterstock ร่วงลงเกือบ 30% ขณะที่หุ้นของ Getty Images ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ในการซื้อขายช่วงหลังปิดตลาดวันที่ 30 มิถุนายน

น่าสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น ส่งผลกระทบแค่ไหน ทำไมดีลที่ถูกจับตาว่าจะสร้างยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมภาพลิขสิทธิ์ จึงต้องยุติลงเพราะเงื่อนไขจากสหราชอาณาจักร

จุดเปลี่ยนมาจากคำตัดสินของอังกฤษ

สาเหตุของการยุติดีลควบรวมกิจการครั้งนี้มาจากคำวินิจฉัยของ CMA หรือหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหราชอาณาจักร

ก่อนหน้านี้ CMA มีมติอนุมัติการควบรวมแบบ ‘มีเงื่อนไข’ แต่เงื่อนไขสำคัญคือ Shutterstock จะต้องขายธุรกิจ Editorial หรือ ‘ธุรกิจภาพข่าว’ ออกไปเสียก่อน จึงจะสามารถเดินหน้าควบรวมกิจการได้

จากเอกสารล่าสุดที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล Getty Images ระบุว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้ยุติข้อตกลงควบรวมกิจการ เนื่องจากเงื่อนไขดังกล่าว โดยบริษัทจะดำเนินการยกเลิกข้อตกลงอย่างเป็นทางการหลังวันที่ 6 กรกฎาคม หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสถานการณ์

ทำไม CMA จึงกำหนดให้ขายธุรกิจภาพข่าว

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ธุรกิจ Editorial หรือธุรกิจให้บริการภาพข่าวและวิดีโอสำหรับองค์กรสื่อ ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนอิสระของ CMA เห็นว่า หาก Getty Images และ Shutterstock ควบรวมกันโดยที่ยังคงธุรกิจนี้ไว้ จะทำให้การแข่งขันในตลาดภาพข่าวของสหราชอาณาจักรลดลง

CMA ระบุว่า Shutterstock เป็นคู่แข่งสำคัญเพียงไม่กี่รายของ Getty Images ในตลาดนี้ หากทั้งสองบริษัทควบรวมกลายเป็นบริษัทเดียวกัน องค์กรสื่อในสหราชอาณาจักรจะมีตัวเลือกน้อยลง และท้ายที่สุดอาจต้องเผชิญกับราคาที่สูงขึ้น

ด้วยเหตุนี้ CMA จึงกำหนดให้ Shutterstock ต้องขายธุรกิจ Editorial ออกไป เพื่อบรรเทาความกังวลด้านการแข่งขัน ก่อนที่การควบรวมจะได้รับอนุมัติ

ด้าน Getty Images มองว่าเงื่อนไขที่กำหนดให้ต้องแยกขายธุรกิจ Editorial ออกไปนั้น ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและสมมติฐานทางธุรกิจที่ใช้ในการประเมินความคุ้มค่าของดีลตั้งแต่แรก เพราะธุรกิจภาพข่าวถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของทั้งสองบริษัท และเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการให้บริการคอนเทนต์แก่สื่อระดับโลก

เมื่อเงื่อนไขบังคับให้ต้องตัดส่วนธุรกิจออกก่อนควบรวม ทำให้ ‘บริษัทใหม่’ ที่จะเกิดขึ้นไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ถูกใช้ในการประเมินมูลค่าและผลประโยชน์ร่วม (synergy valuation) ตั้งแต่ต้น ส่งผลให้คณะกรรมการของ Getty Images พิจารณาว่าดีลนี้อาจไม่ให้ประโยชน์เชิงกลยุทธ์และเชิงเศรษฐกิจในระดับที่คาดไว้ จึงตัดสินใจยุติข้อตกลง

ดีลที่เคยถูกมองว่าเป็นการสร้าง ‘ยักษ์ใหญ่’

ตอนที่ Getty Images และ Shutterstock ประกาศแผนควบรวมกิจการ ทั้งสองบริษัทอธิบายว่าการรวมตัวกันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างผู้นำด้านคอนเทนต์ภาพลิขสิทธิ์ในยุคปัญญาประดิษฐ์

ทั้งสองบริษัทต่างเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดภาพถ่าย วิดีโอ และภาพสต็อก โดย Shutterstock ระบุว่ามีคลังภาพมากกว่า 450 ล้านภาพ ขณะที่ Getty Images ให้บริการภาพข่าว ภาพกีฬา ภาพความบันเทิง และวิดีโอแก่สื่อและองค์กรทั่วโลก รวมถึงการให้บริการภาพจากงานพรมแดงและเทศกาลภาพยนตร์สำคัญ

ทั้งสองบริษัทคาดการณ์ว่า จะสามารถสร้างประโยชน์จากการรวมกิจการ โดยการลดต้นทุนการดำเนินงานได้ราว 150-200 ล้านดอลลาร์ภายในสามปีหลังการควบรวมกิจการ

เมื่อดีลไม่เกิด Getty ต้องหาทางเดินต่อ

การยุติการควบรวมเกิดขึ้นในช่วงที่ทั้ง Getty Images และ Shutterstock กำลังเผชิญแรงกดดันจากจากผู้ให้บริการสร้างภาพด้วย AI ซึ่งสามารถสร้างภาพได้รวดเร็วกว่า ใช้งานง่ายกว่า และมีต้นทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการซื้อภาพลิขสิทธิ์แบบดั้งเดิม ทำให้ทั้งสองบริษัทต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม

ลุค สติลล์แมน (Luke Stillman) กรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษา Madison and Wall ให้ความเห็นว่า แม้การควบรวมจะช่วยเพิ่มขนาดธุรกิจ แต่ก็อาจเป็นเพียงการชะลอแรงกดดันทางการแข่งขันออกไปได้เพียงช่วงหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการควบรวม แนวโน้มของทั้งสองบริษัทก็อาจเผชิญความท้าทายมากยิ่งขึ้น

เมื่อแผนควบรวมไม่เกิดขึ้น Getty Images จึงเดินหน้ามองหาทางเลือกอื่น โดยระบุว่า มีแผนจะว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อพิจารณาทางเลือกด้านเงินทุนและแนวทางเชิงกลยุทธ์ในระยะต่อไป

และก่อนหน้าการประกาศยุติดีลเพียงไม่กี่วัน Getty Images ได้ลงนามข้อตกลงกับ OpenAI เพื่อให้สิทธิ์การใช้งานคลังภาพของบริษัทบน ChatGPT ซึ่งถือเป็นอีกความเคลื่อนไหวสำคัญของ Getty ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมภาพในยุค AI

ดีลนี้สะท้อนบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขัน

เหตุการณ์นี้สะท้อนบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขัน (CMA) ในการกำหนดทิศทางของดีลควบรวมกิจการ

ในกรณีของ Getty Images และ Shutterstock เงื่อนไขให้ขายธุรกิจ Editorial กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คณะกรรมการบริษัทตัดสินใจยุติการควบรวมทั้งหมด

ขณะเดียวกัน CMA ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาดีลขนาดใหญ่อื่น ๆ ในอุตสาหกรรมสื่อ โดยล่าสุดได้เริ่มกระบวนการตรวจสอบดีลของ Paramount และ Warner Bros. Discovery ซึ่งมีกำหนดประกาศผลการตัดสินภายในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้

อ้างอิง : Reuters, The Hollywood Reporter, Bloomberg

แชร์
Getty-Shutterstock ยกเลิกควบรวมกิจการ เกิดอะไรขึ้น ทำไมดีลไปต่อไม่ได้