
ตลาดหุ้นเอเชียเริ่มต้นปี 2026 ได้อย่างคึกคักที่สุดในรอบหลายปี จากความเชื่อมั่นว่าการลงทุนอย่างหนักของหลาย ๆ บริษัทเทคโนโลยีจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไร ความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อหุ้นในเอเชียถึงขั้นบดบังความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจากการที่สหรัฐฯโจมตีเวเนซุเอลาได้
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานภาวะตลาดหุ้นในวันที่ 5 มกราคมว่า ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้น 1.6% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการทำกำไรอย่างต่อเนื่องของหุ้นเทคโนโลยีในเอเชีย ซึ่งกระตุ้นความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดกำลังพัฒนา นำโดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Co.) และซัมซุง (Samsung Electronics) ขณะที่หุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ก็มีแนวโน้มจะมุ่งหน้าสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
การปรับตัวขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์อันแข็งแกร่งของในการลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งยังคงเป็นจุดสนใจในตลาดหุ้นทั่วโลก
นักวิเคราะห์คาดว่าหุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่น่าจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2026 เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯที่อ่อนแอลงส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน บริษัทจำนวนมากในเอเชียซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์ก็ช่วยให้หุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่โดดเด่นขึ้น
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นก็มาพร้อมข้อควรระวังเช่นกัน เห็นได้จากการที่หุ้นของบริษัท AI และเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายบริษัทในฝั่งสหรัฐฯผันผวนมาก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับราคาที่สูงเกินมูลค่าจริง
ขณะนี้ นักลงทุนกำลังมองหาปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ ที่จะขับเคลื่อนการปรับตัวขึ้นในรอบต่อไป โดยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่กำลังจะประกาศและผลประกอบการของบริษัทที่สำคัญ ๆ จะเป็นข้อมูลที่ให้เบาะแสเกี่ยวกับสุขภาพของตลาด ความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นใหม่หลังจากสหรัฐฯเปิดปฏิบัติการในเวเนซุเอลา ทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวัง
ด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปบ่งชี้แนวโน้มว่า อาจมีแรงซื้อต่อเนื่องไปยังตลาดสหรัฐฯและตลาดยุโรปด้วยเช่นกัน โดยดัชนี S&P 500 Futures ดัชนี Dow Jones Futures และดัชนี Nasdaq Futures ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย