
ตลาดหุ้นทั่วโลกที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยกำลังระส่ำระสายอีกครั้งในวันนี้ (คืนวันพุธที่ 1 เมษายน เวลาสหรัฐฯ และเช้าวันอังคารที่ 2 ของไทยและเอเชีย) เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาบอกว่า สงครามกับอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไป หลังจากดำเนินมาเกินกรอบเวลา 4 สัปดาห์ที่เขาเคยประเมินไว้แล้ว
ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า ทรัมป์กล่าวอัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลางโดยระบุว่า สหรัฐฯ ใกล้มากแล้วที่จะยุติสงครามกับอิหร่าน แต่ขณะเดียวกันก็เตือนว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง
“ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เราจะทำให้พวกเขากลับไปสู่ยุคหินที่พวกเขาควรอยู่”
ระหว่างที่ทรัมป์กำลังกล่าว สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures) หุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงทุกดัชนี
ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรง โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 3.5% ไปอยู่ที่ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) เพิ่มขึ้นมากกว่า 4% ทะลุ 105 ดอลลาร์ และขึ้นไปแตะ 106 ดอลลาร์ ในช่วงหนึ่ง (อัปเดต เวลา 11.50 น. WTI เพิ่มขึ้นแล้วเกือบ 5% ไปอยู่เหนือ 105 ดอลลาร์ น้ำมันดิบเบรนต์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 6% ทะลุ 107 ดอลลาร์)
ด้านตลาดเอเชีย-แปซิฟิกที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นแล้ว ก็พลิกเป็นลบทันทีหลังนักลงทุนได้ยินคำแถลงของทรัมป์
ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะแถลง ตลาดเริ่มมีความหวังว่าสงครามใกล้จะยุติ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสองวันติด (31 มีนาคม – 1 เมษายน) โดยในวันที่ 1 เมษายน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาด +0.72% ดัชนี Nasdaq Composite ปิด +1.16% และดัชนี Dow Jones ปิด +224.23 จุด หรือ 0.48% ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกก็ปรับตัวไปในทิศทางเดียวกัน
การแถลงนี้ของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากที่เขาโพสต์ผ่าน Truth Social ในเช้าวันเดียวกัน (พุธที่ 1 เมษายน) ว่า ประธานาธิบดีอิหร่านได้ร้องขอการหยุดยิง แต่สหรัฐฯ จะ “พิจารณา” ข้อเสนอนี้ก็ต่อเมื่อช่องแคบฮอร์มุซกลับมา “เปิด ปลอดภัย และไม่มีปัญหา”
และก่อนนั้นหนึ่งวัน ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า คาดว่ากองกำลังสหรัฐฯ จะถอนออกจากอิหร่านภายใน “สองสามสัปดาห์” ซึ่งความเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นปัจจัยหนุนความคาดหวังของนักลงทุน
เซบาสเตียน เพจ (Sebastien Page) หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ผสมทั่วโลก และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุนของ T. Rowe Price แสดงความเห็นในรายการ “Closing Bell: Overtime” ของซีเอ็นบีซี (CNBC) ว่า แม้ยังไม่รู้ว่าสงครามจะดำเนินไปยาวนานแค่ไหน แต่ผู้มีส่วนร่วมในตลาดจำเป็นต้องเข้าใจความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว เขามองว่า เงินเฟ้อไม่น่าจะกลับสู่ระดับปกติได้เร็ว แต่จะเป็นกระบวนการที่ปรับตัวอย่างช้า ๆ
นอกจากนี้ เขาเตือนว่า แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังแข็งแกร่ง แต่ก็ต้องระวังว่าเรากำลังยืนอยู่บนความเสี่ยงที่การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจชะงักงันได้ทุกเมื่อ