Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ในวันที่โลกเต็มไปด้วยสงคราม ไทย-ออสเตรเลียจับมือแน่น ยกระดับการค้า
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยสงคราม ไทย-ออสเตรเลียจับมือแน่น ยกระดับการค้า

28 พ.ค. 69
21:45 น.
แชร์

โลกวันนี้เต็มไปด้วยคำว่า “สงคราม” ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า สงครามพลังงาน หรือแม้แต่สงครามตะวันออกกลางที่กำลังกดดันเศรษฐกิจโลกเรื่อย ๆ แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนเหล่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย และออสเตรเลียกลับเดินสวนทาง เพราะยิ่งโลกผันผวนมากเท่าไร เรากลับยิ่งจับมือกันแน่นขึ้น

จากข้อตกลงการค้าเสรี วันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย และออสเตรเลียไม่ได้มีเพียงแค่ “การซื้อขายสินค้า” อีกต่อไป แต่กำลังขยายไปสู่ความร่วมมือด้านอาหาร เทคโนโลยี พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจแห่งอนาคต

อาหารไทยกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่คนออสเตรเลียรักมากที่สุด ขณะที่รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ก็วิ่งอยู่บนท้องถนนของออสเตรเลียจำนวนไม่น้อย ส่วนผลิตภัณฑ์ออสเตรเลียก็เริ่มเห็นได้มากขึ้นตามห้างไทย 

ในวันที่หลายประเทศกำลังสร้างกำแพงทางเศรษฐกิจ ประเทศไทย และออสเตรเลียกลับเลือกสร้าง “ความสัมพันธ์” ผ่านการค้า อาหาร และความไว้ใจระหว่างกันแทน

ข้อตกลงการค้าเสรี นำไปสู่พันธมิตรเศรษฐกิจระยะยาว

ในปี 2005 ประเทศไทย และออสเตรเลียได้มีการทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่จัดทำขึ้นเพื่อยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้า ทำให้ประเทศไทย และออสเตรเลียต่างได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย โดยแคทเธอรีน แกลลาเกอร์ ผู้จัดการทั่วไปของออสเทรด ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยว่า นี่เป็นข้อตกลงการค้าที่ดีที่สุดตั้งแต่ทำมา เพราะทำให้ออสเตรเลียมีมูลค่าการค้าสองทางที่เพิ่มขึ้นถึง 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่า ประเทศไทย และออสเตรเลียมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่น และแข็งแกร่งมาตลอดจนถึงปัจจุบัน

หากพูดถึงสินค้านำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันนี้ ทองแดงจากเซาท์ออสเตรเลีย เป็นสินค้าที่นำเข้าที่มีมูลค่าการค้าสูงสุดในประเทศไทย โดยนำเข้าจากบริษัทเหมืองแร่ข้ามชาติอย่าง BHP รองลงมาคือ ไวน์ ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นกับแบรนด์ดังอย่าง Adelaide Hills Penfolds 

ในขณะเดียวกัน สินค้าส่งออกของประเทศไทยที่มีมูลค่าการค้าสูงสุดในประเทศออสเตรเลีย คือ รถยนต์ โดยคริส พิคตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาแห่งรัฐ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตชานเมืองทางใต้ของแอดิเลดเผยว่า คนออสเตรเลียจำนวนมาก หรือแม้แต่ครอบครัวเขาเองล้วนใช้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย 

นอกจากนี้  คริส พิคตัน ยังกล่าวเสริมว่า แม้ว่าเราจะมีความสัมพันธืที่แน่น และดีเสมอมา ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะขยายความสัมพันธ์นี้ให้ใหญ่ และมั่นคงขึ้นแล้วทั้งสำหรับประเทศออสเตรเลีย และประเทศไทย

“อาหาร” เครื่องมือเชื่อมสัมพันธ์ที่ทรงพลังที่สุด

ภายในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองทองธานี รัฐบาลของรัฐเซาท์ออสเตรเลียได้สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอาหารทั้ง 10 บริษัทมาจัดแสดงสินค้า เพื่อขยายขนาดการนำเข้า และส่งออกสินค้าในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร เพราะรัฐเซาท์ออสเตรเลียมีความโดดเด่นทางด้านสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ และความสะอาด ซึ่งนำมาสู่การผลิตอาหารที่คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ อย่างเช่น เนื้อแกะ ไวน์กระป๋อง โยเกิร์ต และอัลมอนด์

นอกจากการจัดแสดงสินค้าแล้ว ยังมีแขกรับเชิญพิเศษอย่าง โพห์ ลิง เยาว์ แอมบาสเดอร์อัลมอนด์ และรองผู้ชนะเลิศจากรายการ Master Chef Australia มาร่วมงานด้วย โดยเธอได้กล่าวว่า เมื่อเธอนึกถึงประเทศไทย สิ่งแรกที่ขึ้นมาในหัว คือ “อาหารไทย” เพราะรสชาติที่จัดจ้าน และมีเอกลักษณ์ และยังกล่าวเสริมอีกว่า ในประเทศออสเตรเลีย อาหารเอเชียที่ได้รับความนิยมที่สุดก็คือ “อาหารไทย” ทำให้เธออยากนำเสนออัลมอนด์นี้ให้กับคนไทย เพราะเธอเชื่อว่า “อาหาร” เป็นเครื่องมือทางวัฒนธรรมที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศ ทำให้นี่เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งขึ้นระหว่างไทย และออสเตรเลีย

ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน และสงครามต่าง ๆ ทำไมไทย และออสเตรเลียยังไปต่อได้?

เมื่อพูดถึงการค้า สิ่งที่น่ากังวลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ สงครามการค้า และวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน แต่การค้าขายระหว่างประเทศไทย และออสเตรเลียไม่ได้รับผลกระทบมากจากสงคราม เพราะการส่งออกสินค้าของออสเตรเลีย เป็นการส่งจากเมืองเพิร์ธ รัฐออสเตรเลียตะวันออก ผ่านประเทศสิงคโปร์ และส่งตรงมายังประเทศไทยเลย ซึ่งทำให้เราสามารถทำการค้าขายได้อย่างใกล้ชิด และช่วยกันป้องกันความเสียหายของเศรษฐกิจที่เกิดจากสงครามได้ 

แคทเธอรีน แกลลาเกอร์ ผู้จัดการทั่วไปของออสเทรด ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยว่า ประเทศไทย และออสเตรเลียมีการช่วยเหลือด้านการค้าระหว่างกันเป็นอย่างดี เพราะออสเตรเลียมีเครื่องดื่ม และอาหารระดับพรีเมียมจำนวนมาก และประเทศไทยเป็นประเทศที่เด่นด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวคุณภาพสูง ทำให้เราสามารถทำการค้าระหว่างอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมโรงแรม หรือกลุ่มธุรกิจโฮเรก้าได้ เธอยังกล่าวเสริมอีกว่า เราทั้งคู่สามารถประคองเศรษฐกิจกันได้ และเรามีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งมากจริง ๆ

คริส พิคตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาแห่งรัฐ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตชานเมืองทางใต้ของแอดิเลด ก็ได้เผยความเห็นเรื่องนี้ว่า ในช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ประเทศพันธมิตรดึงดูดเข้าหากันมากขึ้นอย่างประเทศไทย และออสเตรเลีย ซึ่งเราไม่ได้หวังร่วมมือเพียงด้านการนำเข้าส่งออกสินค้าเท่านั้น แต่ในอนาคตอาจร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูงด้วย

ไทย-ออสเตรเลีย กับอนาคตเศรษฐกิจสีเขียว

นอกเหนือจากความร่วมมือในหลาย ๆ ด้านที่ว่ามา หนึ่งในเป้าหมายที่ทั้งสองประเทศมุ่งมั่นเช่นเดียวกันคือการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว

ปัจจุบันเศรษฐกิจสีเขียวได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และประเทศออสเตรเลียก็เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้ามากสำหรับเทคโนโลยีหมุนเวียน โดยเฉพาะรัฐเซาท์ออสเตรเลียที่มีแผนจะจะบรรลุเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2030 ซึ่งปัจจุบันรัฐเซาท์ออสเตรเลียเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน 

คริส พิคตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาแห่งรัฐ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตชานเมืองทางใต้ของแอดิเลด เผยว่า อนาคตอาจมีการร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูงกับประเทศไทยเกิดขึ้น และเขาเองก็อยากจะสานต่อ และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีนี้กับประเทศไทยไปสู่อนาคต

แชร์
ในวันที่โลกเต็มไปด้วยสงคราม ไทย-ออสเตรเลียจับมือแน่น ยกระดับการค้า