
พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีแอร์มีนาถูกจับที่ออสเตรเลีย และการลักลอบขนยาเสพติด ว่าตำรวจได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น และไล่ถึงต้นตอ คือ เจ้าของยาเสพติด แต่ได้หลบหนีไปต่างประเทศแล้ว ซึ่งเป็นเครือข่ายกระบวนการยาเสพติดเดิมที่ได้ทำ แต่เบื้องต้นการตรวจสอบก็ยังไม่ครบทั้งกระบวนการ ยังขาด ระดับบน แต่ก็ไม่ละความพยายาม ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และ ป.ป.ส.ยังคงทำงานอยู่
ส่วนกรณีของแอร์สาวมีนา เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่ผ่านมามีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโอกาสดีที่สื่อให้ความสำคัญ เพราะจะได้ตระหนัก อย่างที่รู้ว่าคนหิ้ว เป็นทั้งแอร์และบุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ยังหลงเข้าไปอยู่กระบวนการรับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศจำนวนมาก ทั้งรู้ และไม่รู้ ว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติด แต่นั่นหมายความว่ากำลังทำผิดกฎหมาย แม้ไม่รู้ว่านั่นเป็นยาเสพติด แต่การหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ ผิด พ.ร.บ.ศุลกากรอย่างชัดเจน ที่ผ่านมาเราก็ละเลยไม่มีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงเป็นที่มาของช่องทางให้ขบวนการส่งยาเสพติดไปต่างประเทศ ใช้โอกาสนี้ในการจ้างคน ดังนั้น ในภาพรวมจึงต้องขอบคุณสื่อที่ให้ความสำคัญ จึงอยากฝากเตือนผู้ที่รับหิ้วสินค้า แม้ไม่ใช่ยาเสพติด หากมีข้อหามีฐานความผิด หนีศุลกากร มีโทษสูงจำคุกไม่เกิน 10 ปี และต้องมีการเปรียบเทียบปรับตามมูลค่าของสินค้าด้วย
เมื่อถามถึงตัวการใหญ่ที่ระบุ อยู่นอกประเทศหรือไม่ พ.ต.ต. สุริยา กล่าวว่า ตอนนี้หนีไปต่างประเทศแล้ว แต่กระบวนการเครือข่ายบางส่วนยังอยู่ในประเทศไทย เป็นลักษณะการดำเนินการในองค์กรอาชญากรรม
เมื่อถามว่าการจับกุมเครือข่ายจะทำให้ความผิดของแอร์สาวมีนาลดลงหรือไม่ พ.ต.ต. สุริยา กล่าวว่า เป็นคนละส่วนกัน ส่วนนี้เป็นการดำเนินการในไทย ส่วนการดำเนินการในออสเตรเลียก็มีมาตรฐานในการดำเนินการ ซึ่งเขาก็ฟังพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งนี้ เราได้ข้อมูลและจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม ได้คนนำส่ง ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และข้อเท็จจริงที่เราได้ส่งให้กับออสเตรเลีย
ทั้งนี้ พ.ต.ต. สุริยา ย้ำว่า ตัวการใหญ่ที่หนีไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการเปิดเผยชื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จริง ๆ เราทราบมานาน
Advertisement