
ตลาด ‘Panda Bond’ หรือตราสารหนี้สกุลเงินหยวนที่ออกโดยองค์กรต่างชาติในตลาดตราสารหนี้จีน กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มสร้างสถิติใหม่ในปีนี้ ท่ามกลางกระแสที่รัฐบาล ธนาคาร และบริษัทข้ามชาติจากทั่วโลกหันมาใช้ตลาดทุนจีนเป็นแหล่งระดมทุนมากขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกยังเผชิญต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
ข้อมูลจาก Wind ผู้ให้บริการข้อมูลตลาดการเงินในจีน ระบุว่า ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2026 มีการออก Panda Bond แล้วรวมมูลค่า 133,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และคิดเป็น 68% ของมูลค่าการออกทั้งปี 2025 ที่ยอดรวมอยู่ที่ 195,000 ล้านหยวน ส่งผลให้ตลาดคาดว่าปีนี้มีโอกาสทำสถิติใหม่อีกครั้ง
ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความพยายามที่ได้ผลของจีน ในการผลักดันกระบวนการยกระดับเงินหยวนสู่การเป็นสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับและใช้งานในระบบการเงินโลกมากขึ้น
หนึ่งในพัฒนาการสำคัญของตลาด Panda Bond ในปีนี้ คือ การเข้ามาของรัฐบาลหลายประเทศที่ต้องการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้จีน
รัฐบาลปากีสถานออก Panda Bond ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2026 มูลค่า 1,750 ล้านหยวน ภายใต้โครงการวงเงินรวม 7,200 ล้านหยวน โดยหุ้นกู้อายุ 3 ปีมีอัตราดอกเบี้ยเพียง 2.5% ซึ่งต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานภายในประเทศที่อยู่ที่ 11.5% อย่างมาก การออกหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการค้ำประกันบางส่วนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB)
มูฮัมหมัด ออรังเซบ (Muhammad Aurangzeb) รัฐมนตรีคลังปากีสถาน กล่าวว่า การออก Panda Bond ครั้งนี้ถือเป็น “จุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวระหว่างปากีสถานกับตลาดทุนจีน” โดยเงินที่ระดมได้จะนำไปใช้ในโครงการด้านน้ำ พลังงาน และสาธารณสุข
ต่อจากปากีสถาน คือ คาซัคสถานที่ออก Panda Bond อายุ 3 ปี มูลค่า 3,400 ล้านหยวน ขณะที่อินโดนีเซียอยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่ตลาด หลังจากออก Dim Sum Bond หรือตราสารหนี้สกุลเงินหวยที่ออกขายนอกจีนแผ่นดินใหญ่ มูลค่า 6,000 ล้านหยวนเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อนหน้า
ด้านสโลวีเนียได้ออก Panda Bond มูลค่า 4,000 ล้านหยวนในเดือนเมษายน กลายเป็นรัฐบาลประเทศแรกในปี 2026 ที่เข้าสู่ตลาด และเป็นประเทศสมาชิกยูโรโซนจากยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกประเทศแรกที่ใช้ช่องทางระดมทุนนี้
นอกจากนี้ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของคาซัคสถานยังออก Panda Bond มูลค่า 3,000 ล้านหยวน ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของผู้ออกตราสารประเภท Sovereign Wealth Fund จากภูมิภาคเอเชียกลาง
อีกกลุ่มที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน คือ ธนาคารและบริษัทข้ามชาติ ซึ่งมองว่า Panda Bond เป็นช่องทางในการจัดหาเงินทุนต้นทุนต่ำสำหรับการดำเนินธุรกิจในจีน
Deutsche Bank ธนาคารจากเยอรมนีออก Panda Bond มูลค่า 5,500 ล้านหยวน เมื่อเดือนมีนาคม ซึ่ง Deutsche Bank ระบุว่า เป็นการออกหุ้นกู้ Panda Bond ครั้งใหญ่ที่สุดของธนาคารต่างชาติเท่าที่เคยมีมา โดยได้รับคำสั่งซื้อรวม 8,660 ล้านหยวน สะท้อนความต้องการจากนักลงทุนอย่างแข็งแกร่ง
หุ้นกู้ชุดดังกล่าวแบ่งเป็นอายุ 3 ปีและ 5 ปี มีอัตราดอกเบี้ย 1.95% และ 2.13% ตามลำดับ ด้านนักลงทุนประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ บริษัทจัดการสินทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันจากต่างประเทศ
ฟิโอนา อิป (Fiona Ip) ผู้บริหารฝ่ายบริหารเงินของ Deutsche Bank ประจำเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการกระจายแหล่งเงินทุนระดับโลก และเข้าถึงสภาพคล่องสกุลเงินหยวนในประเทศจีนที่มีขนาดใหญ่
ด้านโรส จู (Rose Zhu) ประธานเจ้าหน้าที่ประจำประเทศจีนของ Deutsche Bank กล่าวว่า ความสำเร็จของการระดมทุนสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อธนาคาร รวมถึงความน่าสนใจที่เพิ่มขึ้นของตลาดตราสารหนี้สกุลเงินหยวน
นอกจาก Deutsche Bank แล้ว BNP Paribas จากฝรั่งเศสก็เป็นอีกธนาคารต่างชาติที่ออก Panda Bond มูลค่า 5,000 ล้านหยวน ขณะที่ธนาคารในภูมิภาคเอเชียอย่าง CIMB และ UOB ก็เข้ามาระดมทุนผ่านตลาดนี้เช่นกัน
ในภาคอุตสาหกรรม Volkswagen ออก Panda Bond มูลค่า 3,000 ล้านหยวนในเดือนพฤษภาคม ตามรอย BMW และบริษัทเคมีภัณฑ์รายใหญ่อย่าง BASF และ Henkel
ไม่ใช่แค่มูลค่าการออกบอนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่สัดส่วนผู้ออกตราสารก็เปลี่ยนไป โดยปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น คือ จำนวนผู้ออกตราสารต่างชาติเพิ่มขึ้นมาก จากในอดีตที่ผู้ออกตราสารส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีนที่ใช้บริษัทย่อยในต่างประเทศเป็นผู้ออกตราสาร
บริษัทที่ออก Panda Bond มากที่สุดยังคงเป็น Mengniu ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมของจีน ซึ่งมียอดออกสะสมเกือบ 160,000 ล้านหยวน
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนมูลค่าการออกของบริษัทต่างชาติได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 27% ในปี 2023 เป็น 41% ในไตรมาสแรกของปี 2026
เหล่ย หวัง (Lei Wang) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ S&P Global (China) Ratings คาดการณ์ว่าสัดส่วนของผู้ออกตราสารที่ไม่ใช่บริษัทจีนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในอนาคต
ฝั่งนักลงทุนสถาบัน อีริก หลิว (Eric Liu) รองประธานอาวุโสและผู้ร่วมบริหารฝ่ายตราสารหนี้เอเชียของ AllianceBernstein กล่าวว่า บริษัทเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน Panda Bond มากขึ้น เนื่องจากความลึกของตลาดกำลังขยายตัว และการเข้ามาของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลกช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนสถาบัน
ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้ออกตราสาร คือ สภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำของจีน โดย ณ วันที่ 28 พฤษภาคม ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปีอยู่ที่ 1.73% ลดลงประมาณ 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ (percentage point) นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเยอรมนีปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเดียวกัน
ฟรานเชส จาง (Frances Cheung) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยของ OCBC ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของจีนยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่อุปสงค์สินเชื่อภายในประเทศยังซบเซา ส่งผลให้ระบบการเงินมีสภาพคล่องจำนวนมากและเกิดความต้องการลงทุนในตราสารหนี้
ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนเคยหดตัวต่อเนื่องนานกว่า 3 ปี ก่อนกลับมาเป็นบวกในเดือนมีนาคมปีนี้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาคพลังงานถ่านหินและพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ของจีนที่ช่วยลดผลกระทบจากราคาน้ำมัน
ในเวลาเดียวกัน อุปสงค์ภายในประเทศจีนที่อ่อนแอช่วยกดดันราคาผู้บริโภคให้ทรงตัว แม้ว่าต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้น โดยยอดค้าปลีกเดือนเมษายนเติบโตเพียง 0.2% ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่งสัญญาณชะลอตัวอีกครั้ง
เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการกรมการเมือง (โปลิตบูโร) แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยืนยันการดำเนินนโยบายการเงินแบบ “ผ่อนคลายในระดับปานกลาง” เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ซึ่งตั้งไว้ที่ 4.5-5%
นักวิเคราะห์มองว่า การเติบโตของ Panda Bond และ Dim Sum Bond เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลักดันให้เงินหยวนมีบทบาทในระบบการเงินโลกมากขึ้น
เดวิด ยิม (David Yim) หัวหน้าฝ่ายตลาดทุนจีนและเอเชียเหนือของ Standard Chartered กล่าวว่า ความต้องการใช้เงินหยวนเพิ่มขึ้นจากทั้งการชำระธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศและความพยายามของนักลงทุนในการกระจายการถือครองสินทรัพย์ออกจากการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับนักลงทุน ตลาด Panda Bond ยังมีจุดเด่นด้านเสถียรภาพ ซึ่งอาจช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในตลาดโลกผันผวน ขณะที่ผู้ลงทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจได้รับประโยชน์เพิ่มเติมหากเงินหยวนแข็งค่าต่อเนื่อง
แม้จะเติบโตขึ้นมามาก แต่ปัจจุบัน ตลาด Panda Bond ยังมีขนาดเล็กกว่าตลาด Dim Sum Bond อยู่มาก โดยปีนี้ Dim Sum Bond มียอดออกตราสารมากกว่า 600,000 ล้านหยวน
ข้อจำกัดที่ทำให้ตลาด Panda Bond ยังไม่ได้รับความนิยมเท่า Dim Sum Bond คือ ผู้ออกบอนด์ต้องยื่นเอกสารภาษาจีนต่อหน่วยงานกำกับดูแลของจีน และต้องเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ระดมได้อย่างชัดเจน
แม้รัฐบาลจีนจะผ่อนคลายกฎเกณฑ์การนำเงินที่ระดมได้ไปใช้ในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2022 และหน่วยงานกำกับดูแลได้ปรับปรุงขั้นตอนการอนุมัติให้สะดวกขึ้น แต่ระยะเวลาการอนุมัติยังอาจใช้เวลาหลายเดือน ขณะที่การออก Dim Sum Bond สามารถดำเนินการได้ภายในไม่กี่วัน
อีกข้อจำกัดสำคัญ คือ สภาพคล่องในตลาดรองยังค่อนข้างต่ำ นักลงทุนจำนวนมากมักถือ Panda Bond จนครบกำหนดไถ่ถอน ทำให้การซื้อขายในตลาดรองไม่คึกคักเท่าตลาด Dim Sum Bond เป็นเหตุผลที่ทำให้ Panda Bond น่าสนใจน้อยลงสำหรับนักลงทุนที่เน้นการซื้อขายระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายที่ติดตามตลาดบอนด์สกุลเงินหยวนมองว่า Pandan Bond มีแนวโน้มจะเติบโตต่อไป โดยการเติบโตได้รับแรงหนุนจากทั้งบทบาทของเงินหยวนที่เพิ่มขึ้นในระบบการเงินโลก ดอกเบี้ยในจีนที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าหลายประเทศการสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดทางให้ธนาคารกลางต่างประเทศ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ และบริษัทข้ามชาติออก Panda Bond ในจีน รวมถึงการปรับปรุงกฎเกณฑ์ด้านการบริหารเงินทุนและภาษีให้มีความชัดเจนมากขึ้น
นอกจากเหตุผลด้านการเงินแล้ว นักกฎหมายยังมองว่าปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีบทบาทมากขึ้น รัฐบาลหลายประเทศใช้การออก Panda Bond เป็นส่วนหนึ่งของการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน รวมถึงการเชื่อมโยงกับโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) และการสร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานกำกับดูแลและตลาดการเงินของจีน
ในฝั่งภาคเอกชน บริษัทข้ามชาติที่มีธุรกิจขนาดใหญ่ในจีนต่างมองว่าการออก Panda Bond ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการระดมทุน แต่ยังช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรในตลาดจีนด้วย
ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงของตลาดยังคงมีอยู่ ทั้งความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต หรือการเข้มงวดด้านการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามพรมแดนของจีน ซึ่งอาจลดแรงจูงใจของผู้ออกตราสารบางส่วน
นอกจากนี้ การขยายบทบาทของเงินหยวนในระบบการเงินโลกยังอาจทำให้รัฐบาลและบริษัทที่พึ่งพาตลาดทุนจีนต้องเผชิญความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น หากความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีนเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ถึงอย่างนั้นก็ตาม แรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ การเปิดเสรีตลาดทุน และบทบาทของเงินหยวนที่เพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจโลก ตลาด Panda Bond กำลังกลายเป็นหนึ่งในช่องทางระดมทุนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในจีน และมีแนวโน้มสูงที่จะทำสถิติใหม่ในปี 2026 นี้
อ้างอิง : Nikkei Asia, Deutsche Bank, Law.Asia