
ปี 2025 เป็นปีที่ดีของตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อผลตอบแทนสามารถเอาชนะทั้งตลาดสหรัฐฯ และยุโรปได้ในปีเดียวกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 ตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน ต่างทำผลตอบแทนเป็นเลขสองหลัก โดยเฉพาะ ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ที่พุ่งขึ้นถึง 75.67% เป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของโลกในปี 2025 ขณะที่หุ้นจีนก็มีปีที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020
การฟื้นตัวเหล่านี้สะท้อนว่าตลาดเอเชียมีเสน่ห์มากขึ้นในสายตาของนักลงทุนที่มองหาการเติบโตที่เร็วขึ้น ท่ามกลางการชะลอตัวของสหรัฐฯและยุโรป ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงทำให้สินทรัพย์ในเอเชียน่าสนใจมากขึ้น ขณะเดียวกัน ความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งของเอเชียกับเทคโนโลยีที่กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกก็ช่วยเสริมเหตุผลในการลงทุนในตลาดเอเชียอีกทาง
สำหรับปี 2026 นักลงทุนและนักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นเอเชียจะยังคงปรับตัวขึ้นต่อ ขณะที่ตลาดสหรัฐฯยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียดต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนจำเป็นต้องเลือกระหว่างความกลัวพลาดโอกาสจากกระแส AI กับความกังวลว่ากระแส AI อาจเป็นฟองสบู่ที่พร้อมแตกได้ทุกเมื่อ
มาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้นักวิเคราะห์และนักกลยุทธ์การลงทุนมองว่า ปี 2026 จะเป็นอีกปีที่ดีของตลาดหุ้นเอเชีย
นักลงทุนและนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การปรับขึ้นพร้อมกันของสินทรัพย์หลายประเภทในเอเชียในปี 2025 ถือเป็นช่วงเริ่มต้นของการปรับมูลค่าหุ้นให้สอดคล้องกับพื้นฐาน หรือช่วงที่ตลาดได้รับการประเมินมูลค่าสูงขึ้นจากแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น
แม้ว่าจะมีความเสี่ยง คือ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนยังไม่สม่ำเสมอ เงินดอลลาร์สหรัฐอาจกลับมาแข็งค่า และความกังวลว่าการปรับขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจทำให้ราคามีความเปราะบาง แต่ความเสี่ยงในจีนก็จะไม่ได้เปลี่ยนภาพใหญ่ของตลาดเอเชีย
ฮีบี เฉิน (Hebe Chen) นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ Vantage Global Prime มองว่าผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของตลาดหุ้นเอเชีย ไม่ได้เป็นเพียงการดีดกลับตามวัฏจักรเท่านั้น แต่สะท้อนให้เห็นถึงจุดที่การเติบโตของเศรษฐกิจและแรงผลักดันจากนโยบายระดับโลกกำลังมาบรรจบกัน ทำให้เอเชียมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องในปี 2026
“ด้วยเครื่องยนต์การเติบโตที่ร้อนแรงและหลากหลายกว่าสหรัฐฯ หรือยุโรป ปี 2025 ดูจะไม่ใช่จุดพีกของเอเชีย แต่เป็นช่วงเริ่มต้นรอบการปรับมูลค่าหุ้นที่ยาวนานกว่า” เฉินกล่าว
นอกจากตลาดใหญ่ ๆ อย่างจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้แล้ว ความสนใจของนักลงทุนยังขยายไปยังตลาดอื่น ๆ ด้วย โดยเวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดดาวเด่นในปี 2025 และนักลงทุนบางส่วนมองว่าน่าจะยังมีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในปี 2026
“เรามีมุมมองเชิงบวกมากที่สุดต่อเวียดนาม ซึ่งมีทั้งความน่าสนใจด้านมูลค่าและศักยภาพการเติบโต”
นิก เฟอร์เรส (Nick Ferres) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัทจัดการสินทรัพย์ Vantage Point Asset Management ในสิงคโปร์กล่าว
ในฝั่งเอเชีย AI ถูกมองเป็น ‘ตัวเร่งการเติบโต’ ที่ช่วยยกระดับมูลค่าหุ้นทั้งภูมิภาค ขณะที่ในสหรัฐฯ AI เป็นแหล่งกำเนิดความผันผวน บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่มีอิทธิพลต่อดัชนีสูงอย่างไม่สมส่วน จนความเคลื่อนไหวของหุ้นเพียงไม่กี่ตัวสามารถเขย่าทั้งตลาดได้
ตามผลสำรวจความเห็นผู้จัดการกองทุนโดยแบงก์ออฟอเมริกา (Bank of America) พบว่า ขนาดการปรับขึ้นของราคาหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำให้ผู้จัดการกองทุนกังวลเรื่องฟองสบู่ AI แต่ขณะเดียวกัน ก็กลัวพลาดโอกาส หากถอนการลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับ AI แล้วราคาหุ้นยังคงขึ้นต่อ
ขณะที่ตลาดเอเชีย ได้รับแรงหนุนจาก AI ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะเกิดฟองสบู่แตกอย่างตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ฮีบี เฉิน จาก Vantage Global Prime ชี้ว่า แม้สหรัฐฯจะยังครองความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับสูง แต่เอเชีย โดยเฉพาะจีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น กำลังเป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่มูลค่าปัญญาประดิษญ์ (AI) โดยไม่ต้องเผชิญแรงกดดันด้านการประเมินมูลค่าหุ้นแบบเดียวกับตลาดสหรัฐฯ
การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐได้หนุนมูลค่าสินทรัพย์ในเอเชียสำหรับนักลงทุนที่ใช้เงินดอลลาร์เป็นหลัก ทำให้ผลตอบแทนสินทรัพย์เอเชียดูน่าดึงดูดยิ่งขึ้น ในขณะที่สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่กำลังแข็งค่า
วี กุนชอง (Wee Khoon Chong) นักกลยุทธ์ตลาดเอเชียแปซิฟิกอาวุโส ของ BNY ระบุว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า การเติบโตของการค้าที่แข็งแกร่งในภูมิภาค และการมองโลกในแง่ดีที่ขับเคลื่อนโดย AI ส่งผลดีต่อเอเชียในปี 2025 และมีแนวโน้มจะดีต่อเนื่องไปในปี 2026
ในตลาดตราสารหนี้ ภาพยิ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดเอเชีย ดัชนีตราสารหนี้เกรดลงทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐของเอเชียให้ผลตอบแทนดีกว่าของสหรัฐฯ ขณะที่อัตราการผิดนัดชำระหนี้นอกจีนยังอยู่ในระดับต่ำ
โอมาร์ สลิม (Omar Slim) หัวหน้าร่วมฝ่ายตราสารหนี้เอเชียของ PineBridge Investments มองว่า ตลาดเอเชียเป็นตลาดที่มีคุณภาพเครดิตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงตราสารหนี้คุณภาพสูง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
.
อ้างอิง: Bloomberg [1], Bloomberg [2]