Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
SME กังวล ไม่กล้าลงทุน ความต้องการสินเชื่อลดฮวบ รอดูสงครามและนโยบายรัฐ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

SME กังวล ไม่กล้าลงทุน ความต้องการสินเชื่อลดฮวบ รอดูสงครามและนโยบายรัฐ

24 มี.ค. 69
11:40 น.
แชร์

ต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน เม็ดพลาสติก วัตถุดิบ และปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสงครามในตะวันออกกลางในช่วงหนึ่งเดือนล่าสุด กำลังกดบรรยากาศการทำธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดกลางและรายย่อย หรือเอสเอ็มอี (SME) ไทยให้แผ่วลง เห็นได้ชัดจากตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ลดลง 18.7 จุด

เมื่อมีแรงกดดันมาจากต้นทุน ผู้ประกอบการทำจึงพยายามระมัดระวังทั้งในเรื่องการผลิต การรับออเดอร์ และการตัดสินใจใช้เงิน โดยใช้เงินทุนไปกับการพยายามประคองธุรกิจให้เดินต่อไปได้เท่านั้น ยังไม่ลงทุนขยายธุรกิจ

ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีร่วงแรง

พิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank โดย ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว. ร่วมกับ สำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผล บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด ทำการสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ในไตรมาสที่ 1/2569 และคาดการณ์อนาคต” จากกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม จำนวน 400 ตัวอย่าง

ผลการสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประจำไตรมาส 1/69 อยู่ที่ระดับ 50.2 ลดลงจากไตรมาส 4/68 ที่อยู่ระดับ 68.9 เนื่องจากมีความกังวลต่อระดับราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลเชิงลบด้านต้นทุนการประกอบการ เช่น วัตถุดิบ ค่าขนส่งการดำเนินงาน รวมถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อ/บริการ ผลประกอบการที่ปรับลดลง และการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว

และด้วยความที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหมดกังวลต้นทุนการประกอบการจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงให้ความสำคัญกับการจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบและเพิ่มประสิทธิภาพไปพร้อมกับการปรับกลยุทธ์การตลาด เพื่อรักษาระดับคำสั่งซื้อให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามขนาดธุรกิจ พบว่า กลุ่มวิสาหกิจรายย่อย (Micro) และกลุ่มวิสาหกิจรายย่อม (Small) มีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจลดลงมากกว่ากลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง (Medium) โดยลงมาที่ระดับ 44.4, 49.7 และ 60.3 ตามลำดับ จากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ระดับ 70.3, 61.3 และ 84.2 ตามลำดับ สะท้อนว่า กิจการขนาดเล็กมีความเปราะบางกว่ากิจการขนาดใหญ่

ไม่กล้าใช้เงิน ความต้องการสินเชื่อลดฮวบ

ขณะที่คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า หรือไตรมาส 2/69 พบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความต้องการสินเชื่อ 66.2% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ระดับ 93.7% เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่รอดูสถานการณ์ของสงคราม และนโยบายภาครัฐหลังการจัดตั้งรัฐบาล

ความกังวลดังกล่าว ทำให้ความต้องการสินเชื่อของเอสเอ็มอีภาพรวมกว่า 62.2% ยังเป็นความต้องการกู้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ เพื่อประคองสภาพคล่องและรับมือกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นเป็นหลัก ขณะที่ความต้องการกู้สินเชื่อเพื่อลงทุนในธุรกิจมีเพียง 4.0% และหากแบ่งกลุ่มย่อยลงไป ผู้ประกอบการขนาดกลาง (Medium) มีความต้องการกู้สินเชื่อเพื่อลงทุนในธุรกิจ 11.8% ผู้ประกอบการขนาดย่อม (Small) มีความต้องการกู้สินเชื่อเพื่อลงทุนในธุรกิจ 3.5%

นั่นหมายความว่า การกู้เงินของผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า จะไม่ได้ใช้เพื่อการลงทุนระยะยาว (CapEx) อย่างการซื้อเครื่องจักรใหม่ ขยายกำลังการผลิต หรือเปิดสาขาเพิ่มเติม แต่จะเป็นการใช้เพื่อประคับประคองต่ออายุธุรกิจให้เดินต่อได้ในภาวะที่ต้นทุนสูงและรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการยังไม่พร้อมรับความเสี่ยงจากการลงทุนก้อนใหญ่

SME D Bank เตรียมสินเชื่อช่วยให้ผ่านวิกฤต

แม้ผลสำรวจชี้ว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความต้องการสินเชื่อน้อยลง แต่เนื่องจากสถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น SME D Bank ในฐานะธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย จึงเตรียมแผนช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปรับตัวก้าวข้ามวิกฤต โดยการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนธุรกิจระยะยาว รวมถึงเสริมศักยภาพการแข่งขันสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพาเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ได้แก่

  • “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด
  • “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ
  • “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

ขณะเดียวกัน มีการสนับสนุนด้านการพัฒนา เพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอีปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ผ่านกิจกรรมพัฒนาครบวงจร ทั้งแบบออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ที่ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรมออนไซต์ตลอดปี 2569

SME เหนื่อยทั่วประเทศ ต้นทุนพุ่งกระทบทุกภาคส่วน

ด้านผู้ประกอบการ SME ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย เปิดเผยถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการว่า การประชุมด่วนผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และรายย่อย (MSME) จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ สะท้อนตรงกันถึงวิกฤตน้ำมันที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและมีปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการในธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนอย่างหนัก โดยเฉพาะระบบขนส่งที่เริ่มสะดุดอย่างมีนัยสำคัญ จนใกล้เข้าสู่ภาวะชะงักทั้งระบบ

“จากการประชุมร่วมกับแกนนำสมาพันธ์ SME ไทย ทั้ง 76 จังหวัดพบว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถจัดหาน้ำมันสำหรับขนส่งได้เพียงพอ ต้องรวบรวมออเดอร์ก่อนส่ง ทำให้การจัดส่งล่าช้า ขณะที่การขนส่งระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดขาดความต่อเนื่อง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว ทั้งยอดขายในประเทศและต่างประเทศลดลง

“หลายจังหวัดเริ่มมีการจำกัดการจำหน่ายน้ำมันในสถานีบริการ บางแห่งต้องรอคิวยาว หรือเกิดภาวะน้ำมันหมด ผู้ประกอบการต้องเดินทางไปเติมน้ำมันในพื้นที่ห่างไกลอีกหลายกิโลเมตร ทำให้ต้นทุนขยับมากขึ้น และที่แย่กว่านั้นคือ บางพื้นที่จำกัดปริมาณการเติมต่อคัน กระทบโดยตรงต่อการสัญจรของประชาชนและภาคขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจ”

สมาพันธ์ SME ไทยจึงได้เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการแก้ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพออย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรวจสอบสต๊อกน้ำมันในโรงกลั่นและบริษัทน้ำมันรายใหญ่ เพื่อความโปร่งใส การจัดสรรน้ำมันให้เพียงพอในทุกพื้นที่ การควบคุมราคาให้เกิดเสถียรภาพ และการดูแลภาคการขนส่งอย่างเร่งด่วน ก่อนวิกฤตจะลุกลามเกินควบคุม

แชร์
SME กังวล ไม่กล้าลงทุน ความต้องการสินเชื่อลดฮวบ รอดูสงครามและนโยบายรัฐ