
“เด็กสมัยนี้ไม่มีความอดทน ขี้เบื่อ เปลี่ยนงานบ่อย อยู่กับองค์กรได้ไม่นาน” นี่คือหนึ่งในภาพจำ (stereotype) ของเด็ก Gen Z ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกการทำงานปัจจุบัน
แต่ในความเป็นจริง คนรุ่นใหม่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง ทั้งการเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์และเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ส่งผลให้เส้นทางอาชีพมีความหลากหลายกว่าสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ นักไลฟ์สด ผู้ทำ Affiliate หรือผู้หารายได้ผ่านช่องทางออนไลน์
การทำงานประจำ การเข้างานเป็นกะ หรือการต้องอดทนกับหัวหน้าขี้วีนและเพื่อนร่วมงานที่สร้างบรรยากาศไม่ดี จึงอาจไม่ใช่รูปแบบการทำงานที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อีกต่อไป
แล้วเด็ก Gen Z มีมุมมองต่อการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียง “ช่องว่างระหว่างวัย” หรือไม่
บทความนี้ SPOTLIGHT ชวนทุกคนมาหาคำตอบ โดยสรุปสาระสำคัญจากการสำรวจทัศนคติและสถานภาพของกลุ่ม Generation Z ในประเทศไทย ของสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (ITS-UTCC)
ก่อนจะทำความเข้าใจกับ Gen Z ต้องรู้ก่อนว่าคนกลุ่มนี้เกิดระหว่าง พ.ศ. 2540-2555 (ค.ศ. 1997-2012) ปัจจุบันมีอายุ 14-29 ปี และเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และสมาร์ตโฟน
พวกเขาคุ้นเคยกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงคาดหวังการเรียนรู้และความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง หากรู้สึกว่าตัวเองหยุดนิ่ง ก็พร้อมมองหาโอกาสใหม่อยู่เสมอ อีกทั้งในยุคที่ตลาดแรงงานเปิดกว้าง การทำงานแบบฟรีแลนซ์หรือการหารายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ก็ตอบโจทย์วิถีชีวิตของพวกเขามากกว่า
หากมองเพียงผิวเผิน หลายคนอาจคิดว่า Gen Z ไม่มีความอดทน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะ “พวกเขาอดทนกับเรื่องที่ควรอดทน และไม่อดทนกับเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องอดทน” เนื่องจากให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและ Work-Life Balance
ดังนั้น หาก Gen Z ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นพิษ (Toxic Workplace) งานหนักเกินไป ผู้บริหารที่ไม่รับฟัง หรืองานที่ไม่มีความหมายและไม่เห็นโอกาสเติบโต หลายคนก็เลือกลาออกมากกว่าฝืนทำต่อ
ผลสำรวจพบว่า ปัจจัยอันดับ 1 ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ลาออก คือ สังคมการทำงานเป็นพิษ (Toxic Workplace) ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจสูงถึง 70.2%
แนวคิดดังกล่าวแตกต่างจากคนรุ่นก่อนที่มองว่าความมั่นคงคือการอยู่บริษัทเดิมเป็นเวลาหลายสิบปี ขณะที่ Gen Z เติบโตมาในยุคที่การย้ายงานเพื่อเพิ่มรายได้หรือแสวงหาประสบการณ์ใหม่เป็นเรื่องปกติ
ผลสำรวจยังพบว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองเพียง “เงินเดือน” แต่ให้ความสำคัญกับปัจจัยต่อไปนี้ในการเลือกงาน
ผลสำรวจพบว่า Gen Z 61.3% เชื่อว่าตัวเองมีโอกาสได้ทำอาชีพในฝัน แต่ในขณะเดียวกัน 61.5% ก็มองว่าการหางานในปัจจุบัน “ยากมาก” โดยอุปสรรคสำคัญคือ การไม่มีประสบการณ์ การแข่งขันที่สูง และทักษะที่ยังไม่โดดเด่นเพียงพอ
ทักษะที่ Gen Z มองว่าสำคัญที่สุด ได้แก่
ขณะเดียวกัน กว่า 60.9% มองว่า AI ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก และมากกว่า 57% ใช้งาน AI ทุกวันหรือเกือบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล ช่วยคิดไอเดีย สรุปเนื้อหา หรือสร้างภาพ เสียง และวิดีโอ
10 อันดับอาชีพในฝันปี 2569 ของ Gen Z ได้แก่
สำหรับสถานะการเงินของ Gen Z ผลสำรวจพบว่า
นอกจากนี้ ยังพบว่า Gen Z มีรายได้เฉลี่ย 12,024 บาทต่อเดือน โดยส่วนใหญ่ยังพึ่งพาครอบครัวเป็นหลักถึง 85% และมีรายจ่ายเฉลี่ย 10,862 บาทต่อเดือน
ภาพรวมของผลสำรวจสะท้อนว่า Gen Z ไทยในปี 2569 ยังคงมีความฝันและเชื่อว่าตัวเองสามารถไปถึงเป้าหมายได้ แม้จะกังวลกับสภาพตลาดแรงงานก็ตาม พวกเขาให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance มากกว่าเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว ใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และยังมีจุดอ่อนด้านการออมเงิน
ท้ายที่สุด คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงการทำงานหนักเพื่อแลกกับรายได้ แต่ยังต้องการชีวิตที่สมดุล มีอิสระ และรู้สึกว่างานที่ทำมีความหมายต่อชีวิตของตนเองด้วย