Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ธุรกิจร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ปี 2569-71 ยังโตแต่เหนื่อย หลายปัจจัยกดดัน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ธุรกิจร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ปี 2569-71 ยังโตแต่เหนื่อย หลายปัจจัยกดดัน

26 เม.ย. 69
10:43 น.
แชร์

ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เปิดง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสนามที่มีการเข้า-ออกของผู้เล่นตลอดเวลา มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยก็ต้องปิดกิจการลง ในสภาพแวดล้อมที่มีแรงกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ผันผวน กำลังซื้อที่ไม่แน่นอน หรือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น สะท้อนว่าแม้ดีมานด์จะยังมี แต่การอยู่รอดในธุรกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

ข้อมูลจากรายงาน “แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรม ปี 2569-2571: ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม” ของวิจัยกรุงศรี (Krungsri Research) สะท้อนว่าธุรกิจนี้กำลังเผชิญภาวะยังโตได้แต่เผชิญแรงกดดัน แม้อุปสงค์ยังขยายตัว แต่อัตราการเติบโตชะลอลง ขณะที่ฝั่งต้นทุนและการแข่งขันสูงขึ้นจนบีบให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายในการกำไร และทำให้การอยู่รอดในตลาดนี้ยากขึ้น

ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ปี 2568 รายได้โตชะลอ

ในปี 2567 ประเทศไทยมีธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในฐานข้อมูลจดทะเบียนมีทั้งสิ้น 388,219 ร้าน โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ มากที่สุด (จำนวน 55,601 ร้าน คิดเป็นสัดส่วน 14.3% ของทั้งหมด)

สำหรับสถานการณ์ที่ผ่านมาล่าสุด รายงานของวิจัยกรุงศรีระบุว่า ในปี 2568 อุปสงค์ในธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ด้านการบริโภคภาคเอกชนในหมวดภัตตาคารและโรงแรม (Restaurant and Hotels) ณ ราคาคงที่ ซึ่งเติบโตดีถึง 6.0% เทียบกับ GDP รวมที่เติบโตเพียง 2.4% จากปี 2567 ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการทยอยฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ธุรกิจท่องเที่ยวและสันทนาการ แม้อัตราการขยายตัวอาจไม่สูงนัก

ส่วนด้านอุปทานปี 2568 จำนวนธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหารที่จดทะเบียนนิติบุคคลและดำเนินกิจการโดยรวมเพิ่มขึ้น 6.0% อยู่ที่ 29,579 ร้าน สอดคล้องกับทิศทางการทยอยฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่อัตราการเพิ่มขึ้นมีทิศทางชะลอลงต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า เป็นผลจากจำนวนผู้ประกอบการจดทะเบียนใหม่ที่ปรับลดลง -10.2% อยู่ที่ 3,616 ร้าน นับเป็นการหดตัวของจำนวนผู้ประกอบการจดทะเบียนใหม่ครั้งแรก หลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวภายหลังจากการระบาดของโควิด-19 สะท้อนถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอลง ภายใต้แรงกดดันของภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง

ด้านรายได้ วิจัยกรุงศรีประเมินว่า รายได้โดยรวมของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มขยายตัว 2.0-3.0% ในปี 2568 ชะลอลงจากที่ขยายตัว 14.2% ในปี 2567 เป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดตัว -7.2% ในปี 2568 ตามแรงฉุดของตลาดนักท่องเที่ยวจีน (-33.6%) เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย และมาเลเซีย (-8.7%) จากเหตุอุทกภัยภาคใต้ แต่ตลาดท่องเที่ยวโดยรวมยังมีศักยภาพในการเติบโตที่ช่วยหนุนการใช้จ่ายบริโภคของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน นโยบายภาครัฐเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในประเทศก็มีส่วนช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและการเดินทางในประเทศของนักท่องเที่ยวไทย

ทั้งนี้ รายได้หลักของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มยังมาจากนิติบุคคลไทย โดยในปี 2568 สัดส่วนการลงทุนของนิติบุคคลไทยเพิ่มขึ้นเป็น 92.4% จาก 91.4% ในปีก่อนหน้า แม้สัดส่วนการลงทุนโดยรวมนิติบุคคลต่างชาติจะปรับลดลงเล็กน้อย แต่พบว่าการลงทุนของนิติบุคคลจีนในหมวดภัตตาคาร/ร้านอาหารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าการลงทุนขยายตัวจาก 947.8 ล้านบาทในปี 2565 เป็น 2,143.4 ล้านบาทในปี 2568 หรือเติบโต 31.3% CAGR ในช่วงปี 2565-2568 ส่งผลให้นิติบุคคลจีนก้าวขึ้นเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มีมูลค่าสูงสุดในหมวดภัตตาคาร/ร้านอาหาร

ปัจจัยท้าทายสำคัญที่ส่งผลกดดันผลประกอบการของธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหารในปี 2568 ได้แก่

  1. การแข่งขันที่สูงขึ้น โดยในปี 2568 ผู้ประกอบการในธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหารที่จดทะเบียนนิติบุคคลได้เลิกกิจการจำนวน 946 ร้าน เพิ่มขึ้น 9.9% (จากจำนวน 861 ร้าน ที่เลิกกิจการในปี 2567)
  2. ราคาต้นทุนวัตถุดิบซึ่งเป็นต้นทุนหลักส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูงแม้ปรับลดลงบ้างแล้ว โดยเฉพาะราคาพืชผักที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน เมื่อประกอบกับอุปสงค์ที่มีทิศทางเติบโตในอัตราที่ลดลง ทำให้ความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการลดลง บางรายต้องปรับลดการรับพนักงานใหม่และเปลี่ยนเป็นการจ้างพนักงานแบบพาร์ทไทม์เท่าที่จำเป็นเพื่อลดภาระต้นทุน

แนวโน้ม 2569-2571 โตช้า แข่งราคา-ต้นทุนสูงกดดันกำไร

เมื่อมองไปข้างหน้า ปี 2569-2571 วิจัยกรุงศรีคาดว่า อุปสงค์ในธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหารยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยรายได้รวมของธุรกิจน่าจะขยายตัวได้เฉลี่ย 2.9-3.9% ต่อปี หรืออยู่ที่ระดับ 350,000-390,000 ล้านบาท

ในปี 2569 คาดว่ารายได้จะยังคงเติบโตในอัตราต่ำ ท่ามกลางปัจจัยท้าทายหลายอย่าง ได้แก่

  1. ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวภายใต้ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับสูงขึ้น บั่นทอนกำลังซื้อและความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอย
  2. ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวช้า จากผลกระทบของเหตุการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลางที่อาจทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลทั้งยุโรปและตะวันออกกลางชะลอการเดินทาง จากต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวที่สูงขึ้น จำนวนเที่ยวบินที่จำกัด และความกังวลด้านความปลอดภัยในการเดินทาง อีกทั้งประเทศไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวกับประเทศอื่น ๆ ที่ใช้มาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงรุกมากขึ้น จึงอาจส่งผลให้ร้านอาหารที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวได้ช้า แม้ว่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการจำกัดเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มาตรการทดลองระยะเวลา 180 วัน โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2568) โดยปัจจุบันอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเติมชั่วคราวในช่วงเวลา 14.00–17.00 น. แต่อาจช่วยสนับสนุนยอดขายของร้านอาหารได้จำกัดภายใต้สถานการณ์ตลาดท่องเที่ยวที่ยังไม่เอื้ออำนวย
  3. การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ส่งผลให้ผู้ประกอบการเผชิญแรงกดดันในการแข่งขันด้านราคาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตลาดระดับกลางจะได้รับผลกระทบรุนแรงจาก (3.1) การเข้ามาแข่งขันปรับลดราคาของร้านอาหารระดับบนและร้านอาหารในโรงแรม (3.2) การแข่งขันด้านความคุ้มค่ากับตลาดระดับกลางถึงล่าง และ (3.3) การขยายการลงทุนของกลุ่มทุนใหม่ที่เป็นรายใหญ่เข้าสู่ตลาดระดับกลาง โดยใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากรายเดิม

อย่างไรก็ตาม รายได้ของธุรกิจนี้มีแนวโน้มเริ่มทยอยปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ ในปี 2570-2571 โดยมีปัจจัยหนุนจาก

  1. กิจกรรมด้านสันทนาการที่มีทิศทางกระเตื้องขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และภาคการท่องเที่ยว โดยคาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จะเอื้อหนุนให้การจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคโดยรวมปรับสูงขึ้น
  2. บทบาทของสื่อสังคมออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้ผู้ประกอบการสามารถทำการตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์หรืออินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เพื่อประชาสัมพันธ์ร้านอาหารใหม่ หรือเมนูใหม่ ๆ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านการเล่าเรื่องราว (Story telling) และกระตุ้นยอดขายได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานยังมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะวัตถุดิบทางการเกษตรซึ่งมีความผันผวนทั้งด้านปริมาณและราคา จากผลของสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัดและภาวะภัยแล้ง โดยเฉพาะแนวโน้มปรากฏการณ์เอลนิโญที่จะชัดเจนมากขึ้นในปี 2571 นอกจากนั้น ต้นทุนการดำเนินงานที่ยังมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทั้งต้นทุนด้านพลังงานค่าเช่า ค่าไฟฟ้า และค่าแรงงาน ยังเป็นปัจจัยกดดันความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ ขณะที่ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายและมีความอ่อนไหวต่อราคา ทำให้ร้านค้าไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่

การปรับตัวสู่ความยั่งยืนอาจเพิ่มความกดดัน

วิจัยกรุงศรีระบุว่า การดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มแข่งขันปรับตัวด้านกระบวนการดำเนินงานและปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการไปสู่การใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นการหมุนเวียนของทรัพยากรหรือวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจแบบ ESG (Environmental, Social, and Governance) มากขึ้น

ยกตัวอย่างในด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการได้เริ่มปรับตัว เช่น ใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์มากขึ้น ลดการใช้น้ำ บำบัดน้ำเสียก่อนการปล่อยทิ้งสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ขนส่งอาหารโดยใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแทนรถจักรยานยนต์สันดาป ออกแบบรูปแบบร้านโดยมุ่งเน้นกับการอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน วิจัยกรุงศรีมองในอีกทางหนึ่งว่า การปรับตัวของธุรกิจดังกล่าว อาจเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุนทางธุรกิจ ทั้งในส่วนผลิตภัณฑ์อาหารและบริการ ซึ่งอาจมีผลต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ เนื่องจากการส่งผ่านภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคอาจทำได้จำกัดในภาวะที่กำลังซื้อยังรอการฟื้นตัว

แชร์
ธุรกิจร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ปี 2569-71 ยังโตแต่เหนื่อย หลายปัจจัยกดดัน