
หลังจากดำเนินธุรกิจในประเทศไทยต่อเนื่องยาวนานกว่า 25 ปี เทเลนอร์ กรุ๊ป ตกลงขายหุ้นทั้งหมดในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมมูลค่าประมาณ 39,000 ล้านโครนนอร์เวย์ ให้กับบริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นเจ้าของ นับเป็นการปิดฉากบทบาทของหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อโครงสร้างและพัฒนาการของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมาอย่างยาวนาน
การตัดสินใจถอนการลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้บริบทของการปรับยุทธศาสตร์ระดับโลกของเทเลนอร์ หลังการควบรวมกิจการระหว่าง dtac และ True ในปี 2566 ซึ่งก่อให้เกิดบริษัทโทรคมนาคมและเทคโนโลยีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ดีลดังกล่าวไม่เพียงสร้างมูลค่าเพิ่มให้เงินลงทุนของเทเลนอร์อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเปิดทางให้บริษัทจัดพอร์ตธุรกิจใหม่ เพื่อมุ่งเน้นตลาดหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน และยกระดับผลตอบแทนในระยะยาว
กลุ่มเทเลนอร์ได้ลงนามในสัญญากับบริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นเจ้าของ เพื่อขายหุ้นในทรู คอร์ปอเรชั่น จำนวน 24.95% ในราคาหุ้นละ 11.70 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 100,900 ล้านบาท หรือราว 32,300 ล้านโครนนอร์เวย์ ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
นอกจากนี้ เทเลนอร์และอไรซ์ยังได้ตกลงทำสัญญาออปชันแบบ put/call สำหรับหุ้นส่วนที่เหลืออีก 5.35% ภายในระยะเวลา 2 ปีหลังจากการปิดดีลการขายงวดแรก โดยราคาขายจะอิงจากราคาที่สูงกว่าระหว่าง 11.70 บาทต่อหุ้น หรือราคาตลาดก่อนถึงช่วงเวลาการใช้สิทธิออปชัน หากมีการใช้สิทธิ เทเลนอร์จะได้รับเงินเพิ่มอีกราว 21,900 ล้านบาท หรือประมาณ 6,900 ล้านโครนนอร์เวย์
เบเนดิกต์ ชิลเบรด ฟาสเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทเลนอร์ กล่าวว่า บริษัทมีความยินดีอย่างยิ่งที่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอไรซ์เกี่ยวกับการขายหุ้นในทรู พร้อมขอบคุณเป็นพิเศษต่อพนักงานและลูกค้าของทรู และย้ำความเชื่อมั่นว่าทีมงานของทรูจะยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าราว 60 ล้านรายต่อไป พร้อมกันนี้ยังได้แสดงความขอบคุณต่อนายศุภชัย เจียรวนนท์ สำหรับการหารืออย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเอื้อให้เกิดธุรกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวว่า อไรซ์มีความมุ่งมั่นในการรักษาแรงส่งเชิงบวก เดินหน้าการเติบโตอย่างมีกำไร และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรูในช่วงหลายปีข้างหน้า พร้อมขอบคุณความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเทเลนอร์ ซึ่งนำไปสู่การลงนามในสัญญาขั้นสุดท้ายได้สำเร็จ
เส้นทางการลงทุนของเทเลนอร์ในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นในปี 2543 จากการเข้าถือหุ้นในบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (TAC) ก่อนจะพัฒนาและขยายธุรกิจ dtac จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำของประเทศ มีบทบาทสำคัญในการทำให้การสื่อสารผ่านมือถือมีราคาที่เข้าถึงได้และแพร่หลายสู่ประชาชนไทยหลายสิบล้านคน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2566 เมื่อ dtac และทรูควบรวมกิจการ ก่อให้เกิดบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น แห่งใหม่ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดีลดังกล่าวถูกยกให้เป็นการควบรวมกิจการโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนั้น และนำไปสู่การก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่มีขนาดและศักยภาพเพียงพอในการลงทุนด้านโครงข่าย 5G เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่
เบเนดิกต์ ชิลเบรด ฟาสเมอร์ เปิดเผยว่า ก่อนการเริ่มเจรจาควบรวมกิจการในปี 2564 มูลค่าเงินลงทุนของเทเลนอร์ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านโครนนอร์เวย์ แต่ภายใต้ราคาขายที่ตกลงกันและอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน มูลค่าดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นราว 39,000 ล้านโครนนอร์เวย์ สะท้อนทั้งความสำเร็จในการสร้างความเป็นผู้นำตลาดโทรคมนาคมไทย และการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นตลอดระยะเวลาการลงทุน
ราคาธุรกรรมที่ 11.70 บาทต่อหุ้น คิดเป็นส่วนเพิ่มประมาณ 36% เมื่อเทียบกับราคาปิดในวันซื้อขายวันแรกของทรู คอร์ปอเรชั่น หลังการควบรวมในเดือนมีนาคม 2566 และสูงกว่าราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามปริมาณการซื้อขายในช่วง 3 เดือนล่าสุดราว 4%
การขายหุ้นทรูครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในสองดีลถอนการลงทุนหลักของเทเลนอร์ในเอเชีย ต่อเนื่องจากการปิดดีลขายธุรกิจเทเลนอร์ในปากีสถานเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับแผนปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ที่ประกาศไว้ในงาน Capital Markets Day โดยธุรกรรมดังกล่าวจะช่วยให้เทเลนอร์มีความชัดเจนและทรัพยากรในการขับเคลื่อน 4 ลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์สู่ปี 2573 ได้แก่ การเติบโตผ่านความเป็นเลิศด้านลูกค้า การเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยีเป็นตัวนำ การควบคุมและลดค่าใช้จ่าย และการมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น
“ในงาน Capital Markets Day เมื่อเดือนพฤศจิกายน เราได้ระบุว่าเรากำลังมองหาโอกาสในการสร้างมูลค่าเชิงโครงสร้างในเอเชีย ด้วยการปิดดีลขายธุรกิจเทเลนอร์ ปากีสถานในเดือนธันวาคม และข้อตกลงการขายหุ้นในทรูครั้งนี้ เราได้ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ดังกล่าว”
นางชิลเบรด ฟาสเมอร์ กล่าว
เทเลนอร์คาดว่าการขายหุ้นทรูจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายในการเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน (Return on Capital Employed) และยังสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาเทเลนอร์ให้เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย โดยมีศูนย์กลางอยู่ในกลุ่มประเทศนอร์ดิกมากยิ่งขึ้น
รายได้จากการขายหุ้นทรูจำนวน 24.95% จะอยู่ที่ 100,900 ล้านบาท (ประมาณ 32,300 ล้านโครนนอร์เวย์ ณ อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) และรายได้จากการใช้สิทธิออปชันภายหลังสองปีจะอยู่ที่ 21,900 ล้านบาท (ประมาณ 6,900 ล้านโครนนอร์เวย์)
การเติบโตของรายได้ ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการจัดสรรเงินทุน เป็นสามปัจจัยหลักในการสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นของเทเลนอร์ และวินัยทางการเงิน การจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น และการรักษาโครงสร้างงบดุลที่แข็งแกร่ง จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ดังกล่าว เทเลนอร์จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เงินที่ได้จากธุรกรรมนี้ ในการนำเสนอผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569
เทเลนอร์จะรับรู้กำไรทางบัญชีประมาณ 14,700 ล้านโครนนอร์เวย์ (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ณ วันที่ปิดดีลการขายครั้งแรก โดยกำไรจำนวน 1,600 ล้านโครนนอร์เวย์ เป็นผลจากการนำส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนสะสมในอดีตที่เคยบันทึกไว้ในกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น กลับมารับรู้ใหม่ ซึ่งไม่กระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของเทเลนอร์ ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามปกติ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า
ในวันเดียวกัน กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) ซึ่งก่อตั้งและถือหุ้นทั้งหมดโดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด ประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่มีความบูรณาการและครอบคลุมยิ่งขึ้นโดยนายศุภชัยได้ลงจากตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์เพื่อทุ่มเทในการบริหาร Arise Ventures Group กลยุทธ์ของกลุ่ม
พอร์ตการลงทุนของ กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ครอบคลุมเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ศูนย์ข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์(AI) และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยกลุ่มบริษัทมีเป้าหมายในการยกระดับการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม และส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างกว้างขวางทั่วทั้งภูมิภาค
ภายใต้โครงสร้างดังกล่าว บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ถือหุ้นทั้งหมด ได้ดำเนินก้าวสำคัญในธุรกิจกลุ่มโทรคมนาคม โดยได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นจำนวนร้อยละ 24.95 ในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศไทย จาก Telenor Thailand Investments Pte Ltd โดยคุณศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการนำและบุกเบิกการพัฒนาธุรกิจของทรู คอร์ปอเรชั่น มาอย่างต่อเนื่อง
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของกลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ต่อการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ คุณภาพการให้บริการในระดับสูง และศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของทรู คอร์ปอเรชั่น โดยมี คุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามาดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการบริหารด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด
ภายหลังการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าว บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด จะมีบทบาทสนับสนุนการเร่งรัดการดำเนินกลยุทธ์ของทรู คอร์ปอเรชั่น โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมนวัตกรรม ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และสร้างคุณค่าทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาวินัยในการสร้างผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นผ่านการจ่ายเงินปันผล ท่ามกลางภูมิทัศน์ดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยยังคงรักษาสถานะความเป็นผู้นำในยุคการปฏิวัติดิจิทัล
นอกเหนือจากการลงทุนในภาคโทรคมนาคมแล้ว กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ยังคงถือครองสัดส่วนการลงทุนที่มีนัยสำคัญในบริษัท แอสเซนด์ มันนี่ ซึ่งเป็นฟินเทคยูนิคอร์นรายแรกของประเทศไทย โดยบริษัทดังกล่าวก่อตั้งขึ้นโดยคุณศุภชัยในปี 2558 แอสเซนด์ มันนี่ ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งนับเป็นพัฒนาการที่สำคัญของภาคธุรกิจการเงินไทย ด้วยพัฒนาการดังกล่าว คุณศุภชัยมีวิสัยทัศน์ให้กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง และมีความมั่นคงปลอดภัยทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น
กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ยังถือครองสัดส่วนการลงทุนที่สำคัญในทรูไอดีซี ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยคุณศุภชัยในปี 2558 ผ่านทรูไอดีซี กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป มุ่งมั่นที่จะขยายการลงทุนไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค และมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาและการดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระดับภูมิภาค
วิสัยทัศน์ของคุณศุภชัยต่อกลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป มีความชัดเจน คือ การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการยกระดับศักยภาพของภาคธุรกิจและประชาชน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์ คลาวด์คอมพิวติ้ง บริการทางการเงิน และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ผ่านการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ตั้งเป้าที่จะมีส่วนสำคัญในการพลิกโฉมภูมิทัศน์ด้านเทคโนโลยีและการเงินของประเทศไทย รวมทั้งในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป เป็นกลุ่มการลงทุนชั้นนำ ก่อตั้งโดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีเชิงเปลี่ยนแปลง (Transformative Technologies) อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ คลาวด์คอมพิวติ้ง และศูนย์ข้อมูล รวมถึงการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมและฟินเทคในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และสร้างสรรค์โซลูชันที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับภาคธุรกิจและประชาชนทั่วทั้งภูมิภาค