
เปิดมาปีใหม่ต้นเดือนมกราคมทีไร ก็ให้ความรู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หนึ่งในนั้นคือการ ‘งดแอลกอฮอล์’ หลังจากการดื่มอย่างหนักในช่วงปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะการเฉลิมฉลองช่วงปีใหม่ จนเกิดเป็นกระแส Dry January ชาเลนจ์พักตับงดแอลกอฮอล์ตลอดเดือนมกราคม 31 วัน
เปรียบเทียบง่ายๆว่าอย่างประเทศไทยเรามี"งดเหล้าเข้าพรรษา" ส่วนสหราชอาณาจักรก็ออกแคมเปญที่เรียกว่า "Dry January"เมื่อปี 2011 เพื่อรณรงค์ให้คนดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง
Dry January คือชาเลนจ์ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยตั้งแต่เปิดปีมา งดติดต่อกันตลอดทั้งเดือนมกราคม 31 วัน เพราะเชื่อว่าการดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งโรคหัวใจหรือหลอดเลือด ส่วนใครที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือเป็น Alcoholic ก็อาจส่งผลต่อโรคสมองเสื่อมได้ ส่วนผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากเรื่องนี้มากกว่าผู้ชาย เช่นมะเร็ง มะเร็งตับ หรือมะเร็งทรวงอก
ผลการวิจัยของ University of Sussex บอกว่า 71% ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม Dry January หรือมกราที่สร่างเมา แม้จะเพียงแค่หนึ่งเดือน ได้พบว่าตัวเองนั้นนอนหลับได้ดีขึ้น 67% รู้สึกมีพลังวังชามากขึ้น 58% มีน้ำหนักลดลง และ 54% รายงานว่ามีผิวพรรณเปล่งปลั่งดีขึ้นด้วย บางคนมองว่าสิ่งนี่เป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับบางคนนี่คือชาเลนจ์สุดหิน ทั้งๆที่รู้ว่าการงดแอลกอฮอล์ส่งผลดีกับตัวเรา แต่ก็ยังคงไม่อยากทำจนผลัดวันประกันพุ่งไปเรื่อยๆ
แม้ว่าแคมเปญนี้จะถูกคิดมานานแล้วตั้งแต่ปี 2011 ในสหราชอาณาจักร แต่ชาเลนจ์นี้กลับมามีกระแสทุกครั้งในโลกออนไลน์ในหมู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้นโดยเฉพาะโลกของ TikTok
แม้ว่าบางคนจะยังทำไม่ได้ ที่ต้องงดแอลกอฮอล์ถึง 31 วันติดต่อกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วเริ่มต้นวันนี้ก็ยังไม่สาย ไม่จำเป็นต้อง Dry January เหมือนคนอื่น แต่เราสามารถสร้างระเบียบวินัยให้กับตัวเองได้เลย
อ้างอิง : clevelandclinic