
หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญจนมีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย และติดเชื้ออีกหลายราย ทำให้เกิดการเร่งสืบสวนด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โดยขณะนี้ทางอาร์เจนตินากำลังเร่งตามรอยต้นตอของการแพร่ระบาด โดยมีข้อสงสัยว่า การติดเชื้อในระยะแรกอาจเชื่อมโยงกับยอดผู้ป่วยไวรัสฮันตาในประเทศอาร์เจนตินาที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้
SPOTLIGHT จะพาไปย้อนรอยเส้นทางการเดินเรือสำราญ MV HONDIUS และหาต้นตอของไวรัสนี้กัน!
ก่อนออกเดินทาง
เรือจอดเทียบท่าอยู่ที่มณฑลเตียร์ราเดลฟวยโก ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองอูซัวยาเป็นเวลาหลายสัปดาห์
1 เมษายน - เริ่มออกเดินทาง
เรือเริ่มออกเดินทางจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เพื่อมุ่งหน้าไปยังทวีปแอนตาร์กติกา
6 เมษายน - ผู้โดยสารเริ่มมีอาการ
ชายชาวดัตช์คนหนึ่งมีอาการไข้ ปวดหัว และปวดท้องบนเรือสำราญ
11 เมษายน - ผู้โดยสารคนแรกเสียชีวิต
ผู้เสียชีวิตคนแรกจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ MV Hondius คือ ชายชาวดัตช์ วัย 70 ปี
23 เมษายน - เรือแวะจอดที่เกาะเซนส์เฮเลนา
เรือสำราญได้แวะจอดตามกำหนดการที่เกาะเซนส์เฮเลนา ซึ่งเป็นเกาะห่างไกลในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ซึ่งมีผู้โดยสาร 23 คนลงจากเรือ
24 เมษายน - นำร่างผู้เสียชีวิต และภรรยาลงจากเรือ
หลังนำร่างผู้เสียชีวิตลงจากเรือ ภรรยาผู้เสียชีวิตชได้เดินทางจากเกาะเซนส์เฮเลนาไปยังนครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาตอนใต้
26 เมษายน - ผู้โดยสารคนที่สองเสียชีวิต
ผู้เสียชีวิตคนที่สองจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ MV Hondius คือ ภรรยาชายชาวเนเธอร์แลนด์
27 เมษายน - ผู้โดยสารเริ่มมีอาการ
ผู้โดยสารชาวอังกฤษเริ่มเกิดอาการป่วยรุนแรง และถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในแอฟริกาใต้ ซึ่งตรวจพบเชื้อไวรัสฮันตา
2 พฤษภาคม - ผู้โดยสารคนที่สามเสียชีวิต
ผู้เสียชีวิตคนที่สามจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ MV Hondius คือ ผู้โดยสารหญิงชาวเยอรมันคนหนึ่ง เกิดอาการป่วยรุนแรงจากปอดอักเสบ
3 พฤษภาคม - เรือแวะจอดที่ประเทศเคปเวิร์ด
เรือได้เทียบท่า และถูกกักกันโรคอยู่นอกชายฝั่งท่าเรือเมืองปรายา ประเทศเคปเวิร์ด
6 พฤษภาคม - เรือออกเดินทางไปยังน่านน้ำของประเทศสเปน
หลังจากมีการอพยพผู้ป่วยหนัก 3 รายออกจากเรือเพื่อไปรักษาตัว เรือได้เดินทางออกจากเคปเวิร์ด เพื่อมุ่งหน้าไปยังน่านน้ำของประเทศสเปน
7 พฤษภาคม - จุดหมายปลายทางล่าสุด
เรือได้รับอนุญาตจากทางการสเปนให้เดินทางไปเทียบท่าที่เกาะเตเนรีเฟ ในหมู่เกาะคานารี ประเทศสเปน ก่อนมุ่งหน้าไปยังเกาะคานารี ประเทศสเปน
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของอาร์เจนตินาทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อแกะรอยตามสามีภรรยาชาวดัตช์ที่เสียชีวิตจากไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ โดยทั้งคู่ได้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯอเมริกาตอนใต้เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ก่อนท่องเที่ยวไปยังประเทศชิลี อุรุกวัย และอาร์เจนตินา ก่อนไปขึ้นเรือสำราญที่เมืองอูซัวยา
รัฐบาลอาร์เจนตินาเผยว่า มีโอกาสที่สามีภรรยาจะติดเชื้อไวรัสจากการดูนกที่เมืองอูซัวยา หรือตอนเดินสำรวจป่าที่ปาตาโกเนีย แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงน่าสับสน เนื่องจากไม่มีการตรวจพบไวรัสฮันตาสายพันธุ์แอนดีสในมณฑลเตียร์ราเดลฟวยโก ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองอูซัวยามาตั้งแต่ปี 1996
เนื่องจากไวรัสชนิดนี้มีระยะฟักตัวตั้งแต่ 1 ถึง 8 สัปดาห์ ทางการจึงระบุว่า เป็นการยากที่จะประเมินได้อย่างแน่ชัดว่าผู้ป่วยติดเชื้อเมื่อใด และที่ใด ไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อนขึ้นเรือ ระหว่างการแวะจอดพักตามเส้นทาง หรือเกิดขึ้นบนเรือ แต่ประเทศอาร์เจนตินาก็ไม่ได้นิ่งอยู่เฉย รัฐบาลได้ทำการจัดส่งสารพันธุกรรมของไวรัสสายพันธุ์แอนดีส พร้อมทั้งแนวทางการตรวจหาเชื้อ ไปยังห้องปฏิบัติการในประเทศสเปน เซเนกัล แอฟริกาใต้ เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร
แม้ว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) จะระบุว่า ความเสี่ยงด้านสาธารณสุขโดยรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่ไวรัสฮันตาสายพันธุ์แอนดีส มีความอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นไวรัสฮันตาเป็นเพียงสายพันธุ์เดียวที่พบว่าสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ การติดต่อนี้จำเป็นต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดกันอย่างมาก เช่น การพักร่วมห้องเดียวกัน หรือการให้การดูแลทางการแพทย์โดยตรง
แต่ต่อให้ความเสี่ยงโดยทั่วไปจะต่ำ ก็มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผู้โดยสารจำนวน 23 คน ที่ลงจากเรือ MV Hondius ที่เกาะเซนต์เฮเลนา เมื่อวันที่ 23 เมษายน และได้เดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดของตน กลุ่มผู้โดยสารนี้รวมถึงผู้ที่เดินทางกลับไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้กำลังถูกเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานสาธารณสุขในรัฐจอร์เจีย แคลิฟอร์เนีย และแอริโซนา แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะยังไม่มีใครแสดงอาการป่วยใดๆ ก็ตาม
กระทรวงสาธารณสุขของอาร์เจนตินารายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาจำนวน 101 ราย นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งในสามในอาร์เจนตินาเสียชีวิตเมื่อปีที่ผ่านมา โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขต่างชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น
อูโก ปิซซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อชื่อดังของอาร์เจนตินาระบุว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้น ภัยแล้งที่รุนแรง และพายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักผิดปกติ ได้สร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของพืชพรรณ และพืชเขตร้อนชนิดใหม่ ๆ ซึ่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เป็นแหล่งอาหารชั้นดีในการขยายพันธุ์ของสัตว์ฟันแทะที่เป็นพาหะนำไวรัส
อูโก ปิซซี เผยเพิ่มเติมอีกว่า อาร์เจนตินามีสภาพอากาศที่ค่อนไปทางเขตร้อนมากขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงมีการแพร่ระบาดของไวรัสมากขึ้น เพราะในขณะที่ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง ก็ยิ่งผลักดันให้สัตว์ฟันแทะอพยพไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ทำให้ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่มนุษย์ก็เพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความกังวล และความหวาดกลัวต่อผู้คนว่าจะมีการแพร่ระบาดเพิ่มเติมตามมา
แม้ในเวลานี้องค์การอนามัยโลก (WHO) จะยังประเมินว่า ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในวงกว้างยังอยู่ในระดับต่ำ แต่เหตุการณ์บนเรือสำราญ MV Hondius ได้สะท้อนให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการเดินทางข้ามทวีป การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนที่อาจขยายตัวได้รวดเร็วกว่าที่คาดคิด
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เสียชีวิตบนเรือสำราญลำนี้ แต่คือแนวโน้มของโรคที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต จากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศและสภาพอากาศ ซึ่งกำลังผลักดันให้สัตว์พาหะนำโรคขยายถิ่นอาศัยเข้าใกล้มนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ
และในโลกที่ผู้คนสามารถเดินทางข้ามทวีปได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เชื้อไวรัสจากพื้นที่ห่างไกลที่สุดของโลก ก็อาจกลายเป็นความเสี่ยงระดับโลกได้ภายในเวลาสั้นๆ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการไม่ประมาท ดูแลรักษาสุขภาพ และรักษาความสะอาดให้ดี