Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อิหร่านเสียหายแค่ไหน เหตุใดผู้นำที่เหลือยังแข็งกร้าว แม้กำลังอ่อนแรง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

อิหร่านเสียหายแค่ไหน เหตุใดผู้นำที่เหลือยังแข็งกร้าว แม้กำลังอ่อนแรง

21 มี.ค. 69
10:55 น.
แชร์

อิหร่านเสียหายแค่ไหน ทำไมไม่ยอมแพ้แม้อ่อนแรง

จากสถานการณ์จนถึงเดือนมีนาคม 2026 อิหร่านต้องเผชิญกับความสูญเสียที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ระบอบการปกครอง การโจมตีแบบรุนแรงจากกองกำลังผสมของสหรัฐฯ และอิหร่าน กระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานใน 21 จังหวัด โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างแหล่งก๊าซ South Pars และโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งคาดว่า ต้องใช้เงินฟื้นฟูมหาศาลกว่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 ในมิติทางการทหาร อิหร่านสูญเสีย "เขี้ยวเล็บ" สำคัญที่เคยใช้สร้างอำนาจต่อรองมานานหลายทศวรรษ รายงานยืนยันว่า แท่นยิงขีปนาวุธนำวิถีถูกทำลายไปแล้วกว่า 70% ขณะที่กองทัพเรืออิหร่านถูกกองทัพสหรัฐฯ ประกาศให้อยู่ในสถานะไร้สมรรถภาพในการรบโดยสิ้นเชิง

นอกจากความสูญเสียด้านยุทโธปกรณ์แล้ว ระบบบัญชาการยังสั่นคลอนจากการสูญเสียบุคลากรระดับมันสมอง ตั้งแต่ผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้บัญชาการทหารระดับสูงไปจนถึงบุคคลสำคัญในโครงการนิวเคลียร์ โดยมีผู้เสียชีวิตรวมแล้วกว่า 1,400 - 5,300 ราย ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและพลเรือนที่ต้องรับเคราะห์จากความขัดแย้งครั้งนี้

ท่ามกลางซากปรักหักพังของโครงสร้างรัฐและกองทัพที่อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ท่าทีของกลุ่มผู้นำที่เหลือรอด ยังคงเต็มไปด้วยวาทกรรมที่ดุดันและข้อเรียกร้องแบบสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงคราม หรือการกำหนดระเบียบใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ 

เหตุใดระบอบการปกครองที่กำลังเผชิญกับความพ่ายแพ้ทางทหารอย่างย่อยยับเช่นนี้ จึงยังคงเลือกที่จะยืดเยื้อสงครามและแสดงท่าทีแข็งกร้าวแทนที่จะโอนอ่อนเพื่อรักษาชีวิตประชาชน? เป็นไปได้หรือไม่ว่าสำหรับพวกเขาแล้ว การยอมจำนนในสภาวะที่อ่อนแอคือจุดจบที่น่ากลัวกว่าการลากโลกทั้งใบให้เผชิญกับหายนะไปพร้อมกัน 

สงครามกดเศรษฐกิจอิหร่านจมดิน

ก่อนจะเกิดสงคราม เศรษฐกิจของอิหร่านตกอยู่ในสภาวะที่เปราะบางและบอบช้ำอย่างหนักอยู่แล้ว จากการถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ความตึงเครียด "สงคราม 12 วัน" กับอิสราเอล ระหว่างวันที่ 13 – 24 มิถุนายน 2025 ค่าเงินเรียลของอิสราเอลก็ค่อย ๆ ถอยหลังลง สวนทางกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น จนประชาชนแบกรับไม่ไหว ต้องออกมาเดินขบวนประท้วงทั่วประเทศ ก่อนจะยกระดับเป็นการปราบปรามที่นองเลือด

ฝันร้ายที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นเมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สงครามได้ยืดเยื้อมาแล้วกว่า 3 สัปดาห์ กลับสร้างความพินาศทางเศรษฐกิจรุนแรงยิ่งกว่าผลพวงจากการคว่ำบาตรหลายทศวรรษ

ค่าเงินเรียลอิหร่านล่มสลายลงโดยสิ้นเชิง โดยร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,750,000 เรียลต่อดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นการสูญเสียมูลค่าไปมากกว่า 90% เมื่อเทียบกับปี 2018 ส่งผลให้ระบบการค้าและการแลกเปลี่ยนเงินตราอยู่ในภาวะชะงักงัน

Al Jazeera และนักวิเคราะห์เศรษฐกิจระดับโลกประเมินว่า ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางยุทธศาสตร์เพียงอย่างเดียวอาจต้องใช้เงินงบประมาณฟื้นฟูสูงถึง หลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะในภาคพลังงานซึ่งเป็นหัวใจหลักของประเทศ หลังจากการโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars และโรงงานพลังงานหลายแห่งทำให้การส่งออกน้ำมัน ซึ่งถูกกดทับด้วยการคว่ำบาตรอยู่ก่อนแล้ว ต้องหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด 

การประเมินยังระบุด้วยว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อิหร่านได้ผันงบประมาณมหาศาลกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธพันธมิตรในภูมิภาค ซึ่งเป็นต้นทุนมหาศาลที่สูญเปล่าเมื่อเทียบกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในปัจจุบัน

สภาวะเศรษฐกิจที่ "จมดิน" นี้ ไม่ได้สะท้อนผ่านตัวเลขในตลาดหุ้นที่ว่างเปล่าเท่านั้น แต่ยังปรากฏชัดในรูปแบบของภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง (Hyperinflation) และการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างหนักในยามสงคราม ประชาชนต้องเผชิญกับภาระของสงครามที่ตนไม่ได้เป็นผู้ก่อ ทั้งความอดอยากและโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลายลงทุกวัน ขณะที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าเผาผลาญทรัพยากรที่เหลืออยู่เพื่อหล่อเลี้ยงเครื่องจักรสงครามและการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง โดยทิ้งให้เศรษฐกิจของชาติกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่รอวันล่มสลายอย่างถาวร

กลยุทธ์สงครามยืดเยื้อ: เมื่อการยอมจำนนไม่ใช่ทางเลือก

ท่ามกลางความเสียหายที่ปรากฏชัดแจ้ง คำถามสำคัญที่ประชาคมโลกต่างสงสัยคือ เหตุใดอิหร่านที่กำลังอ่อนแรงลงอย่างหนักจึงยังปฏิเสธที่จะถอยหลัง CNN วิเคราะห์ว่า คำตอบนั้นไม่ได้อยู่ที่ความเชื่อมั่นในชัยชนะทางทหารแบบดั้งเดิม แต่อยู่ที่การวางแผนรับมือเหตุการณ์ล่วงหน้า ที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้พัฒนาขึ้นมานานหลายทศวรรษ

ผู้นำที่เหลือรอดระบุว่า พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับ "สงครามระยะยาว" โดยใช้ยุทธวิธีกระจายอำนาจการสั่งการไปยังหน่วยรบย่อยที่ทำงานได้อย่างอิสระ ทำให้แม้โครงสร้างส่วนกลางจะถูกทำลาย แต่กลไกการตอบโต้ยังคงทำงานต่อไปได้ และพวกเขามองว่า การหยุดยิงในขณะที่เพลี่ยงพล้ำ จะเป็นเพียงการเปิดโอกาสให้ศัตรูซ่อมแซมเรดาร์หรือเติมคลังแสงขีปนาวุธเพื่อกลับมาโจมตีใหม่ อิหร่านจึงเลือกที่จะสู้จนกว่าศัตรูจะ "เสียใจ" และยอมรับเงื่อนไขที่พวกเขาตั้งไว้

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้อิหร่านยังคงท่าทีแข็งกร้าว คือการใช้ "ความเจ็บปวด" เป็นเครื่องมือทางการเมือง ผู้นำอิหร่านแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความไม่แยแสต่อการสูญเสียบุคลากรระดับสูง และเชื่อมั่นในขีดความสามารถของระบอบในการอดทนต่อความยากลำบาก พวกเขาไม่ได้วางเป้าหมายไว้ที่การชนะสงครามในสนามรบ แต่เป้าหมายคือการทำให้สงครามครั้งนี้ "มีราคาแพงเกินกว่าที่ใครจะแบกรับไหว" โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเศรษฐกิจของเพื่อนบ้านอาหรับ เพื่อบีบให้สหรัฐฯ และพันธมิตรต้องเป็นฝ่ายยอมจำนนต่อแรงกดดันจากตลาดโลกเสียเอง

ยุทธศาสตร์นี้ชี้ชัดว่า "จุดจบของสงคราม" สำหรับอิหร่านต้องแลกมาด้วยการรื้อระเบียบภูมิภาคใหม่เท่านั้น พวกเขาไม่ได้ต้องการเพียงการหยุดยิง แต่ยื่นเงื่อนไขสูงสุด (Maximalist) ทั้งการคุมช่องแคบฮอร์มุซ การยกเลิกคว่ำบาตร และค่าปฏิกรรมสงคราม การตั้งเงื่อนไขที่แข็งกร้าวเช่นนี้คือการใช้ความพินาศของสงครามเป็นเดิมพันสุดท้าย เพื่อบีบให้เกิดการเจรจาที่รับประกันความอยู่รอดและอำนาจของระบอบปกครองในระยะยาว

อิหร่านเดิมพันด้วยความมั่นคงโลก

เครื่องมือต่อรองสุดท้ายที่อิหร่านหยิบมาใช้ไม่ใช่กองกำลังทหารตามแบบแผนที่ถูกทำลายไปเกือบหมด แต่คือการใช้ "ความไร้เสถียรภาพของโลก" เป็นตัวประกัน โดยส่งสัญญาณชัดเจนว่าหากระบอบปกครองอยู่ไม่รอด เศรษฐกิจโลกและอ่าวเปอร์เซียต้องพังพินาศตามกัน การจงใจโจมตี “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าและเส้นทางขนส่งพลังงานของโลก เพื่อบีบให้ศัตรูต้องยอมเจรจาภายใต้แรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก

แม้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ จะยืนยันว่ากองทัพอิหร่าน "แหลกสลาย" และผู้นำแทบทุกระดับถูกกวาดล้างไปแล้ว แต่อิหร่านกลับตอบโต้ด้วยการยิงถล่มระลอกใหม่เพื่อแสดงให้เห็นว่าสงครามยังคงเดินหน้าต่อไปได้ แม้สรรพวุธของอิหร่านมีไม่เท่าสหรัฐฯ และอิสราเอล 

อย่างไรก็ตาม เดิมพันครั้งนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยงอย่างมหาศาล ในขณะที่อิหร่านพยายามใช้ความรุนแรงบีบให้เกิดการประนีประนอม ประเทศเพื่อนบ้านหลายรัฐกลับส่งสัญญาณที่ตรงกันข้าม โดยเลือกที่จะกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และอิสราเอลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกข่มขู่ 

สำหรับระบอบปกครองของอิหร่านในปัจจุบัน เป้าหมายสุดท้ายอาจไม่ใช่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และการกอบกู้อำนาจในการกำหนดเงื่อนไขหลังสิ้นสุดสงคราม โดยทิ้งให้โลกต้องเฝ้ามองว่าเดิมพันที่แลกด้วยความมั่นคงของภูมิภาคนี้ จะจบลงที่การเจรจาหรือความพินาศย่อยยับของทุกฝ่าย


แชร์
อิหร่านเสียหายแค่ไหน เหตุใดผู้นำที่เหลือยังแข็งกร้าว แม้กำลังอ่อนแรง