Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
AWC วางแผนลงทุนเมื่อพร้อม เน้นเพิ่มคุณค่าโครงการ ปั้นมูลค่าทรัพย์สิน
โดย : ปาณิสรา สุทธิกาญจนวงศ์

AWC วางแผนลงทุนเมื่อพร้อม เน้นเพิ่มคุณค่าโครงการ ปั้นมูลค่าทรัพย์สิน

13 พ.ค. 69
23:49 น.
แชร์

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะตลาดที่ยังซบเซาส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนไม่เอื้ออำนวย แม้แต่ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของไทยอย่าง AWC หรือ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 221,357 ล้านบาท ก็ยอมรับว่าจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนให้รอบคอบมากขึ้น โดยเน้นการลงทุนเมื่อจังหวะตลาดมีความพร้อม

ตัวอย่างสำคัญคือโปรเจกต์ “ตึกสูง 100 ชั้น” ที่เอเชียทีค ซึ่งขณะนี้ยังต้องประเมินความพร้อมของตลาด และรอเวลาที่เหมาะสมก่อนเดินหน้าลงทุน

เช่นเดียวกับโปรเจกต์ “อควอทีค พัทยา” (Aquatique Pattaya) มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับพัทยาสู่เมืองตากอากาศริมทะเลระดับโลก โดย AWC ได้เปิดโรงแรมหรูในพื้นที่ไปแล้ว เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทดสอบตลาดนักท่องเที่ยว ส่วนแผนการลงทุนระยะต่อไปจะเป็นการทยอยประเมินภาวะตลาด จับจังหวะที่เหมาะสม และเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายสวนน้ำมาตรฐานสากล รวมถึงพื้นที่รีเทลในอนาคต

ในบริบทนี้ นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยกับทีม SPOTLIGHT ถึงความท้าทายให้ปีนี้ให้ฟังว่า “ปีนี้ต้องจับตาเรื่องราคาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นที่อาจส่งผลกระทบต่อลูกค้า Commercial  กลุ่มลูกค้าที่ AWC ต้องวางกลยุทธ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพราะต้องมีทั้งนักท่องเที่ยวคุณภาพ และปริมาณนักท่องเที่ยว”

AWC กางแผนทุ่ม 8,000 ล้านบาทลงทุน 5 โครงการในปี 2569

ทั้งนี้ แม้การดำเนินธุรกิจในระยะข้างหน้าจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น แต่ AWC ยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องในปี 2569 ด้วยงบลงทุนราว 8,000 ล้านบาท โดยวางแนวทางพัฒนาโครงการแบบค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับจังหวะและความพร้อมของตลาด เช่น

  • โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ โดยในปี 2569 AWC จะใช้งบลงทุนเพิ่มเติมราว 1,000 ล้านบาท
  • โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง เฟส 2 โดยเน้นการพัฒนาพื้นที่ส่วนไลฟ์สไตล์
  • โครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ ที่จะทยอยเปิดทีละโซน โดยเริ่มจากโซนไลฟ์สไตล์ที่ชูศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับร้านอาหารและเครื่องดื่ม หรือ F&B เพื่อรองรับทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
  • เอเชียทีค เฟส 2.2 ซึ่งจะมีไฮไลต์สำคัญคือ Blue Ocean Dome ซึ่ง AWC ซื้อมาจากงาน Osaka World Expo 2025 เพื่อนำมาติดตั้งถาวรบนพื้นที่ 1,600 ตารางเมตร บริเวณโซนข้าง Jurassic World โดยตั้งเป้าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์แห่งใหม่ที่มีความสนุกสนานและดึงดูดนักท่องเที่ยว คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้
  • โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช มิกซ์ยูสบนพื้นที่กว่า 14 ไร่ ใจกลางย่านไชน่าทาวน์ มูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม พาวิลเลียน และศูนย์การค้า โครงการเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2568 และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2572 โดยสาเหตุที่โครงการนี้ต้องใช้เวลาก่อสร้างนานถึงราว 5 ปี เนื่องจากมีการพัฒนาโครงสร้างชั้นใต้ดินลึกถึง 5 ชั้น ซึ่งเฉพาะงานโครงสร้างส่วนนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 AWC ตั้งเป้าทยอยเปิดให้บริการโซนแรกบริเวณ ตึกโบราณอนุรักษ์ หรือ Heritage Buildings โดยเน้นร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

AWC กำไร Q1 นิวไฮกำไร 1,986 ล้านบาท ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 800 ล้านคน

ขณะเดียวกัน AWC ยังเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างทางการเงินที่ยังแข็งแกร่ง โดยบริษัทมีพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพมูลค่า 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีจำนวนห้องพักโรงแรมในพอร์ตทั้งหมด 6,834 ห้อง

ในไตรมาสดังกล่าว บริษัทมีรายได้รวม 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% และกำไรจากการดำเนินงาน หรือ EBITDA อยู่ที่ 3,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3%

ทั้งรายได้รวม กำไรสุทธิ และ EBITDA ต่างทำสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของพอร์ตธุรกิจเดิม การทยอยรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจ ได้แก่

  • กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการเติบโต 12.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงหนุนของดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในจุดหมายปลายทางหลัก โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม หรือ Same-store RevPAR ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 5,230 บาทต่อคืน โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ที่มี RevPAR เติบโต 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงอย่างชัดเจน
  • กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีรายได้รวม 1,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนสำคัญจาก ‘เอ-ญ่า’ รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ ซึ่งสร้างรายได้สูงสุดกว่า 158 ล้านบาทในไตรมาสนี้
  • กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้รวม 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน หรือ BU EBITDA อยู่ที่ 2,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% การเติบโตดังกล่าวนำโดยโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งขยายตัวจากการพัฒนาโมเดลประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว โดยรายได้ค่าเช่าเติบโต 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังได้รับแรงหนุนจากความสำเร็จของโครงการ Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus ที่ช่วยดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา AWC สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 800 ล้านคน จากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาและจีนเติบโตกว่า 12% ขณะที่นักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเติบโตกว่า 6% เยอรมนีเติบโตกว่า 5% ญี่ปุ่นเติบโตกว่า 4% และนักท่องเที่ยวจากอิสราเอล สิงคโปร์ อินเดีย ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส เติบโตกว่า 3%

สำหรับแผนระยะ 5 ปี AWC ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในพอร์ตโฟลิโอเป็น 300,000 ล้านบาทภายในปี 2573 พร้อมขยายจำนวนห้องพักโรงแรมรวมเป็น 9,312 ห้อง ครอบคลุมโรงแรม 35 แห่ง ภายใต้ 21 แบรนด์ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวควบคู่กับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล

การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้พันธกิจ “Building Better Future For All” และกรอบแนวคิด 3BETTERs ได้แก่ Better Planet, Better People และ Better Prosperity ซึ่งมุ่งสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ล่าสุด AWC ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 1% S&P CSA Score จากรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน พร้อมได้รับคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ต และเรือสำราญ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพตามมาตรฐาน ESG ระดับโลก

แชร์
AWC วางแผนลงทุนเมื่อพร้อม เน้นเพิ่มคุณค่าโครงการ ปั้นมูลค่าทรัพย์สิน