Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Silk Road Express รถไฟจีนสุดหรู บนเส้นทางเก่าแก่จากเสฉวนถึงยูนนาน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Silk Road Express รถไฟจีนสุดหรู บนเส้นทางเก่าแก่จากเสฉวนถึงยูนนาน

12 พ.ค. 69
15:18 น.
แชร์

หากคุณเคยคิดว่าการท่องเที่ยวจีนคือความเร่งรีบของการขึ้นรถไฟความเร็วสูง หรือการเดินตามธงไกด์ท่ามกลางฝูงชนในเมืองใหญ่ ลองหลับตาแล้วจินตนาการใหม่ถึงภาพของรถไฟสีฟ้จากเครื่องลายครามของราชวงศ์จีน ตัดขอบสีแดงพร้อมตัวอักษรสีทองอร่ามที่จอดสงบอยู่ที่ชานชาลาสถานีเฉิงตูตะวันตก

นี่คือ Silk Road Express นิยามใหม่ของการเดินทางแบบ "Slow Travel" ระดับ Ultra-Luxe ที่กำลังเปลี่ยนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจีนให้กลายเป็น "รีสอร์ทหรูเคลื่อนที่" เพื่อท้าชนกับแบรนด์ระดับตำนานของยุโรป ตั้งแต่การออกแบบสไตล์ราชวงศ์ฮั่น พื้นที่กว้างขวางบนรถไฟ บริการระดับจักรพรรดิ์ ไปจนถึงอาหารระดับมิชลินที่เสิร์ฟระหว่างรถไฟเคลื่อนที่

Spotlight ชวนส่องทริป 3 วัน 2 คืน บนเส้นทางสายไหมทางตอนใต้ เครือข่ายเส้นทางการค้าโบราณที่เริ่มต้นจากมณฑลเสฉวน (เฉิงตู) ลงมาทางมณฑลยูนนาน เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่เมียนมา อินเดีย และเอเชียกลาง ซึ่งนักธุรกิจท่องเที่ยวและสายลึกเรื่องจีนต้องจับตามอง

Fosun กับเดิมพันครั้งใหม่: ตลาด Slow Travel ระดับ Ultra-Luxe

โครงการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากหน่วยงานรัฐ แต่เป็นวิสัยทัศน์ของ Fosun Infrastructure Group ยักษ์ใหญ่จากเซี่ยงไฮ้ ที่มองเห็นช่องว่างในตลาด แม้จีนจะมีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลก แต่เส้นทางรถไฟรางเดี่ยวแบบดั้งเดิมที่พาดผ่านภูมิประเทศสวยงามกลับถูกทิ้งไว้เฉย ๆ

Fosun จึงปั้น Silk Road Express ขึ้นมาเพื่อท้าชนกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Belmond และ Orient Express โดยใช้จุดแข็งที่รถไฟยุโรปให้ไม่ได้ นั่นคือ "พื้นที่"

โซลิแมน มา CEO ของ Silk Road Express กล่าว "รถไฟคลาสสิกในยุโรปปรับโครงสร้างตู้โดยสารไม่ได้ เพราะเป็นโบกี้ประวัติศาสตร์ แต่เราสร้างใหม่หมด เราจึงขยายห้องพักให้ใหญ่กว่า มีห้องน้ำในตัวที่อาบพร้อมกันได้สองคน และใส่เทคโนโลยีอย่างโถสุขภัณฑ์อุ่นจาก Toto หรือไดร์เป่าผม Dyson เข้าไปได้เต็มที่"

สุนทรียศาสตร์ เมื่อราชวงศ์ฮั่นพบกับ Modern Luxury 

ในการออกแบบพื้นที่ใช้สอยบน Silk Road Express โจทย์สำคัญคือการหยิบเอาหน้าประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์มาตีความใหม่ผ่านมุมมองของความทันสมัย โดยได้ Studio HBA บริษัทดีไซน์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงในการปั้นโรงแรมหรูมาเป็นผู้ดูแลการตกแต่งภายในทั้งหมด มีแรงบันดาลใจจากยุคของ "จางเชียน" นักการทูตผู้บุกเบิกเส้นทางสายไหมสมัยราชวงศ์ฮั่น เป็นแกนกลาง แล้วถ่ายทอดออกมาผ่านวัสดุและเส้นสายที่เรียบหรู

หัวใจสำคัญที่นิยามความหรูหราของรถไฟขบวนนี้คือ คำว่า "ความเป็นส่วนตัว" (Privacy is Luxury) ทีมออกแบบให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแยกเสียง เพื่อให้ภายในเคบินเป็นพื้นที่พักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ แม้ตัวรถไฟจะกำลังเคลื่อนที่ไปบนราง แต่เสียงรบกวนจากภายนอกกลับถูกจัดการจนเงียบสงบ เหลือเพียงจังหวะการกระทบรางเบา ๆ ของล้อเหล็ก

ความโดดเด่นสูงสุดอยู่ที่ห้องพักระดับ Grand Suites ซึ่งฉีกทุกข้อจำกัดของการเดินทางด้วยราง ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของห้องพักบนรถไฟหรูทั่วไป ภายในจัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เทียบเท่ารีสอร์ทระดับ 5 ดาว ตั้งแต่เตียงนอนขนาดคิงไซส์ไปจนถึงอ่างอาบน้ำส่วนตัว ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่หาได้ยากยิ่งในการเดินทางด้วยรถไฟ 

กลยุทธ์ "Gastro-Diplomacy" บนรางรถไฟ

อีกหนึ่งอาวุธลับที่ Silk Road Express ใช้มัดใจนักเดินทางคือ กลยุทธ์ "Gastro-Diplomacy" ที่เปลี่ยนตู้เสวยให้กลายเป็นรันเวย์ของรสชาติ โดยการยกระดับอาหารบนรถไฟให้ห่างไกลจากคำว่า Meal Box ไปหลายปีแสง ด้วยการผนึกกำลังกับ The Bridge ร้านอาหารระดับแถวหน้าจากเฉิงตู ภายใต้การดูแลของเชฟชื่อดังระดับโลกอย่าง อังเดร เชียง 

ความท้าทายที่กลายเป็นความประทับใจคือการเสิร์ฟเมนู Fine Dining แบบ 5 คอร์สอย่างประณีต เช่น เนื้อเสวี่ยหลง (Xue Long beef) เคียงกับอะโวคาโด ท่ามกลางข้อจำกัดของพื้นที่ครัวที่คับแคบและแรงเหวี่ยงขณะรถไฟกำลังวิ่ง การรังสรรค์จานอาหารที่สมบูรณ์แบบทั้งรสชาติและศิลปะในสภาวะเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการปรนเปรอลิ้นของแขกผู้มาเยือนเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งมอบการบริการระดับสูงสุดได้ในทุกเงื่อนไข

จาก "Tea Horse Road" สู่จุดหมายที่เข้าถึงยาก

เส้นทางที่ Silk Road Express เลือกใช้นั้นไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่คือการปลุกชีพ "เส้นทางสายไหมทางใต้" หรือที่รู้จักกันในนาม "เส้นทางชา-ม้า" (Tea Horse Road) เครือข่ายการค้าเก่าแก่ที่เคยเชื่อมโยงจีนเข้ากับเมียนมาและอินเดีย การหยิบเส้นทางประวัติศาสตร์นี้มาใช้เป็นการเปลี่ยนบทบาทของรถไฟจากการเป็นเพียงพาหนะ ให้กลายเป็นประตูบานใหญ่ที่พานักเดินทางย้อนเวลากลับไปสัมผัสร่องรอยอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

หัวใจสำคัญของการเดินทางครั้งนี้คือประสบการณ์แบบ Experience-Led Travel ที่เน้นการเข้าถึงจุดหมายที่เข้าถึงได้ยาก แขกผู้มีเกียรติจะได้ลงไปเดินทอดน่องในเมืองเก่า "สื่อผิง" ของมณฑลยูนนาน ที่ซึ่งกาลเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งท่ามกลางสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิงและชิง ก่อนจะดื่มด่ำกับมื้ออาหารสุดพิเศษภายในสถานีรถไฟเก่าสไตล์ฝรั่งเศสที่มีอายุกว่า 90 ปี ซึ่งเป็นการผสมผสานเสน่ห์ของโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

นอกจากความหรูหราแล้ว รถไฟขบวนนี้ยังออกแบบมาเพื่อสร้าง The Human Connection ผ่านพื้นที่ส่วนกลางหรือ "Social Space" ที่มีชีวิตชีวา ทั้งบาร์เครื่องดื่ม ห้องคาราโอเกะ และโต๊ะเล่นไพ่นกกระจอก ที่กลายเป็นจุดนัดพบสำคัญ พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นคลับรับรองระดับสูงที่ช่วยสร้าง Network ชั้นดีระหว่างกลุ่มนักธุรกิจและนักเดินทางระดับ High Net Worth ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองตลอดเส้นทาง

นัยสำคัญต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวจีน

ในเชิงกลยุทธ์ระดับมหภาค Silk Road Express ไม่ได้เพียงแค่เจาะกลุ่มเศรษฐีชาวจีนที่ครองสัดส่วนลูกค้าหลักกว่า 60% เท่านั้น แต่กำลังเคลื่อนทัพเข้าสู่ตลาดสากลอย่างเต็มตัวเพื่อชิงส่วนแบ่งจากนักท่องเที่ยวระดับบนทั่วโลก โดยการสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการเป็นรถไฟขบวนแรกที่ได้รับเลือกให้เข้าเป็นพันธมิตรกับ Small Luxury Hotels of the World (SLH) เครือข่ายโรงแรมอิสระที่เน้นความเอ็กซ์คลูซีฟ 

นับเป็นการการันตีมาตรฐานการบริการและความหรูหราให้อยู่ในระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักเดินทางระดับมหาเศรษฐีจากฝั่งอเมริกาและยุโรปที่มองหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายระดับ World-class

นอกจากนี้ การรุกตลาด Inbound Tourism ของโปรเจกต์นี้ยังสะท้อนผ่านการปรับโฉมภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความเป็นสากลมากขึ้น ตั้งแต่การปรับแผนการตลาดที่คำนึงถึงรสนิยมของชาวต่างชาติ ไปจนถึงการลงทุนในทรัพยากรบุคคลด้วยการจ้างพนักงานที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อทลายกำแพงด้านภาษาและยกระดับการบริการให้ไร้รอยต่อ 

การขยับตัวครั้งนี้จึงถือเป็นนัยสำคัญต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวของจีน ที่กำลังพยายามเปลี่ยนจากการขายปริมาณ (Mass Tourism) มาเป็นการขาย "คุณค่า" และประสบการณ์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งนับเป็นต้นแบบที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ต้องการยกระดับแบรนด์เข้าสู่ตลาดลักชูรีระดับโลก


แชร์
Silk Road Express รถไฟจีนสุดหรู บนเส้นทางเก่าแก่จากเสฉวนถึงยูนนาน