Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เสียงระเบิดดังทุกชั่วโมง ลูกเรือไทยในกาตาร์เผยนาทีระทึก สมช.เร่งรับมือ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เสียงระเบิดดังทุกชั่วโมง ลูกเรือไทยในกาตาร์เผยนาทีระทึก สมช.เร่งรับมือ

2 มี.ค. 69
12:52 น.
แชร์

“สงครามรอบนี้เรารู้สึกว่ามันรุนแรงกว่าปีที่แล้วค่ะ เห็นชัด ๆ เลยคือ เราได้ยินเสียงระเบิดลงทั้งคืน ทุก ๆ ชั่วโมง หนักที่สุดเลยคือช่วงเที่ยงคืนค่ะ นอนไม่ได้เลย”

คุณจ๊ะเอ๋ นงลักษณ์ ลูกเรือไทยประจำสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ส เล่าให้ฟังว่า เธอถึงที่พักใจกลางกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในช่วงเช้าตรู่ หลังจบไฟล์ทบินกลับจากเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย หวังว่าจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

 

รัฐบาลกาตาร์ได้ส่งข้อความเตือนภัยให้พลเมืองและประชาชนอยู่แต่ในเคหะสถาน งดการเดินทางออกนอกอาคาร และป้องกันตนเอง เนื่องจากขณะนั้น สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน และทุก ๆ ชั่วโมงหลังจากนัน ก็จะได้ยินเสียงระเบิดอยู่ใกล้บ้าง ไกลบ้าง แต่ทุกครั้งก็ทำให้รู้สึกหวั่นใจไม่น้อย และอยากจะเดินทางกลับบ้านทันที

อย่างไรก็ตาม คุณจ๊ะเอ๋รู้ดีว่า จะให้ลางานกลับบ้าน จองไฟลท์บินกลับไทยทันทีคงเป็นไปไม่ได้ เพราะขณะนี้ น่านฟ้าอิหร่านปิดอย่างไม่มีกำหนด เที่ยวบินของกาตาร์แอร์เวย์สทยอยยกเลิก เพื่อน ๆ ร่วมงานที่มีตารางบินในวันนั้น ถูกปรับให้เป็น Stand by รอเข้างานด่วน หากสถานการณ์คลี่คลาย ส่วนในกลุ่มเพื่อนร่วมงานก็แจ้งข่าวกันว่าขณะนี้สถานการณ์ในสนามบินเป็นอย่างไรบ้าง

Spotlight ชวนส่องชะตาชีวิตคนไทยในตะวันออกกลาง ขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง? และทางการไทยได้เปิดช่องทางความช่วยเหลือถึงขั้นตอนไหนแล้ว 

ชะตาคนไทยในตะวันออกกลาง

คุณเปาเป็นคนไทยอีกคนที่ติดอยู่ในกาตาร์ แค่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เขาต้องไปต่อเครื่องที่สนามบินในโดฮา หวังว่าจะมุ่งหน้าไปพักร้อนที่ประเทศเยอรมนี แต่กลับต้องพักในโรงแรมที่กาตาร์เป็นคืนที่สองแล้ว ท่ามกลางเสียงของระเบิดจากที่ไกล ๆ เป็นช่วง ๆ 

“ทุกวันนี้ก็คือรอวันต่อวันเลยครับ ว่าคืนนี้เราต้องนอนต่ออีกคืนไหม เมื่อไหร่น่านฟ้าจะเปิดหรือมีทางเลือกไหนให้บ้าง”

คุณเปาได้เข้าเช็กในกลุ่มโซเชียลมีเดียเพื่ออัพเดตข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ และได้รับรู้ว่า มีคนไทยไม่น้อยที่ติดอยู่ในโรงแรมในกรุงโดฮาเช่นเดียวกับเขา ตอนนี้คนส่วนใหญ่หวังเพียงว่าเที่ยวบินออกจากกาตาร์จะสามารถให้บริการเป็นปกติได้ในเร็ววัน

ขณะที่คุณจ๊ะโอ๋ เล่าในมุมของคนทำงานสายการบินว่า “ลูกเรือส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมตัวกันไว้เลยค่ะ อย่างจ๊ะเอ๋ก็ไม่ได้กักตุนอาหารไว้ พอช่วงที่สถานการณ์ดูเบาลงนิดนึง เราเลยรีบออกมาหาซื้ออาหารในห้างที่อยู่ติดกับที่พัก ปรากฎว่าก็ยังมีบางร้านเปิดให้บริการ ยังขายของกันค่ะ แต่คนก็น้อยลงแบบบางตา อาจจะเป็นเพราะช่วงรอมฎอนด้วย”

แม้จะเกิดสถานการณ์การโจมตีสนามบินหลักในตะวันออกกลาง แต่เธอก็มั่นใจว่าสายการบินจะเรียกตัวลูกเรือไปทำงานก็ต่อเมื่อสภาพการทำงานของทุกคนจะปลอดภัย 

คุณจ๊ะเอ๋ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับสงครามครั้งใหญ่ที่จะเกิดในภูมิภาคที่เธออาศัยอยู่ แต่ก็พยายามหาข้อมูล และเช็กความเคลื่อนไหวในกลุ่มคนไทยในกาตาร์เช่นกัน และเห็นว่าทางการไทยมีการตั้ง War Room ประสานงานให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง และมีการเปิดให้ลงทะเบียนผู้ที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลางเช่นกัน 

รัฐบาลไทยยกระดับแผนเผชิญเหตุขั้นสูงสุด: เตรียมอพยพคนไทย

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงจนลุกลามไปทั่วภูมิภาค ล่าสุดในวันที่ 2 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมด่วนสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมกับทีมเศรษฐกิจและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อประเมินสถานการณ์หลังเกิดเหตุระเบิดและการปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ รวมถึงกาตาร์ 

โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กองทัพอากาศเตรียมความพร้อมของอากาศยาน ทั้งเครื่องบิน Airbus และ C-130 รวมถึงวางแผนเส้นทางบินสำรองผ่านประเทศที่สามไว้ทันที หากสถานการณ์เข้าสู่ระยะวิกฤตจนต้องประกาศแผนอพยพคนไทยกว่า 1.1 แสนคนกลับสู่มาตุภูมิโดยด่วน เพื่อให้มั่นใจว่าพี่น้องชาวไทยทุกคนจะได้รับความปลอดภัยสูงสุดและไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

ในขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงานได้จัดตั้งศูนย์ War Room ติดตามสถานการณ์รายชั่วโมง โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา และสถานทูตไทยทั่วตะวันออกกลาง เพื่อสำรวจความประสงค์ของคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลได้ประกาศชะลอการส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงชั่วคราว พร้อมกำชับให้นายจ้างในพื้นที่ดูแลสวัสดิภาพของลูกจ้างไทยอย่างเคร่งครัด 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานและพาณิชย์เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สำหรับแนวทางการปฏิบัติตนของคนไทยในพื้นที่เสี่ยง รัฐบาลขอให้ประชาชนยึดประกาศจากสถานเอกอัครราชทูตไทยและรัฐบาลท้องถิ่นเป็นสำคัญ โดยขอให้เตรียม "กระเป๋าฉุกเฉิน" ที่บรรจุเอกสารสำคัญ อาทิ หนังสือเดินทาง (Passport), บัตรประชาชน, ยาสามัญประจำตัว และของใช้จำเป็นอื่น ๆ ให้พร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายได้ทันทีหากมีการยกระดับเตือนภัย รวมถึงควรลงทะเบียนแจ้งสถานะและพิกัดที่พำนักผ่านช่องทางออนไลน์ของสถานทูต เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อสื่อสารและเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อ สายด่วนสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ที่หมายเลข +974 5557 8760 หรือ +974 5529 9307 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อผ่าน Call Center กรมการกงสุล โทร 02-572-8442 รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดผ่าน Facebook ของ "Royal Thai Embassy, Doha" รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อพลิกวิกฤตนี้ให้กระทบต่อประชาชนไทยน้อยที่สุด และพร้อมจะเปิดปฏิบัติการรับตัวคนไทยกลับบ้านทันทีที่เงื่อนไขความปลอดภัยและน่านฟ้าเอื้ออำนวย


แชร์
เสียงระเบิดดังทุกชั่วโมง ลูกเรือไทยในกาตาร์เผยนาทีระทึก สมช.เร่งรับมือ