Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
จีนปลด 9 บิ๊กทหาร ก่อนประชุมสภาฯ ประจำปี เจาะเหตุผลทำไมต้องเชือดยกแผง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

จีนปลด 9 บิ๊กทหาร ก่อนประชุมสภาฯ ประจำปี เจาะเหตุผลทำไมต้องเชือดยกแผง

27 ก.พ. 69
17:58 น.
แชร์

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ฝ่ายนิติบัญญัติสูงสุดของจีนได้ถอดถอนเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 9 นายออกจากรายชื่อผู้แทนราษฎร ก่อนหน้าการประชุมทางการเมืองประจำปีครั้งใหญ่ที่สุดของปักกิ่งที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

สภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ได้ปรับปรุงรายชื่อตัวแทนจากกองทัพปลดแอกประชาชน (PLA) และกองกำลังตำรวจติดอาวุธประชาชน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนตัวแทนทั้งหมดลดลงเหลือ 243 นาย โดยในบรรดาเจ้าหน้าที่ที่ถูกถอดถอนนั้น ประกอบด้วย นายพลระดับพลเอก 5 นาย พลโท 1 นาย และพลตรี 3 นาย

การโละบัญชีรายชื่อนายพลทั้ง 9 นายในครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลอย ๆ แต่ถูกมองว่าเป็น "อาฟเตอร์ช็อก" ระลอกล่าสุด ที่สืบเนื่องมาจากการหายตัวไปอย่างปริศนาของอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ฉิน กัง และที่สำคัญที่สุดคือการปลด หลี่ ซ่างฝู อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

และในต้นปี 2026 นี้ สี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีนยังได้สั่งสอบสวนบิ๊กทหารยศสูงสุด ซึ่งเป็นคนสนิทของเขาอย่างไม่ไว้หน้า ได้แก่ จาง โหย่วเสีย รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง (CMC) อันดับหนึ่ง ในข้อหาละเมิดวินัยร้ายแรง เช่นเดียวกับ หลิว เจิ้นลี่ ประธานกรมเสนาธิการร่วมของ CMC

การที่ชื่อของบุคคลเหล่านี้ถูกลบออกจากกระดานการเมืองก่อนการประชุม "สองสภา" เพียงไม่กี่วัน เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนจากรัฐบาลปักกิ่งว่า "ความจงรักภักดีต้องมาก่อนความสามารถ" และจีนกำลังเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามทุจริต Spotlight เปิดโผ 5 บิ๊กนายพลที่โดนปลด พร้อมเจาะเหตุผลทำไมต้อง ‘เชือดยกแผง’

เปิดโผ 5 นายพลระดับ ‘บิ๊ก’ กระดูกสันหลังกองทัพถูกเขย่า

ในบรรดา 9 รายชื่อที่ถูกลบออกจากสารบบผู้แทนราษฎร สิ่งที่สั่นสะเทือนวงการความมั่นคงมากที่สุดคือการปรากฏชื่อของ 5 นายพลระดับพลเอก ซึ่งเปรียบเสมือน "กระดูกสันหลัง" และมันสมองของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) โดยแต่ละรายล้วนกุมบังเหียนยุทธศาสตร์สำคัญ ดังนี้

  • พลเอก หลี่ เฉียวหมิง (Li Qiaoming): อดีตแม่ทัพบกผู้ทรงอิทธิพล เขาเคยคุมยุทธบริเวณภาคเหนือ (Northern Theatre Command) ซึ่งเป็นปราการด่านสำคัญในการดูแลความมั่นคงชายแดนที่ติดกับรัสเซียและคาบสมุทรเกาหลี
  • พลเอก หลี่ เหว่ย (Li Wei): ผู้อำนวยการสายการเมืองประจำ กองกำลังสนับสนุนข้อมูลข่าวสาร (Information Support Force) ซึ่งเป็นหน่วยงานยุทธศาสตร์ใหม่ที่ สี จิ้นผิง เพิ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหัวหอกในสงครามไซเบอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ทั้งคู่ต่างเป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 20 (The 20th Central Committee) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของอำนาจบริหารประเทศ แต่กลับ "ล่องหน" อย่างปริศนาในการประชุมเต็มคณะ (Plenum) ครั้งที่ 4 เมื่อเดือนตุลาคมปี 2025 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นเครื่องหมายคำถามตัวโตถึงชะตากรรมของพวกเขา ก่อนจะมาถูกยืนยันการถูกปลดในครั้งนี้

ขณะที่อีก 3 นายพลระดับตำนาน แม้จะเป็นอดีตแม่ทัพที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่การถูกถอดถอนครั้งนี้ก็สะท้อนถึงการ "เช็กบิลย้อนหลัง" ที่เข้มข้น ได้แก่

  • พลเอก เซิ่น จินหลง (Shen Jinlong): อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ
  • พลเอก ฉิน เซิงเสียง (Qin Shengxiang): อดีตผู้อำนวยการสายการเมืองประจำกองทัพเรือ
  • พลเอก อวี่ จงฝู (Yu Zhongfu): อดีตผู้อำนวยการสายการเมืองประจำกองทัพอากาศ

แม้ทั้งสามแม่ทัพจะไม่ได้เป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 แต่เดิมทีพวกเขายังมีตำแหน่งในคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC Standing Committee) ชุดที่ 14 ทว่าสัญญาณการ "ตกสวรรค์" เริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อพวกเขาขาดการประชุมนิติบัญญัติอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง

ปม 'ทุจริตสายพานยุทโธปกรณ์'

เหตุผลหลักที่นักวิเคราะห์ต่างชาติมองว่าเป็นการ "เชือด" ครั้งใหญ่ คือปัญหาภายในกองกำลังจรวดและการจัดซื้อจัดจ้าง โดยหน่วยงานข่าวกรองต่างชาติระบุว่า พบปัญหาการทุจริตในขั้นตอนการผลิตมิสไซล์ จนทำให้บางลูกใช้งานไม่ได้จริง หรือมีปัญหาระบบนำทาง แม้ว่ากองทัพจีนได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปีเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ปี 2027 และ 2030 แต่การทุจริตในระดับบนทำให้ความแข็งแกร่งที่เห็นในกระดาษ อาจไม่ใช่ความจริงในสนามรบ

แม้ปักกิ่งจะไม่เคยประกาศเหตุผลการปลดอย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง Bloomberg และหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ เคยระบุถึงข้อมูลที่น่าตกใจว่า การกวาดล้างครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตในสายพานการผลิตอาวุธระดับสูง มีรายงานถึงขั้นว่าพบ "น้ำเปล่า" ถูกเติมลงในมิสไซล์แทนที่เชื้อเพลิง หรือแม้แต่การสร้างไซโลเก็บขีปนาวุธที่ฝาปิดทำงานผิดปกติ

นี่คือฝันร้ายของ สี จิ้นผิง เพราะหากกองกำลังที่ควรจะเป็น "ไม้ตาย" ในการรวมชาติไต้หวันหรือคานอำนาจกับสหรัฐฯ กลับกลายเป็นเพียงโครงการหลอกตา ไร้ประสิทธิภาพเพราะการโกงกินงบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง การเชือดยกแผงจึงเป็นทางเดียวที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับมา

จากการจัดอันดับ ดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) ประจำปี 2025 โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่า จีนยังคงรักษาคะแนนอยู่ที่ 43 จาก 100 คะแนน และรั้งอันดับ 76 ของโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ซึ่งแม้ภาพรวมในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจะดูเหมือนมีการขยับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่คะแนนที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ครึ่งหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการทุจริตในภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะในหน่วยงานที่ตรวจสอบได้ยากอย่างกองทัพ ยังคงเป็นความท้าทายเรื้อรังที่บั่นทอนความเชื่อมั่นจากสายตาคนภายนอก

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ต่างชาติ แม้สี จิ้นผิง จะเดินหน้ากวาดล้างคอร์รัปชันอย่างดุดันจนส่งผลให้คะแนนของจีนแซงหน้าหลายประเทศในภูมิภาค เช่น อินเดีย (อันดับ 91) หรือไทย (อันดับ 116) แต่โลกตะวันตกยังคงตั้งข้อสังเกตว่า ระบบของจีนเป็นการปราบปรามผ่าน "วินัยพรรค" มากกว่าการสร้างระบบตรวจสอบที่โปร่งใสในระดับสากล ด้วยเหตุนี้ การที่คะแนน CPI ของจีน "นิ่ง" อยู่กับที่ติดต่อกัน จึงถูกตีความว่า มาตรการกำจัดเสือและแมลงในปัจจุบันอาจเริ่มถึงทางตัน และต้องการการปฏิรูปโครงสร้างเชิงลึกที่มากกว่าแค่การไล่บี้เป็นรายบุคคล

สัญญาณถึง "สองสภา" และทิศทางปี 2030

การ "ล้างกระดาน" นายพลทั้ง 9 นายก่อนเปิดฉากการประชุมสองสภาฯ เพียงไม่กี่วัน คือการส่งสัญญาณอำนาจเบ็ดเสร็จของ สี จิ้นผิง ว่าไม่มีใครใหญ่เกินกว่ากฎเหล็กของพรรคฯ การกำจัด "เนื้อร้าย" ที่พัวพันกับการทุจริตยุทโธปกรณ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องวินัย แต่มันคือการการันตีว่ากองทัพปลดแอกประชาชน (PLA) จะต้องเป็นกลไกที่ทำงานได้จริง 100% เพื่อรองรับการอนุมัติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ที่กำลังจะประกาศใช้ไปจนถึงปี 2030

ในสายตาของนักวิเคราะห์ความมั่นคง ทิศทางของจีนนับจากนี้จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างกองทัพที่ "สะอาดและชาญฉลาด" มากขึ้น โดยเฉพาะในมิติของสงครามไซเบอร์และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งเป็นจุดที่เหล่าทหารรุ่นใหม่จะก้าวขึ้นมาแทนที่ขั้วอำนาจเก่าที่ถูกกวาดล้างไป การขยับหมากครั้งใหญ่กลางกรุงปักกิ่งนี้จึงเป็นเสมือนการ "รีเซ็ต" ระบบเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความตึงเครียดในภูมิภาค ทั้งประเด็นไต้หวันและทะเลจีนใต้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ

สุดท้ายนี้ บทสรุปของการ "เชือดยกแผง" อาจไม่ใช่แค่การกำจัดคอร์รัปชัน แต่คือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ว่าในยุคของ สี จิ้นผิง ความสำเร็จของชาติไม่อาจสร้างขึ้นบนรากฐานที่เปราะบางได้ หากจีนต้องการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจเบอร์หนึ่งภายในปี 2030 กองทัพที่เป็น "กระดูกสันหลัง" ของชาติจะต้องไร้ซึ่งรอยร้าว และต้องจงรักภักดีต่อพรรคเหนือสิ่งอื่นใด


แชร์
จีนปลด 9 บิ๊กทหาร ก่อนประชุมสภาฯ ประจำปี เจาะเหตุผลทำไมต้องเชือดยกแผง