
วานนี้ (17 เม.ย. 2569) เวลา 17.40 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกับ สน.ทุ่งมหาเมฆ และ สน.ดอนเมือง เปิดปฏิบัติการไล่ล่าจับกุมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย เป็นชาวจีน ประกอบด้วย นายเหยียน (นามสมมติ) อายุ 43 ปี, นายกั๋วจง (นามสมมติ) อายุ 40 ปี และนายจี้นเหม๋ย (นามสมมติ) อายุ 47 ปี โดยจับกุมได้บริเวณปากซอยถนนสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร ก่อนขยายผลตามรวบตัวผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมได้ที่โรงแรมย่านถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน อั้งยี่ และร่วมกันฟอกเงิน"
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้เสียหายหญิงวัย 65 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง อ้างว่าบัตรประชาชนของผู้เสียหายถูกนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด พร้อมข่มขู่ให้ติดต่อกลับไปยังหน่วยงานรัฐ
จากนั้นคนร้ายได้ให้แอดไลน์ และส่งภาพบัตรเจ้าหน้าที่ รวมถึงเอกสารราชการปลอมมาให้ดู เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวและหลงเชื่อ โอนเงินไปตรวจสอบหลายครั้ง และยังนัดส่งมอบเงินสดในพื้นที่ต่างๆ รวมความเสียหายกว่า 34,721,484.48 บาท
อย่างไรก็ตาม คนร้ายยังไม่หยุดพฤติการณ์ โดยได้ติดต่อผู้เสียหายอีกครั้ง เพื่อนัดหมายรับเงินสดเพิ่มอีก 5 ล้านบาท ผู้เสียหายเริ่มเอะใจ จึงเข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้วางแผนซ้อน โดยให้ผู้เสียหายทำทีนำเงินไปส่งตามนัด พร้อมจัดกำลังซุ่มดูเหตุการณ์ กระทั่งถึงเวลานัดหมาย ผู้ต้องหารายหนึ่งเดินทางมารับกระเป๋าเงินสด เมื่อรับมอบเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที
จากนั้นได้ขยายผลอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย ที่พักอยู่ในพื้นที่เขตดอนเมือง พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นเงินสดและโทรศัพท์มือถือหลายเครื่องที่ใช้ก่อเหตุ
จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ ทั้งฝ่ายหลอกลวง ฝ่ายรับเงิน และฝ่ายจัดการทรัพย์สิน โดยนำเงินที่ได้ไปแปลงสภาพเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการรายอื่น เชื่อยังมีเครือข่ายอีกจำนวนมาก
ตำรวจฝากเตือนประชาชนให้ระวังกลลวงในลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และย้ำว่า ไม่มีหน่วยงานใดเรียกให้โอนเงินหรือส่งมอบเงินสดเพื่อตรวจสอบ หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัยควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
Advertisement