
วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 12 ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว และชุดปฏิบัติการข่าว กกล.บูรพา สกัดจับชาวต่างชาติ 4 ราย ลักลอบข้ามแดนจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในราชอาณาจักรไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ชายแดนอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เบื้องต้นพบเป็นชาวเอธิโอเปีย 3 ราย และชาวเวียดนาม 1 ราย โดยทั้งหมดให้ข้อมูลเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงแรงงานข้ามชาติและเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ขณะที่กำลังพลกองร้อยทหารพรานที่ 1202 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว และชุดปฏิบัติการข่าว กกล.บูรพา ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจและป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน บริเวณระหว่างจุดตรวจ อ.04 – อ.05 บ้านภูน้ำเกลี้ยง หมู่ 5 ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวน 4 คน กำลังเดินเท้าลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติจากฝั่งกัมพูชาเข้าสู่ประเทศไทย จึงเข้าทำการแสดงตัว ตรวจสอบ และควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด ก่อนนำมาสอบสวนขยายผล
จากการตรวจสอบพบว่า ชาวเอธิโอเปียทั้ง 3 คน ถูกนายหน้าจัดหางานในประเทศต้นทางชักชวนให้เดินทางมาทำงานในประเทศกัมพูชา โดยนายหน้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด ก่อนถูกลักลอบนำตัวผ่านประเทศไทยเข้าสู่กัมพูชาทางช่องทางธรรมชาติ
เมื่อเดินทางถึงปลายทาง กลับพบว่าถูกกักขังอยู่ภายในอาคารเป็นเวลานานประมาณ 4-6 เดือน และถูกบังคับให้ทำงานในลักษณะหลอกลวงผ่านระบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่า “ฟิชชิ่งแฟน” รวมถึงการหลอกชักชวนเหยื่อให้ร่วมลงทุนผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ภายใต้การควบคุมของนายจ้างชาวจีน ผู้เสียหายยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในอาคารดังกล่าว พวกตนถูกทำร้ายร่างกายและถูกจำกัดเสรีภาพอย่างเข้มงวด กระทั่งช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชาเข้าตรวจค้นและกวาดล้างสถานที่ดังกล่าว ทำให้นายจ้างชาวจีนพาหลบหนีออกจากพื้นที่ ก่อนที่พวกตนจะสามารถหลบหนีออกมาได้สำเร็จ
หลังจากนั้น ทั้ง 3 คน ได้รับจ้างทำงานก่อสร้างในพื้นที่กรุงปอยเปตเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อหาเงินประทังชีวิต ก่อนตัดสินใจลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อหาทางกลับประเทศบ้านเกิด แต่ถูกเจ้าหน้าที่ไทยตรวจพบและควบคุมตัวไว้ได้เสียก่อน
ส่วนชาวเวียดนาม อายุ 21 ปี ให้การว่า ได้พบประกาศรับสมัครงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเสนอให้ทำหน้าที่แอดมินตอบแชตลูกค้า พร้อมค่าตอบแทนสูงถึง 30,000 บาทต่อเดือนในประเทศกัมพูชา จึงติดต่อสมัครงานผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนเดินทางข้ามแดนไปยังฝั่งกัมพูชา และถูกส่งตัวไปยังพื้นที่ปอยเปต
อย่างไรก็ตาม ภายหลังพบว่าลักษณะงานไม่เป็นไปตามที่ได้รับการโฆษณาไว้ จึงตัดสินใจลักลอบเดินทางกลับเข้าประเทศไทย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมได้บริเวณแนวชายแดนก่อนจะเดินทางต่อไปยังพื้นที่ชั้นใน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ยังคงใช้พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเส้นทางลักลอบเคลื่อนย้ายแรงงานต่างชาติและเหยื่อค้ามนุษย์เข้าสู่ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ และกิจกรรมผิดกฎหมายรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชาวเอธิโอเปียทั้ง 3 คน และชาวเวียดนาม 1 คน ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามตัวผู้นำพา นายหน้า และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายข้ามชาติมาดำเนินคดีต่อไป
Advertisement