
โลกได้สูญเสียน้ำมันดิบมูลค่ากว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปริมาณน้ำมันที่ไม่ได้ถูกผลิตออกมา นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบ 50 วันก่อน ตามรายงานจากนักวิเคราะห์และการคำนวณของรอยเตอร์ประเมินไว้ว่า ผลกระทบที่ตามมาจากการวิกฤตครั้งนี้ จะยังคงสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ไปอีกหลายเดือนหรือหลายปีข้างหน้า แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดตามเดิม
ด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายนว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้แล้ว ภายหลังข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุในเลบานอน ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาเชื่อว่าข้อตกลงเพื่อยุติสงครามอิหร่านจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่ากำหนดเวลาที่แน่ชัดจะยังคงไม่ชัดเจนก็ตาม
นับแต่วิกฤตเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ น้ำมันดิบกว่า 500 ล้านบาร์เรลได้หายไปจากตลาดโลก ซึ่ง Kpler บริษัทผู้ให้บริการด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกรายงานว่า นับเป็นการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
สำนักข่าวรอยเตอร์ได้สรุปข้อมูลว่า 50 วันแห่งสงครามอิหร่านนำไปสู่การสูญเสียน้ำมันมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อย่างไร พร้อมเปรียบเทียบปริมาณน้ำมันที่หายไปนั้น กระทบอุตสาหกรรมสำคัญของโลกอย่างไรบ้าง
เพื่อช่วยให้เห็นภาพความเสียหายที่ชัดเจนขึ้น สำนักข่าวรอยเตอร์ได้เปรียบเทียบน้ำมัน 500 ล้านบาร์เรลที่หายไปจากตลาดนั้น จะเทียบเท่ากับปริมาณการใช้งานของแต่ละอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานสำคัญต่าง ๆ ดังนี้
เลียน โมวัท นักวิเคราะห์จาก Wood Mackenzie เปรียบเทียบว่า น้ำมัน 500 ล้านบาร์เรลที่หายไปนั้น
น้ำมัน 500 ล้านบาร์เรล นับเป็นปริมาณความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐอเมริกาทั่วประเทศเป็นระยะเวลาเกือบ 1 เดือน หรือมากกว่าหนึ่งเดือนของความต้องการใช้น้ำมันของยุโรปทั้งหมด
หากเปรียบเทียบการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของกองทัพสหรัฐฯ จะเทียบเท่ากับประมาณ 6 ปีของ โดยอิงจากปริมาณการใช้งานต่อปีที่ประมาณ 80 ล้านบาร์เรลจากปีงบประมาณ 2021
นอกจากนี้ ปริมาณดังกล่าวยังเพียงพอสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศของโลกได้ประมาณ 4 เดือน
แม้รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อารักชี จะกล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว แต่การฟื้นตัวของผลผลิตและการไหลเวียนของน้ำมันคาดว่าจะดำเนินไปอย่างล่าช้า
คลังน้ำมันดิบบนฝั่งทั่วโลกได้ลดลงไปประมาณ 45 ล้านบาร์เรลแล้วนับจนถึงเดือนเมษายน ตามข้อมูลของ Kpler โดยนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม การหยุดชะงักของการผลิตได้แตะระดับประมาณ 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน