Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นักลงทุนเตรียมตัว!  3 ยักษ์ AI จ่อเข้าตลาดหุ้น ศึกครั้งนี้ ใครจะผู้ชนะ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

นักลงทุนเตรียมตัว! 3 ยักษ์ AI จ่อเข้าตลาดหุ้น ศึกครั้งนี้ ใครจะผู้ชนะ

10 มิ.ย. 69
09:49 น.
แชร์

หลังมีกระแสข่าวว่า SpaceX และ Anthropic ได้ยื่นเอกสารแบบลับต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO ล่าสุด OpenAI ก็ออกมาชี้แจงว่า บริษัทได้ยื่นเอกสารลักษณะเดียวกันแล้วเช่นกัน

ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ศึก AI ไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องโมเดล ผู้ใช้งาน หรือเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กำลังขยับเข้าสู่สนามทุนเต็มตัว เพราะบริษัท AI ชั้นนำต่างต้องการเงินสดมหาศาล เพื่อรองรับต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน พลังประมวลผล และการแข่งขันระยะยาว

Spotlight จะพาไปดูว่า ในศึก AI รอบใหม่ ใครกำลังขึ้นเป็นหัวแถว และใครมีโอกาสเป็นผู้ชนะตัวจริงของธุรกิจนี้

3 พี่ใหญ่ AI เดินหน้าเข้าตลาดทุน

ในวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา OpenAI บริษัทผู้พัฒนา ChatGPT ได้ยื่นเอกสารแบบลับต่อ SEC เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้น IPO ในอนาคต หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Anthropic คู่แข่งสำคัญได้ยื่นเอกสารลักษณะเดียวกันไปแล้ว

แซม อัลต์แมน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ OpenAI ระบุว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ และไม่ได้เร่งรีบดำเนินการ เพราะการนำบริษัทเข้าตลาดเป็นเรื่องซับซ้อน ต้องพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างรอบด้าน เขายังกล่าวด้วยว่า เหตุผลที่บริษัทเลือกเปิดเผยแผนดังกล่าวก่อน เป็นเพราะคาดการณ์ไว้แล้วว่าข้อมูลอาจรั่วไหลออกสู่สาธารณะ

เมื่อเทียบกับอีก 2 บริษัทใหญ่ OpenAI ถือเป็นผู้เล่นรายล่าสุดในกลุ่มที่ขยับเข้าสู่กระบวนการ IPO ขณะที่ SpaceX และ Anthropic เดินเกมล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

SpaceX ถือเป็นบริษัทที่ถูกจับตามากที่สุดในรอบนี้ หลังเตรียมเข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq ด้วยมูลค่าประเมินสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 57.4 ล้านล้านบาท โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 135 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4,400 บาทต่อหุ้น

หาก SpaceX สามารถขายหุ้นได้ตามแผนจำนวน 555.6 ล้านหุ้น บริษัทจะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทมูลค่าสูงที่สุดของสหรัฐฯ และมีมูลค่าสูงกว่า Tesla ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าราว 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 52.5 ล้านล้านบาท ความสำเร็จของ IPO ครั้งนี้ยังอาจผลักดันให้อีลอน มัสก์ ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก

อย่างไรก็ตาม SpaceX ไม่ได้เป็นบริษัท AI โดยกำเนิด แต่หลังการรวม xAI เข้ามา Grok จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ AI ภายใต้จักรวาลของ SpaceX ทำให้บริษัทถูกจับตาในฐานะผู้เล่นรายใหญ่ที่เชื่อมโยงธุรกิจอวกาศ ดาวเทียม อินเทอร์เน็ต และ AI เข้าด้วยกัน

ด้าน Anthropic บริษัทผู้พัฒนา Claude และคู่แข่งสำคัญของ OpenAI ได้ยื่นเอกสารแบบลับต่อ SEC เช่นกัน แต่ต่างจาก SpaceX ตรงที่บริษัทยังไม่ได้กำหนดราคา IPO อย่างชัดเจน โดยระบุว่าการเสนอขายหุ้นจะขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและปัจจัยอื่น ๆ

การเติบโตอย่างรวดเร็วของ Anthropic ทำให้บริษัทต้องเดินหน้าทำข้อตกลงด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายฉบับในช่วงที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือข้อตกลงกับ SpaceX เพื่อใช้ทรัพยากรประมวลผลที่ศูนย์ข้อมูล Colossus 1 ในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี โดย Anthropic จะจ่ายค่าบริการให้ SpaceX เดือนละ 1.25 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2029

ทำไมบริษัท AI ต้องทยอยเข้าตลาดหลักทรัพย์

คำตอบสำคัญคือ เงินทุน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมองว่า ทั้ง OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT, Anthropic ผู้พัฒนา Claude และ SpaceX ซึ่งรวมธุรกิจ xAI และ Grok เข้ามาอยู่ในโครงสร้างธุรกิจ ล้วนต้องการเงินสดจำนวนมหาศาล เพราะทุกบริษัทเผชิญต้นทุนเดียวกัน นั่นคือค่า compute หรือค่าโครงสร้างพื้นฐานและพลังประมวลผลที่ใช้ในการสร้าง ฝึกฝน และทดสอบโมเดล AI

OpenAI เปิดเผยว่าบริษัทมีค่าใช้จ่ายด้าน compute สูงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 3.28 ล้านล้านบาท ขณะที่ Anthropic เช่าทรัพยากรประมวลผลจาก SpaceX ด้วยค่าใช้จ่ายเดือนละ 1.25 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท ส่วน SpaceX มีค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานราว 920 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาทต่อเดือน

ต้นทุนเหล่านี้สะท้อนว่า ธุรกิจ AI ไม่ได้แข่งขันกันด้วยไอเดียหรือซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันด้วยเงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล พลังงาน ชิป และความสามารถในการรองรับการใช้งานระดับโลก

ในขณะเดียวกัน รายได้ของบริษัทเหล่านี้ยังเป็นเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับภาระต้นทุนมหาศาล การเข้าตลาดหลักทรัพย์จึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญ เพราะสามารถเปิดทางให้บริษัทระดมทุนระดับหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปต่อยอดการแข่งขันในระยะยาว

สงครามเพื่อนเก่า OpenAI vs Anthropic

อีกด้านหนึ่ง ศึก AI ที่น่าจับตาที่สุดยังคงเป็นการแข่งขันระหว่าง OpenAI และ Anthropic สองบริษัทที่มีจุดเริ่มต้นเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด

เรื่องราวเริ่มจากดาริโอ อะโมเดอิ ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic ซึ่งเคยทำงานกับ OpenAI ก่อนตัดสินใจลาออกไปตั้งบริษัทใหม่ หลังมีความเห็นไม่ลงรอยกับแซม อัลต์แมน และทีมผู้บริหารของ OpenAI

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา OpenAI และ Anthropic จึงกลายเป็นคู่แข่งโดยตรง ทั้งในด้านผู้ใช้งาน ลูกค้าองค์กร บุคลากร นักลงทุน และภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของ AI

ปัจจุบันทั้งสองบริษัทกำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในตลาดทุน โดยมูลค่าประเมินล่าสุดจากนักลงทุนภาคเอกชนชี้ว่า Anthropic มีมูลค่าพุ่งขึ้นแตะ 9.65 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 31 ล้านล้านบาท แซงหน้า OpenAI ซึ่งมีมูลค่าประเมินราว 8.52 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 28 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ Anthropic ยังแจ้งต่อนักลงทุนว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถทำกำไรได้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จากยอดขายผลิตภัณฑ์ Claude และบริการที่เกี่ยวข้องซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว สวนทางกับ OpenAI และ SpaceX ที่ยังถูกมองว่ายังอยู่ห่างจากจุดคุ้มทุน

การทยอยยื่นเอกสาร IPO ของทั้ง 3 บริษัทจึงเป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรม AI กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ จากการแข่งขันด้านเทคโนโลยี สู่การแข่งขันด้านเงินทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

หลังจากนี้ต้องจับตาว่า หากทั้ง SpaceX, Anthropic และ OpenAI เข้าตลาดหลักทรัพย์ครบทั้งหมด ใครจะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของตลาด AI ระดับโลก SpaceX จะยังรักษาตำแหน่งหัวแถวได้หรือไม่ Anthropic จะกลายเป็นผู้ท้าชิงที่แซงหน้าทุกคน หรือ OpenAI จะกลับมาเป็นม้ามืดของเกมนี้อีกครั้ง

แชร์
นักลงทุนเตรียมตัว!  3 ยักษ์ AI จ่อเข้าตลาดหุ้น ศึกครั้งนี้ ใครจะผู้ชนะ