
KCNA สื่อของทางการเกาหลีเหนือรายงานวันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2569) ว่า เกาหลีเหนือเปิดฉากการประชุมพรรคแรงงานแล้ว นับเป็นงานประชุมทางการเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศในรอบ 5 ปี และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายที่สำคัญ ทั้งในด้านกลาโหมและเศรษฐกิจ
KCNA รายงานว่า การประชุมพรรคแรงงานครั้งที่ 9 เปิดฉากขึ้นที่กรุงเปียงยาง เมืองหลวงของประเทศ และตามปกติแล้ว การประชุมดังกล่าวจะกินเวลาหลายวัน และเซ็ตเป้าหมายเชิงนโยบายของรัฐสำหรับ 5 ปีข้างหน้า ทั้งในด้านเศรษฐกิจ กลาโหมและการทูต รวมถึงจะมีการตัดสินใจเรื่อง “ตำแหน่งบุคคล” ที่สำคัญ ๆ ด้วย
สำหรับการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคแรงงานเกาหลีในปีนี้ ซึ่งถือเป็นองค์กรตัดสินใจสูงสุดของประเทศ เป็นการจัดประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 ดังนั้นทั่วโลกจึงจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสัญญาณที่อาจสะท้อนทิศทางโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเปียงยาง ตลอดจนท่าทีต่อการเปิดการเจรจากับรัฐบาลเกาหลีใต้และสหรัฐฯ
การประชุมครั้งนี้จะมีผู้แทนพรรคราว 5,000 คน จากทั่วประเทศเข้าร่วม โดยจะรวมถึงเจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่ 200 คน และจากหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมและหน่วยงานจากภูมิภาคต่าง ๆ อีก 4,700 คน
ในการกล่าวเปิดการประชุม คิม จองอึน ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ได้ และได้วางรากฐานสำหรับความก้าวหน้า นับตั้งแต่การประชุมพรรคครั้งก่อนเมื่อปี 2021 พร้อมย้ำถึงความพยายามของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการพัฒนา ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรและสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ตึงเครียด
คิม จองอึนยังได้ระบุว่า เกาหลีเหนือได้ตอกย้ำสถานะของตนในเวทีระหว่างประเทศอย่างไม่อาจย้อนกลับได้ พร้อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระเบียบการเมืองโลกและความสัมพันธ์ที่มีผลต่อประเทศ โดยถ้อยคำดังกล่าวถูกมองว่าอาจสื่อถึงความพยายามของเกาหลีเหนือในการยกระดับสถานะสู่การเป็นรัฐครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือยังกล่าวว่า ขณะนี้ได้เกิดเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการขับเคลื่อนการสร้างสังคมนิยมอย่างแข็งขันยิ่งขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้นำต่อทิศทางการพัฒนาภายในประเทศ
พร้อมกันนี้ คิม จองอึน ยังเน้นย้ำว่า ที่ประชุมจำเป็นต้องกำหนดแผนงานและโครงการในระยะต่อไปของการต่อสู้อย่างรอบคอบและเป็นวิทยาศาสตร์ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างศักยภาพความเป็นผู้นำ เพื่อให้การดำเนินนโยบายต่าง ๆ บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางบริบทความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้ ในคำพดของคิม จองอึน โดยเขามุ่งเน้นไปที่เรื่องของเศรษฐกิจเป็นหลักมากกว่า โดยคิมยังย้ำด้วยว่า การเร่งด่วนก็คือการพัฒนาเศรษฐกิจและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงเร่งเปลี่ยนผ่านทุกทิศทางของการใช้ชีวิตในประเทศให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
สำหรับเศรษฐกิจเกาหลีเหนือในปี 2024 เติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และคาดการณ์ว่า ในปี 2025 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องประมาณ 2.8% ตามรายงานของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) แม้จะอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรอย่างหนัก โดยอาศัยอานิสงค์การค้ากับจีนและรัสเซีย โดยเฉพาะจีน เกาหลีเหนือต้องพึ่งพาจีนในการส่งออกเกือบ 90%