
คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ส่งสัญญาณว่า กองทัพของเกาหลีเหนือจะก้าวเข้ามามีบทบาทที่ “โดดเด่น” ยิ่งขึ้นในช่วง 5 ปีถัดจากนี้ โดยนักวิเคราะห์มองว่า การส่งสัญญาณดังกล่าวน่าจะบ่งชี้ว่า การประชุมพรรคแรงงานครั้งต่อไปจะกำหนดทิศทางการเสริมสร้างศักยภาพด้านกลาโหมรอบใหม่ รวมถึงความคืบหน้าในขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธ
สำนักข่าวกลางของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า คิม จองอึน กล่าวระหว่างการเยือนกระทรวงกลาโหมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 กุมภาพันธ์) เนื่องในโอกาสครบรอบ 78 ปีการก่อตั้งกองทัพประชาชนเกาหลี โดยคิมระบุว่า ในช่วงห้าปีข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่กองทัพของเกาหลีเหนือจะมีบทบาทโดดเด่น ชนิดไม่มีใครสามารถทดแทนได้ จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก
ถ้อยแถลงดังกล่าวถูกตีความอย่างกว้างขวางว่า เป็นการส่งสัญญาณว่าเกาหลีเหนือเตรียมนำเสนอแผนระยะห้าปีฉบับใหม่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการป้องกันประเทศ ในการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี ครั้งที่ 9 ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกาหลีเหนือประกาศว่า การประชุมพรรคแรงงานเกาหลีจะจัดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเดือนนี้ โดยผู้สังเกตการณ์คาดการณ์ว่า น่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของคิม จองอิล อดีตผู้นำประเทศที่ล่วงลับไปแล้ว
ส่วนเมื่อเดือนที่แล้ว คิม จองอึนเคยเปิดเผยว่า เขาจะใช้การประชุมพรรคครั้งหน้าประกาศแผนการพัฒนาเฟสถัดไป เพื่อเสริมศักยภาพในการป้องปรามสงครามนิวเคลียร์
ในการประชุมพรรคแรงงานครั้งก่อนในปี 2021 เกาหลีเหนือได้เปิดเผยแผนพัฒนาอาวุธอันทันสมัย รวมถึงดาวเทียมสอดแนมทางทหาร ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) เชื้อเพลิงแข็ง และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์
สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานเพิ่มเติมว่า คิม จองอึน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า กองทัพเกาหลีเหนือเผชิญกับเหตุการณ์ที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” และสามารถสร้าง “ผลงานที่โดดเด่น” ได้ในช่วงปีที่ผ่านมา
คิม จองอึนยังได้แสดงความยินดีและให้กำลังใจต่อหน่วยทหารที่ปฏิบัติการพิเศษอยู่ต่างประเทศ ซึ่งน่าจะหมายถึงทหารเกาหลีเหนือที่ถูกส่งไปช่วยรัสเซียรบในสงครามยูเครน
บรรดานักวิเคราะห์มองว่า แผนกลาโหมใหม่ของเกาหลีเหนือน่าจะมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพนิวเคลียร์ทั้งเชิงยุทธศาสตร์และเชิงยุทธวิธี ซึ่งรวมถึงความสามารถในการโจมตีสหรัฐฯ ด้วยขีปนาวุธข้ามทวีป
โช ฮันบอม นักวิจัยอาวุโสของสถาบันเกาหลีเพื่อการร่วมชาติ เปิดเผยว่า ดูเหมือนว่าแผนการนี้จะรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทนความร้อนสำหรับการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ซึ่งเกาหลีเหนือยังไม่สามารถพิสูจน์ความสำเร็จจากการทดสอบจริงได้ ตลอดจนการเดินหน้าพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์และดาวเทียมสอดแนมทางทหาร
ทั้งนี้ การประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ ห้าปี ถือเป็นการประชุมทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของเกาหลีเหนือ โดยใช้เป็นเวทีทบทวนผลงานที่ผ่านมา และให้ความเห็นชอบแผนด้านการป้องกันประเทศ เศรษฐกิจ และนโยบายต่างประเทศ
ยัง มูจิน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเกาหลีเหนือศึกษา ระบุว่า การที่คิม จองอึน อธิบายทิศทางในช่วงห้าปีข้างหน้า สะท้อนให้เห็นถึงการขยายบทบาทของกองทัพให้มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น
คิม จองอึน ยังส่งสัญญาณเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า สนธิสัญญาฉบับใหม่ระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซีย ได้ขยายขอบเขตให้กองทัพของประเทศสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งนอกประเทศได้มากขึ้น
ยัง มูจิน ให้สัมภาษณ์กับ This Week in Asia ว่า ในการกล่าวถึงการมีส่วนร่วมทางทหารในต่างประเทศ คิม จองอึนได้นิยามการส่งกำลังทหารของเกาหลีเหนือเข้าร่วมสงครามในรัสเซียว่าเป็นสงครามปลดปล่อย เพื่อต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยมของสหรัฐฯ และพันธมิตร
เขามองว่า กรอบความคิดดังกล่าว ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นเหตุผลทางการเมืองเพื่อรองรับการส่งกำลังทหารออกนอกประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ รวมถึงการพัฒนาระบบขีปนาวุธนิวเคลียร์ และการปรับปรุงกองกำลังอาวุธแบบดั้งเดิมให้ทันสมัย
ตามการประเมินของยัง มูจิน ลำดับความสำคัญของแผนดังกล่าวมีแนวโน้มจะครอบคลุมเป้าหมายที่ยังไม่บรรลุผล เช่น การปล่อยดาวเทียมสอดแนม การพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ เทคโนโลยีการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ และการเสริมความแข็งแกร่งของกองกำลังทางอากาศและกองทัพเรือ
อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า คิม จองอึน หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำยั่วยุหรือรุนแรงในประเด็นอ่อนไหวอย่างชัดเจนในครั้งนี้ ซึ่งอาจสะท้อนถึงการปรับโทนการสื่อสารทางการเมืองให้มีความผ่อนคลายมากขึ้น โดยเฉพาะต่อรัฐบาลสหรัฐฯ