Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เทียบผลงานบิ๊กนิคมฯ WHA - AMATA ไตรมาส 1/69 ท่ามกลางคลื่นลงทุนเข้าไทย
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เทียบผลงานบิ๊กนิคมฯ WHA - AMATA ไตรมาส 1/69 ท่ามกลางคลื่นลงทุนเข้าไทย

17 พ.ค. 69
16:29 น.
แชร์

สองผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ของไทยอย่าง บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA และบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ที่นอกจากเผยให้เห็นผลงานของทั้งสองบริษัทแล้วยังเป็นภาพสะท้อนทิศทางการลงทุนในไทยและอาเซียนในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย

ประเทศไทยเห็นสัญญาณการลงทุนที่เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 1.01 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4 เท่าจากปีก่อนหน้า ขณะที่เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อยู่ที่ราว 965,869 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 260% ขณะเดียวกัน เวียดนามซึ่งเป็นอีกฐานธุรกิจสำคัญของทั้ง WHA และ AMATA ก็มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1 มียอดรวมเงินทุนจดทะเบียน (registered capital) 15,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 42.9%

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองบริษัทจะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันและได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุนระลอกใหม่เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ในไตรมาสนี้กลับออกมาต่างกันพอสมควร บริษัทหนึ่งมีกำไรเติบโตโดดเด่นจากยอดโอนที่ดินและมีอัตรากำไรที่ดีขึ้น ขณะที่อีกบริษัทเผชิญแรงกดดันจากฐานที่สูงของปีก่อนหน้า และผลกระทบจากผลการดำเนินงานของธุรกิจย่อยบางธุรกิจ

WHA รายได้-กำไรลด แต่หลายธุรกิจหลักยังโตดี

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA รายงานรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 3,242.3 ล้านบาท ลดลง 39.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานปกติ WHA มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติ 3,293.7 ล้านบาท ลดลง 38.5% สะท้อนแรงกดดันหลักจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจไฟฟ้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,508.3 ล้านบาท ลดลง 27.3% และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 1,444.8 ล้านบาท ลดลง 30.1% แต่ยังสะท้อนฐานรายได้ที่แข็งแกร่งจากหลายธุรกิจภายในกลุ่ม

ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการของ WHA มาจากธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งมีรายได้และส่วนแบ่งกำไรอยู่ที่ 1,379.3 ล้านบาท ลดลง 61.7% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจที่ดินที่ลดลงเหลือ 1,364.2 ล้านบาท จากการโอนที่ดินเพียง 296 ไร่ ลดลงจาก 843 ไร่ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ถึงแม้ว่ายอดโอนชะลอลง แต่ WHA ยังมียอดขายที่ดินใหม่ในไตรมาสแรกถึง 951 ไร่ จากเป้าทั้งปี 2,500 ไร่ และมียอดขายรอโอน (backlog) 1,426 ไร่ สะท้อนว่าความต้องการที่ดินอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูง

แรงหนุนสำคัญยังมาจากกระแสย้ายฐานการผลิตเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติหันมามองประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลและดาต้าเซ็นเตอร์ สอดคล้องกับข้อมูลการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนไตรมาส 1 ปี 2569 ที่มีมูลค่ารวมทะลุ 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.4 เท่า จากปีก่อนหน้า และมีมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รวม 965,869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 261%

ขณะที่ในเวียดนาม การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ในไตรมาส 1 ปี 2569 มียอดรวมเงินทุนจดทะเบียน (registered capital) 15,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.9% โดยเป็นโครงการใหม่ 904 โครงการ คิดเป็นเงินทุนจดทะเบียน 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หนึ่งในดีลสำคัญของ WHA ในช่วงไตรมาสแรก คือ การลงนามขายที่ดินกว่า 900 ไร่ ให้ลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อโครงสร้างพื้นฐานของไทยและระบบนิเวศอุตสาหกรรมดิจิทัล ขณะเดียวกัน WHA ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ารายใหญ่อีกหลายกลุ่ม ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

ในด้านการพัฒนาโครงการ ปัจจุบัน WHA มีนิคมอุตสาหกรรมรวม 17 แห่งในไทยและเวียดนาม โดยในไทยมีพื้นที่กำลังก่อสร้างและรอพัฒนากว่า 10,230 ไร่ ขณะที่โครงการใหม่ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 พื้นที่ 7,250 ไร่ ได้รับความสนใจอย่างสูง และคาดว่าจะเริ่มโอนที่ดินแปลงแรกได้ในไตรมาส 2 ปี 2569 ส่วนในเวียดนาม มีเขตอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้วรวม 4,241 ไร่ เพื่อรองรับลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ธุรกิจโลจิสติกส์ยังเป็นหนึ่งธุรกิจที่เติบโตได้ดี รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจโมบิลิตี้ อยู่ที่ 678.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% จากปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ให้เช่าและอัตราการเช่าคลังสินค้า โดยในไตรมาส 1 มีการลงนามสัญญาเช่า Built-to-Suit และคลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่ม 43,840 ตารางเมตร รวมถึงมีสัญญาเช่าระยะสั้นอีกกว่า 63,385 ตารางเมตร

WHA เดินหน้าขยายโครงการโลจิสติกส์ต่อเนื่อง ทั้งโครงการบางนา-ตราด กม.23 และเทพารักษ์ กม.21 ที่มีผู้เช่าเกือบเต็มโครงการ รวมถึงเร่งพัฒนาโครงการใหม่ทั้งที่ชลหารพิจิตรและเทพารักษ์เฟส 3 ขณะที่ศูนย์โลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนาม ภายในนิคมอุตสาหกรรมมินห์กวาง มีอัตราเช่าพื้นที่ทะลุ 80% แล้ว

ธุรกิจสาธารณูปโภค เป็นอีกธุรกิจที่สร้างการเติบโตเด่น โดยรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจน้ำอยู่ที่ 1,115.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อนหน้า จากยอดขายและบริหารน้ำรวม 42.6 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะในไทยที่เติบโต 9% จากความต้องการใช้น้ำของกลุ่มโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี รวมถึงรายได้ Capacity Charge จากลูกค้ารายใหญ่จำนวน 326 ล้านบาท

ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจไฟฟ้ายังเผชิญแรงกดดัน โดยรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าเหลือเพียง 39.9 ล้านบาท ลดลง 88% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากโรงไฟฟ้า Gheco-One มีการปิดซ่อมบำรุงทั้งตามแผนและนอกแผน อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานจะทยอยฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2-3 หลังการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตแล้วเสร็จ

แม้ผลประกอบการโดยรวมจะลดลงจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า แต่ WHA ยังเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะด้านดิจิทัลและกรีนโลจิสติกส์ ผ่านแพลตฟอร์ม Mobilix และโครงการ AI Transformation ภายในองค์กร ขณะเดียวกันบริษัทสามารถเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 3,500 ล้านบาทได้สำเร็จ โดยมียอดจองเกินกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของบริษัท

AMATA กำไรโตแรงจากยอดโอนที่ดินเพิ่ม

บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยรายได้รวม 3,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.87% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,424 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากถึง 52.25% และกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทเพิ่มขึ้น 66.2% มาอยู่ที่ 1,379 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจพัฒนาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม

แรงหนุนสำคัญมาจากรายได้การขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอยู่ที่ 2,486 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.96% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการโอนที่ดินเพิ่มขึ้น โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์รวม 306.1 ไร่ แบ่งเป็นในไทย 306 ไร่ และในเวียดนาม 0.1 ไร่ เพิ่มจาก 279 ไร่ ในช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจพัฒนาที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น 57.39% จาก 54.86% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากมีสัดส่วนการโอนที่ดินในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

ในแง่โครงสร้างรายได้ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นรายได้หลักของ AMATA คิดเป็น 63% ของรายได้จากธุรกิจหลักทั้งหมด รองลงมาคือธุรกิจสาธารณูปโภค 30% และธุรกิจโรงงานให้เช่าสำเร็จรูป 7% โดยปัจจุบัน มีรายได้จากประเทศไทย 83% และจากเวียดนาม 17%

ธุรกิจสาธารณูปโภคมีรายได้ 1,201 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.48% จากปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากรายได้ธุรกิจน้ำ ไฟฟ้าและบริการในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้จากเวียดนามจะลดลงจากการอ่อนค่าของเงินด่องเวียดนามเมื่อเทียบกับเงินบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้อยู่ที่ 18.91% ใกล้เคียงปีก่อนหน้า

ด้านธุรกิจโรงงานให้เช่าสำเร็จรูปมีรายได้ 258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.49% จากปีก่อน จากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น และยังเป็นธุรกิจที่มีความสามารถทำกำไรสูง โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 84.54% จาก 76.94% ในปีก่อนหน้า

แม้รายได้และกำไรสุทธิจะเติบโตแข็งแกร่ง แต่ AMATA มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าลดลง 33.74% เหลือ 152 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจพลังงานและธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติชะลอตัว

ในเชิงปัจจัยแวดล้อม AMATA ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านการค้า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งส่งผลต่อราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกยังขยายตัวได้จากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ

AMATA มองว่า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญยังมาจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ยังเติบโตต่อเนื่องและเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านการขยายธุรกิจ AMATA เดินหน้าพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม พม่า และลาว โดยมีพัฒนาการสำคัญในเวียดนามหลายโครงการ ทั้งการจัดตั้งบริษัท Amata City Phu Tho Joint Stock Company เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ในช่วงปี 2569-2574 รวมถึงการร่วมทุนจัดตั้ง Amata Esco Next เพื่อดำเนินธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปในนิคมอุตสาหกรรม Amata City Long Thanh และ Amata City Halong

นอกจากนี้ AMATA ยังอนุมัติจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม โรงงานสำเร็จรูป และอาคารโลจิสติกส์ สะท้อนทิศทางการขยายธุรกิจรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

แชร์
เทียบผลงานบิ๊กนิคมฯ WHA - AMATA ไตรมาส 1/69 ท่ามกลางคลื่นลงทุนเข้าไทย