Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Nvidia รายได้โต 85% กำไรพุ่ง 211% ชี้ AI เริ่มสร้างมูลค่าเศรษฐกิจจริง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Nvidia รายได้โต 85% กำไรพุ่ง 211% ชี้ AI เริ่มสร้างมูลค่าเศรษฐกิจจริง

21 พ.ค. 69
13:37 น.
แชร์

เอ็นวิเดีย (Nvidia) บริษัทผู้ผลิตชิป GPU รายหลักของโลกยังคงเดินหน้าทำลายสถิติใหม่ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดออกมาในระดับที่สูงกว่าตลาดคาดการณ์แทบทุกด้าน ด้วยรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นมากถึง 85% ขณะที่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกระแส AI Boom ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 75,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 92%

ผลประกอบการของ Nvidia เป็นการตอบคำถามนักลงทุนที่ตั้งคำถามว่า กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) เฟื่องฟูโตเกินจริงหรือไม่ ด้วยตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยี AI พร้อมก้าวเข้าสู่การใช้งานในวงกว้างแล้ว

และการลงทุนด้าน AI เร่งตัวอย่างหนัก โดยเฉพาะการสร้าง ‘AI factory’ หรือโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่สำหรับพัฒนาและรัน AI ซึ่งเจนเซน หวง (Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) Nvidia เรียกว่าเป็น “การขยายโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ”

เจนเซน หวง กล่าวว่า Agentic AI หรือ AI ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้จริงกำลังเริ่มสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และขยายตัวอย่างรวดเร็วในภาคธุรกิจต่าง ๆ ตั้งแต่คลาวด์ อุตสาหกรรม โรงงาน ไปจนถึงอุปกรณ์ปลายทาง

รายได้โต 85% Data Center ครองสัดส่วนเกือบทั้งหมด

ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2027 (สิ้นสุด 26 เมษายน 2026) ของ Nvidia ยังคงออกมาในระดับที่สูงกว่าตลาดคาดการณ์แทบทุกด้าน โดยบริษัทมีรายได้รวม 81,600 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 85% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อนหน้า สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดเฉลี่ยไว้ราว 79,200 ล้านดอลลาร์

กำไรสุทธิตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ 58,300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 211% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบ Diluted EPS อยู่ที่ 2.39 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 214% และหากดูตัวเลขแบบ non-GAAP กำไรสุทธิอยู่ที่ 45,500 ล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้น 1.87 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.77 ดอลลาร์

ตัวเลขที่สะท้อนอำนาจการทำกำไรของ Nvidia คือ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่ยังอยู่ในระดับสูงถึง 75% แม้บริษัทจะอยู่ในช่วงเร่งขยายกำลังผลิตและลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI Infrastructure) อย่างหนัก

หัวใจของ Nvidia อยู่ที่ธุรกิจ Data Center ซึ่งสร้างรายได้สูงถึง 75,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 92% จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วนราว 92% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท

ภายในธุรกิจ Data Center รายได้จาก Data Center Compute อยู่ที่ 60,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 77% จากปีก่อนหน้า ส่วนธุรกิจ Networking ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับเชื่อมต่อ AI Cluster และ AI Factory เติบโตแรงยิ่งกว่า โดยพุ่งขึ้น 199% ไปอยู่ที่ 14,800 ล้านดอลลาร์

ตัวเลขนี้สะท้อนว่า การบูมของปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ระดับ ‘ชิปประมวลผล’ แต่กำลังกินลึกไปทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่การประมวลผล การเชื่อมต่อข้อมูล ไปจนถึงการจัดการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่

ขณะที่ธุรกิจ Edge Computing ซึ่งรวมพีซี เกมมิง หุ่นยนต์ ยานยนต์อัตโนมัติ และอุปกรณ์ AI ปลายทาง มีรายได้ 6,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อนหน้า แม้ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับ Data Center แต่ Nvidia กำลังพยายามผลักดันให้กลายเป็นขาการเติบโตใหม่ในระยะยาว

สำหรับไตรมาสถัดไป Nvidia คาดการณ์ว่า รายได้จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ 91,000 ล้านดอลลาร์ โดยไม่รวมรายได้จากธุรกิจ Data Center ในจีนไว้ในประมาณการ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการส่งออกของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ประมาณการนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ 87,000 ล้านดอลลาร์

นักลงทุนไม่ตื่นเต้น ราคาหุ้นปรับตัวลง

สิ่งที่น่าสนใจ คือ แม้ผลประกอบการจะออกมาดีกว่าคาดแทบทุกตัวเลข นักลงทุนกลับเริ่มเฉยชากับความสำเร็จของ Nvidia มากขึ้น

ก่อนการประกาศผลประกอบการ หุ้น Nvidia (Nasdaq: NVDA) ปรับตัวขึ้นแล้ว 20% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งแม้จะดีกว่าดัชนี S&P 500 แต่ก็ยังตามหลังหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่อื่น ๆ หลายบริษัท

หลังประกาศผลประกอบการ หุ้นของ Nvidia ปรับลดลงราว 1% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด แม้รายงานรายได้และกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ อีกทั้งยังประกาศเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนอีก 80,000 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มเงินปันผลรายไตรมาสจาก 0.01 ดอลลาร์ต่อหุ้น เป็น 0.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนสถานะกระแสเงินสดและความแข็งแกร่งทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ปรากฏการณ์ที่ราคาหุ้น Nvidia ปรับลดลงแม้ผลประกอบการออกมาดีมากและคาดการณ์ไตรมาสต่อไปก็มีแนวโน้มจะดีขึ้น สะท้อนว่าตลาดคาดหวังต่อ Nvidia ในระดับที่สูงมาก จนแม้แต่ผลงานระดับทำสถิติใหม่ก็ไม่เพียงพอจะสร้างความตื่นเต้นได้

จาก ‘ขายชิป AI’ สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานโลก AI

มองลึกลงไปในรายละเอียด ผลประกอบการ Nvidia กำลังส่งสัญญาณสำคัญบางอย่างต่อโลกเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก

แม้ Nvidia จะถูกมองว่าเป็นบริษัทผู้ผลิต GPU หรือ AI Accelerator แต่สิ่งที่ Nvidia พยายามสื่อสารในรอบนี้ คือการเป็น ‘แพลตฟอร์ม AI ครบวงจร’

Nvidia กำลังขายทั้งระบบ ทั้ง CPU, GPU, ระบบเครือข่าย ซอฟต์แวร์ โมเดล AI ระบบประมวลผล และคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป โดย Nvidia ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่จำนวนมาก เช่น NVIDIA Vera Rubin, Vera CPU, BlueField-4 STX, Dynamo 1.0, NemoClaw, OpenShell และ Agent Toolkit ซึ่งล้วนถูกออกแบบมารองรับยุคของ Agentic AI

ในอีกด้าน Nvidia พยายามขยายอิทธิพลของตนเองเข้าไปในทุกเลเยอร์ของระบบ AI ตั้งแต่ Hyperscale Data Center ไปจนถึง Edge Devices อย่างพีซี เกมคอนโซล หุ่นยนต์ รถยนต์อัตโนมัติ และระบบเครือข่าย 6G

Nvidia ถึงขั้นปรับโครงสร้างการรายงานธุรกิจใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ธุรกิจหลัก คือ Data Center และ Edge Computing เพื่อสะท้อนว่าการเติบโตของ AI จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ดาต้าเซ็นเตอร์

ภายใต้ธุรกิจ Data Center จะเริ่มแยกรายได้ระหว่างกลุ่ม Hyperscaler กับกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า ACIE (AI cloud, industrial และ enterprise customer) ซึ่งรวมลูกค้า AI Cloud, ภาคอุตสาหกรรม และลูกค้าองค์กร ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าบริษัทไม่ได้ต้องการพึ่งพาบิ๊กเทคเพียงไม่กี่รายอีกต่อไป

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา การเติบโตของ Nvidia มีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากบริษัทคลาวด์ยักษ์ใหญ่ เช่น Google, Microsoft, Amazon และ Meta ซึ่งถูกเรียกรวมว่า hyperscaler แต่ Nvidia เชื่อว่าในระยะต่อไป รัฐบาล บริษัทอุตสาหกรรม และองค์กรทั่วโลก จะกลายเป็นลูกค้ากลุ่มใหม่ของธุรกิจ AI Infrastructure

ฟองสบู่ AI ยังไม่แตก และกำลังลอยอยู่ทั่วโลก

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญในตลาดหุ้นแสดงความกังวลว่ากระแส AI อาจเข้าสู่ภาวะฟองสบู่แตก แต่ตัวเลขผลประกอบการของ Nvidia กลับสะท้อนว่าการใช้เงินจริงยังเร่งตัวต่อเนื่อง

บริษัทกลุ่ม hyperscaler มีแผนใช้จ่าย ด้าน AI รวมกันราว 725,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และรายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้ยังเติบโตเร็วกว่ารายได้จากแหล่งอื่น

การที่ธุรกิจ Data Center Compute ของ Nvidia ทำรายได้ 60,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 77% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ธุรกิจ Networking ซึ่งเป็นอีกชิ้นส่วนสำคัญของ AI Infrastructure พุ่งขึ้นถึง 199% แตะ 14,800 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่า AI Boom ไม่ได้ดันเฉพาะ GPU แต่กำลังลากทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ขึ้นไปพร้อมกัน ทั้ง CPU ระบบเครือข่าย หน่วยจัดเก็บข้อมูล ระบบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร

นอกจากนั้น Nvidia ระบุว่า ความต้องการยังสูงกว่ากำลังการผลิต และบริษัทกำลังเร่งลงทุนเพิ่มซัพพลายเพื่อรองรับดีมานด์ที่มีอยู่มหาศาล

Physical AI เดิมพันใหญ่รอบต่อไปของ Nvidia

อีกประเด็นสำคัญที่ Nvidia พยายามผลักดัน คือ ‘Physical AI’ ที่สามารถลงมือทำงานในโลกจริงผ่านหุ่นยนต์ รถยนต์อัตโนมัติ และเครื่องจักรอัจฉริยะ

Nvidia พยายามวางตัวเองให้เป็น ‘ระบบปฏิบัติการ’ ของโลกหุ่นยนต์และรถยนต์ไร้คนขับ ผ่านแพลตฟอร์ม NVIDIA DRIVE Hyperion, Halos OS, Cosmos และ Isaac GR00T และเพื่อเป้าหมายนี้ Nvidia ได้ขยายความร่วมมือกับ Hyundai Motor Company, Kia, Uber, BYD, Geely, Isuzu และ Nissan ในการพัฒนา

มูฟเมนต์เหล่านี้สะท้อนว่า Nvidia กำลังสร้าง ecosystem ของ AI ที่ครอบคลุมตั้งแต่ซอฟต์แวร์ โมเดล AI ฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงระบบความปลอดภัยสำหรับเครื่องจักรอัตโนมัติ

แม้แข็งแกร่ง แต่เผชิญแรงกดดัน

แม้ Nvidia ยังครองความเป็นผู้นำในตลาด AI Accelerator แต่ผลประกอบการรอบนี้ก็สะท้อนว่า บริษัทเริ่มเผชิญแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน

คู่แข่งอย่าง Advanced Micro Devices หรือ AMD กำลังเร่งพัฒนาชิปแข่งขัน ขณะที่ Broadcom และ Google ก็กำลังพัฒนาชิป AI ของตนเอง

ขณะเดียวกัน ลูกค้ารายใหญ่ของ Nvidia ก็เริ่มออกแบบชิปภายในบริษัท เพื่อลดการพึ่งพา Nvidia ในระยะยาว

นอกจากนั้น อีกแรงกดดันสำคัญสำหรับ Nvidia คือ ‘จีน’ แม้จีนจะเป็นตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่ข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ทำให้ Nvidia แทบไม่สามารถขาย AI Accelerator เข้าไปได้

Nvidia ระบุว่า ในประมาณการรายได้ไตรมาสถัดไป บริษัท “ไม่ได้รวมรายได้จาก Data Center Compute ในจีนไว้เลย” และปัจจุบัน Nvidia ยังไม่มีรายได้จากธุรกิจ Data Center ในจีน

อ้างอิง : Nvidia, Bloomberg

แชร์
Nvidia รายได้โต 85% กำไรพุ่ง 211% ชี้ AI เริ่มสร้างมูลค่าเศรษฐกิจจริง