Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ศึกใหม่สหรัฐฯ-จีน เจ้าแห่ง “สายเคเบิลใต้น้ำ” ครองที่ 1 ครองโลกอย่างไร?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ศึกใหม่สหรัฐฯ-จีน เจ้าแห่ง “สายเคเบิลใต้น้ำ” ครองที่ 1 ครองโลกอย่างไร?

7 ก.ค. 69
10:30 น.
แชร์

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนานหลายปี โดยทั้งสองมหาอำนาจล้วนแย่งชิงความเป็นที่หนึ่งในด้านการค้ามาโดยตลอด และสินค้าหลายประเภทก็ตกเป็น “การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์” ซึ่งนอกจากต้องแย่งกันครองความเป็นที่หนึ่งในด้านตัวเลข ยังหมายถึงความเป็นที่หนึ่งในด้านความมั่นคงอีกด้วย

และหลังจากการแข่งขันด้านเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยี 5G  สมรภูมิใหม่ของการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน กำลังก่อตัวขึ้นใต้มหาสมุทร นั่นคือ “สายเคเบิลใต้น้ำ” (Undersea Cables)

สายเคเบิลใยแก้วนำแสงที่ทอดยาวอยู่ใต้พื้นมหาสมุทรเหล่านี้ ทำหน้าที่รับส่งข้อมูลระหว่างทวีปด้วยความเร็วหลายเทราบิตต่อวินาที และเป็นเส้นทางลำเลียงข้อมูลถึงร้อยละ 99 ของปริมาณข้อมูลทั่วโลก

ทำไมสายเคเบิลเหล่านี้จึงมีความสำคัญ และคนที่ถือครองที่หนึ่งในการเป็นเจ้าแห่งสายเคเบิลใต้น้ำจะสามารถครองโลกได้อย่างไร Spotlight ชวนหาคำตอบ

สายเคเบิลใต้น้ำสำคัญอย่างไร

เดิมที โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเพียงระบบโทรคมนาคมที่เป็นกลาง แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็น สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิสำคัญในการแข่งขันเพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยถ้าหากสรุปแบบคร่าว ๆ ก็จะได้ความสำคัญของสายเคเบิลใต้น้ำทั้งหมด 5 ประการ ได้แก่ 

  1. เป็นเส้นทางส่งข้อมูลเกือบทั้งหมดของโลกข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั่วโลกประมาณ 99% ไม่ได้ส่งผ่านดาวเทียม แต่ส่งผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสงที่ทอดอยู่ใต้ทะเล เช่น การใช้งานเว็บไซต์ อีเมล วิดีโอคอล การสตรีมมิง และโซเชียลมีเดีย
  2. เป็นหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัลธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ การซื้อขายหุ้น การโอนเงิน ระบบ Cloud และ Data Center ต่างอาศัยสายเคเบิลใต้น้ำ หากสายเคเบิลขัดข้อง อาจกระทบต่อระบบการเงินและธุรกิจทั่วโลก
  3. เร็วกว่าและรองรับข้อมูลได้มากกว่าดาวเทียมสายไฟเบอร์ออปติกใต้น้ำส่งข้อมูลได้ระดับ เทราบิตต่อวินาที ขณะที่ดาวเทียมมีความหน่วง (Latency) สูงกว่าและรองรับปริมาณข้อมูลได้น้อยกว่า จึงใช้ดาวเทียมเฉพาะพื้นที่ห่างไกลเป็นหลัก
  4. เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปัจจุบันหลายประเทศมองว่าสายเคเบิลใต้น้ำเป็น "โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์" เพราะหากถูกตัด ถูกดักฟัง หรือถูกควบคุม อาจส่งผลกระทบต่อการสื่อสารของรัฐบาล กองทัพ และเศรษฐกิจของทั้งประเทศ
  5. ยิ่ง AI เติบโต ความสำคัญก็ยิ่งเพิ่มขึ้นการพัฒนา AI, Cloud Computing และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทำให้ต้องส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลระหว่างประเทศ จึงต้องลงทุนวางสายเคเบิลใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บาร์ต โฮเกอวีน นักวิจัยอาวุโสและผู้อำนวยการฝ่ายยุโรปของสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย (ASPI) กล่าวว่า ความสำคัญของสายเคเบิลใต้น้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบคลาวด์ และภาคการเงินโลก ทำให้ความต้องการในการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีเสถียรภาพเพิ่มสูงขึ้น

เขาระบุว่า ผู้ที่สามารถควบคุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเหล่านี้ได้ ย่อมมีอิทธิพลต่อการใช้งาน ว่าใครจะเข้าถึงได้ ภายใต้เงื่อนไขใด และมีต้นทุนเท่าใด ขณะที่หลายประเทศเริ่มวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับอิทธิพลจากต่างชาติและการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอื่น

พัฒนาการล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมสายเคเบิลใต้น้ำกำลังถูกดึงเข้าสู่การแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจอย่างชัดเจน โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานสายเคเบิลใต้น้ำ ขณะที่จีนยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายสายเคเบิลทั่วโลกผ่านโครงการที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ Digital Silk Road

ขณะเดียวกัน เหตุการณ์สายเคเบิลใต้น้ำได้รับความเสียหายในบริเวณรอบไต้หวันและทะเลบอลติก รวมถึงความพยายามของหลายประเทศในการยกระดับการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล ทำให้อุตสาหกรรมที่เคยไม่เป็นที่จับตามอง กลายเป็นประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

แข่งวางสายเคเบิลใต้น้ำ รองรับโลกดิจิทัล

สายเคเบิลใต้น้ำได้รับการขนานนามว่าเป็น "กระดูกสันหลังของอินเทอร์เน็ตโลก" โดยองค์การโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ระบุว่า สายเคเบิลเหล่านี้รองรับการรับส่งข้อมูลของโลกถึงร้อยละ 99 ไม่ว่าจะเป็นอีเมล เว็บไซต์ การประชุมทางวิดีโอ หรือบริการออนไลน์ต่าง ๆ

เมื่อข้อมูลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและความมั่นคงถูกส่งผ่านสายเคเบิลเหล่านี้มากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงแห่งชาติ และความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของแต่ละประเทศ

นักวิเคราะห์ระบุว่า ความต้องการใช้งานสายเคเบิลใต้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากกว่าที่เคย

เอริน เมอร์ฟี กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียของบริษัทที่ปรึกษา Redpoint Advisors และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายอินโด-แปซิฟิกของบรรษัทเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (US International Development Finance Corporation) กล่าวว่า ความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตที่มีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19

เธอมองว่า การปฏิวัติด้าน AI และเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต จะยิ่งผลักดันให้เกิดการลงทุนวางสายเคเบิลใต้น้ำเพิ่มขึ้น และทำให้การแข่งขันเพื่อครอบครองโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเลทวีความเข้มข้นมากกว่าเดิม

ด้านริชาร์ด มาร์ลส์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย กล่าวระหว่างการประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมว่า สายเคเบิลใต้น้ำเปรียบเสมือน "เส้นเลือดใหญ่ของอารยธรรมยุคใหม่" พร้อมเตือนว่า พื้นทะเลกำลังกลายเป็น "สมรภูมิแห่งใหม่" หลังเกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานใต้น้ำหลายครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา

ขณะที่เฮือง เลอ ทู รองผู้อำนวยการฝ่ายเอเชีย-แปซิฟิกของ International Crisis Group ระบุว่า ประเทศที่สามารถครอบงำหรือควบคุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเหล่านี้ได้ จะมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์เหนือประเทศอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น การเป็นเจ้าแห่งสายเคเบิลใต้น้ำจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้นำในด้านอุตสาหกรรมประเภทนี้ หรือเทคโนโลยีประเภทนี้อย่างเดียว แต่ยังหมายถึงเป็นการกุม "เส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก" เพราะผู้ที่มีบทบาทในการสร้าง ลงทุน หรือควบคุมโครงข่ายสายเคเบิล ย่อมมีอิทธิพลต่อการไหลเวียนของข้อมูล การค้า การเงิน การสื่อสาร และบริการดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้คนและธุรกิจทั่วโลก

https://www.channelnewsasia.com/east-asia/us-china-strategic-rivalry-undersea-cables-6230026

https://en.wikipedia.org/wiki/Submarine_communications_cable?utm_source=chatgpt.com

https://atlasinstitute.org/weaponized-connectivity-political-risk-and-the-security-of-global-undersea-cables/?utm_source=chatgpt.com

https://www.itu.int/en/mediacentre/backgrounders/Pages/submarine-cable-resilience.aspx?utm_source=chatgpt.com

แชร์
ศึกใหม่สหรัฐฯ-จีน เจ้าแห่ง “สายเคเบิลใต้น้ำ” ครองที่ 1 ครองโลกอย่างไร?