
วันที่ 25 มิ.ย.69 ที่กระทรวงกลากลาโหม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึง สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชามีการสนับสนุน เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคตว่า
ตนรับราชการ อยู่ชายแดนมาโดยตลอด สิ่งที่น่าเจ็บปวดก็คือ การเข้าพื้นที่ด้วยความยากลำบาก แต่สิ่งที่เจ็บปวดคือการเพิ่มเติมกำลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ หรือการลำเลียง ผู้บาดเจ็บออกมา 1 หรือ 2 วินาที มีความหมาย สำหรับกำลังพลที่บาดเจ็บ หากเรามีถนน เลาะแนวชายแดน ซึ่งที่ตามมาจะมีความรวดเร็วคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ ทั้งยุโธปกรณ์ การใช้ยานยนต์ การส่งกำลังเพิ่มเติมอาวุธกระสุน การเข้าถึงพื้นที่ชายแดนด้วยความรวดเร็ว นั่นคือการรักษาอธิปไตยของชาติ ได้มั่นคงมากขึ้น และได้ช่วยเหลือพี่น้องที่ปะทะอยู่ข้างหน้า นําผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น เพื่อรักษาชีวิตของคนให้มากขึ้น
ในขณะเดียวกันเมื่อมีถนนก็ต้องมีไฟฟ้า ยุทโธปกรณ์ทางทหารมีความจําเป็น ต้องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากเป็นเทคเทคโนโลยี และเชื่อมโยงระบบกับส่วนราชการ ตอนนั้นก็เป็นเรื่องของน้ํา ซึ่งกระทรวงเกษตรโดยท่านรัฐมนตรี พร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่ เมื่อเสร็จเราจะทําเขื่อนเล็กกั้นน้ํา ก็ใช้ประโยชน์ได้แล้ว อยากจะใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังเป็นเครื่องกีดขวางได้อย่างดี และสัญญาณโทรศัพท์เพื่อให้กําลังพลได้ติดต่อกับครอบครัว
เมื่อถามถึงกรณีสมเด็จฮุนเซน และ พล.อ.เตีย บันห์ ประธานวุฒิสภา เยือนประเทศจีน อาจมีการไปดีลเรื่องอาวุธ พลโทอดุลย์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของเขา อย่าไปสนใจ เราก็ทํา เขาก็ทํา เป็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศ แต่ใครน่าเชื่อถือกว่ากัน ไปห้ามคนอื่นเขาไม่ได้ อย่างเช่น กองกําลังตามแนวชายแดนเราต้องมีที่มั่นดัดแปลง กัมพูชาเองก็มี ซึ่งเรียกว่าการเตรียมสนามรบ เขาก็ต้องเตรียมเช่นกัน แต่เขาจะเตรียมอะไรก็เป็นเรื่องของเขา แต่มาตรการทางการทูต เราต้องเชื่อมั่น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.กลาโหม การทูตเชิงรุกของประเทศไทยเราต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้นํา
พลโทอดุลย์ ยังกล่าวว่าในวันที่ 16 ถึง 20 กรกฎาคมนี้ จะเดินทางร่วมคณะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของจีน
Advertisement