
วันที่ 11 ส.ค. 69 ร.ต.อ.ยุทธพงษ์ สุราสา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านแพง จ.นครพนม ได้สั่งให้สิบเวรนำตัวนาย มานพ หรือ บ่าว อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่าผู้อื่นออกจากห้องคุมขังมาสอบสวนปากคำ หลังจากใช้อาวุธมีดฟันท้าวเหลา อายุ 33 ปี ชาวลาวบ้านนาน้ำ เมืองปากกะดิ่ง แขวงบอลิคำไซย สปป.ลาว ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา
ซึ่งนายบ่าวยอมรับว่า ได้ใช้มีดทำร้ายร่างกายท้าวเหลาจริง เนื่องจากบุกมาแย่งสาวคนรักของตนออกจากบ้านไปต่อหน้าต่อตา จึงเกิดการโต้เถียง และต่อสู้กันขึ้น โดยนายบ่าว เล่าว่า สาวคนรักชื่อนางกุ้งที่เพิ่งมีอะไรกันได้ประมาณ 1 อาทิตย์
ก่อนเกิดเหตุเปิดศึกชิงนาง ขณะที่ตนกับนางกุ้งจู๋จี๋กันอยู่ภายในบ้าน ตามประสาข้าวใหม่ปลามัน อยู่ที่บ้านโนนสถิต หมู่ 10 ต.โพนทอง อ.บ้านแพง อีกทั้งฟ้าฝนก็เป็นใจ จู่ๆ ก็มีท้าวเหลาขี่รถจักรยานยนต์มาขัดจังหวะ ตะโกนเรียกนางกุ้งให้ออกไปหา ก่อนที่จะโดดซ้อนท้ายไปด้วยกันหน้าตาเฉย ตนจึงเดินไปตามที่บ้านของนางกุ้ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับบ้านตนนัก พร้อมเรียกท้าวเหลาออกมาคุยกันว่า “อ้ายเหลาเจ้าจะเอาจั๋งใด๋” แต่ท้าวเหลาไม่พูดพร่ำทำเพลง โดดต่อยหน้าตนทันที ตนจึงใช้อาวุธมีดปลายแหลมขนาดความยาว 48 เซนติเมตร ที่พกมาด้วย ฟันท้าวเหลาบริเวณหัวไหล่ และแทงซี่โครงซ้ายอีก 1 แผล จากนั้นก็เดินกลับบ้านเอาเสื้อ และกางเกงเช็ดคราบเลือดบนมีด แล้วก็วางไว้ที่เก้าอี้หน้าบ้าน ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมดังกล่าว
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ อยู่หน้าบ้านของนางกุ้ง อายุ 34 ปี สาวเจ้าเสน่ห์ต้นเหตุของศึกชิงนางครั้งนี้ ซึ่งดูจากลักษณะแล้วเหมือนนางกุ้งยังอยู่ในอาการหลอน เล่าเหตุการณ์อย่างไม่สะทกสะท้านว่า ทั้งนายบ่าวคนก่อเหตุ และท้าวเหลาคนเจ็บ ล้วนเป็นผัวของตนทั้งคู่ ถ้าจะให้เลือกก็เลือกไม่ถูก เพราะชอบทั้งคู่ พร้อมบ่นพึมพำถึงผัวทั้งสองคนว่า ไม่รู้จะทำร้ายกันไปทำไม
เท่านั้นยังไม่พอนางกุ้งยังคุยว่า ในหมู่บ้านนี้เป็นผัวตนแทบทุกคน และยอมรับอย่างไม่เกรงกลัวว่า ต้องเสพยาบ้าทุกวัน ถือเป็นยาสามัญประจำตัว วันไหนไม่ได้เสพจะมีอาการหลอน พร้อมตอบคำถามของผู้สื่อข่าวว่า ยังไม่ได้ไปเยี่ยมท้าวเหลาพ่อยอดขมองอิ่มที่โรงพยาบาลบ้านแพง และอยากให้แพทย์สแกนสมองผัวทั้งสองคนว่ามีความรักอยู่ในนั้นด้วยไหม
ด้านนางต๋อย อายุ 57 ปี แม่ของท้าวเหลาที่นั่งเฝ้าอาการของลูกชายอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านแพง เปิดเผยว่า ท้าวเหลาไม่มีงานการแน่นอน อาชีพรับจ้างทั่วไป ได้เงินก็ซื้อเหล้าดื่ม และเสพยาบ้า ถ้าไม่ได้ก็มาเคี่ยวเข็ญเอากับตนเสมอ ตอนนี้อยากเอาลูกกลับบ้าน เพราะเป็นต่างด้าวจึงไม่มีสิทธิ์รักษาฟรี และตนไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ซึ่งแพทย์ได้ทักท้วงไว้ เพราะลูกชายอาจจะเสียชีวิตลงได้ ส่วนค่ารักษาจะพยายามหาช่องทางช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
Advertisement