
จากกรณีสื่อประเทศจีนแชร์คลิปพร้อมข้อมูลนักท่องเที่ยวชาวจีนรายหนึ่งอ้างว่าได้รับบาดเจ็บจากการถูกสิงโตกัด ขณะเข้าใช้บริการสถานที่ท่องเที่ยวลักษณะ “คาเฟ่สิงโต” แห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่าถูกสิงโตกัด บริเวณแขนจนผิวหนังแตกและเกิดเป็นบาดแผล
ตามข้อมูลที่มีการเผยแพร่ ระบุว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวกำลังมีปฏิสัมพันธ์กับสิงโตภายในสถานที่ ก่อนถูกสิงโตกัดที่บริเวณแขนจนได้รับบาดเจ็บ ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ของสถานที่ได้เข้ามาดูแลเบื้องต้นด้วยการทำความสะอาดบาดแผลและทาไอโอดีน พร้อมแจ้งกับนักท่องเที่ยวว่าสิงโตตัวดังกล่าวได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของกิจกรรมที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าใกล้หรือสัมผัสสัตว์นักล่าขนาดใหญ่อย่างสิงโต โดยเฉพาะกรณีที่เกิดการกัดจนผิวหนังแตก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและจำเป็นต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์
ทั้งนี้ ในกรณีถูกสัตว์กัดหรือข่วนจนผิวหนังมีบาดแผล ผู้ได้รับบาดเจ็บควรรีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำไหลให้สะอาดโดยเร็วที่สุด และเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง รวมถึงพิจารณาความจำเป็นในการรับวัคซีนหรือการรักษาอื่น ๆ โดยไม่ควรอาศัยเพียงคำยืนยันจากสถานที่ท่องเที่ยวว่าสัตว์ได้รับวัคซีนแล้ว
สำหรับกรณีดังกล่าว ขณะนี้ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและสถานประกอบการ ว่าเหตุเกิดขึ้นเมื่อใด นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวเป็นใคร ได้รับบาดเจ็บในระดับใด มีการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือไม่ รวมถึงสถานที่เกิดเหตุมีมาตรการดูแลและความปลอดภัยอย่างไร
คืบหน้าล่าสุดวันนี้ 11 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ TAC (Tourist Assistance Center) ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้เดินทางไปคาเฟ่แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ภายในซอยนาใหญ่ ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
จากการสอบถามพนักงานทราบว่า มีสิงโตทำร้ายนักท่องเที่ยวจีนจริง ตามคำกล่าวอ้าง แต่เป็นแค่แผลถลอก ทางพนักงานก็ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งสิงโตที่นี่เป็นเพียงลูกสิงโตตัวเล็ก และมีการฉีดวัคซีนทั้งหมด ส่วนสิงโตที่ได้ทำร้ายนักท่องเที่ยวนั้นชื่อ “ซีซ่า”ไม่ใช่ชื่อชาลี ตามในโพสต์ และเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่ ตรุษจีนที่ผ่านมา ซึ่งไม่สามารถ เปิดหากล้องวงจรปิด ได้ เพราะนานมากแล้ว
Advertisement