Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สตรอว์เบอร์รีซอลฮยาง Soft Power ใหม่เกาหลีใต้ สู่ส่งออกเบอร์หนึ่งไทย
โดย : ปิยมาส วงศ์พลาดิสัย

สตรอว์เบอร์รีซอลฮยาง Soft Power ใหม่เกาหลีใต้ สู่ส่งออกเบอร์หนึ่งไทย

19 ก.พ. 69
17:24 น.
แชร์

กลิ่นอาย "ซอลลัล" และรสสัมผัสจากเมืองหนาว

ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นใจกลางกรุงเทพมหานคร ชาวไทยหลายวัยต่างสนุกสนานกับการสวมชุดฮันบกสีสันสดใส เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีพื้นบ้านจากวง ‘Pine Tree’ พร้อมสัมผัสพิธี ‘เซแบ’ การคำนับบรรพบุรุษแบบดั้งเดิม หลังจากนั้น เด็ก ๆ จะได้ผลัดกันตีแป้งต๊อกและการละเล่นพื้นบ้านแบบเกาหลีใต้ กิจกรรมเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนของ “วันซอลลัล” หรือวันขึ้นปีใหม่เกาหลีปี 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย 

หนึ่งในไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาและสร้างความตื่นเต้นมากที่สุดคือ “สตรอว์เบอร์รีสีแดงสดลูกยักษ์” ที่ถูกส่งตรงจากคาบสมุทรเกาหลีมาให้คนไทยได้ลิ้มลองรสชาติ กลิ่นหอมหวานเย้ายวนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของว่างในงานมงคล แต่คือตัวแทนของความสำเร็จในอุตสาหกรรมเกษตรระดับโลก

สตรอว์เบอร์รีที่นำมาแจกในงานนี้คือสายพันธุ์ “ซอลฮยาง” (Seolhyang) ซึ่งมีความหมายอันไพเราะว่า “กลิ่นหอมของหิมะที่โปรยปราย” ความโดดเด่นอยู่ที่รสสัมผัสอันนุ่มละมุน ฉ่ำน้ำ และความหวานที่ลงตัวตัดด้วยความเปรี้ยวเพียงเล็กน้อย จนถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ดีที่สุด ที่พัฒนาขึ้นโดยสถาบันวิจัยในเมืองนนซาน จังหวัดชุงชองใต้

การ Testing รสชาติในวันนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี และองค์กรจัดการเกษตรและอาหารของประเทศเกาหลี (aT Center) โดยใช้ Soft Power ทางวัฒนธรรมนำทางสินค้าเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบัน ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้บริโภคทั่วไป แต่คือตลาดส่งออกสตรอว์เบอร์รีอันดับหนึ่งในภูมิภาคที่เกาหลีใต้ต้องจับตามอง

Spotlight ชวนเจาะลึก “สตรอว์เบอร์รีซอลฮยาง”  ที่สะท้อนการพลิกเกม K-Berry ของเกาหลีใต้ จากผู้นำเข้าสตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น สู่การพัฒนาสายพันธุ์เอง จนกลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ในวันนี้

Soft Power ในจานอาหาร: เมื่อวัฒนธรรมนำทางพาณิชย์

ความสำเร็จของสตรอว์เบอร์รีเกาหลีไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่คือผลลัพธ์ของยุทธศาสตร์ Soft Power ที่แข็งแกร่ง ดังที่ปรากฏในงานครั้งนี้ ซึ่งได้รับเกียรติจาก กงสุลใหญ่ นายนัมฮยอก คิม มาร่วมอวยพรเนื่องในปีม้าไฟ 2026 พร้อมขอบคุณชาวไทยที่มีความรักต่อวัฒนธรรมเกาหลีอย่างอบอุ่น การปรากฏตัวของทูตระดับสูงเช่นนี้ยืนยันว่า สินค้าเกษตรและการทูตทางวัฒนธรรมคือเรื่องเดียวกันที่แยกขาดจากกันไม่ได้

ด้าน นางซอนจู ลี ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ย้ำถึงความสำเร็จที่เห็นชาวไทยทุกวัย ตั้งแต่คนรุ่นใหม่ไปจนถึงเหล่าทหารผ่านศึก มาร่วมฉลองวันซอลลัลร่วมกัน โดยในปีนี้ ทางศูนย์ฯ พร้อมขยายกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้งมิติเดิมและร่วมสมัย เพื่อสร้างพื้นที่ทองคำในการเชื่อมโยงแบรนด์เกาหลีเข้ากับไลฟ์สไตล์คนไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การใช้สตรอว์เบอร์รีพรีเมียมเป็นสื่อกลางในเทศกาลมงคล คือกลยุทธ์ที่เฉียบคมของ aT Center Thailand ที่ต้องการเปลี่ยนการซื้อขาย ให้เป็นความผูกพัน เพราะเมื่อผู้บริโภคมีความทรงจำที่ดีผ่านรสชาติในวันสำคัญ การเลือกซื้อสตรอว์เบอร์รีเกาหลีตามห้างสรรพสินค้าจึงไม่ใช่แค่การซื้อผลไม้ แต่เป็นการซื้อประสบการณ์ความสุขที่ฝังแน่นในใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน

ซอลฮยาง: พลิกเกมจากผู้นำเข้า สู่ส่งออกเบอร์หนึ่ง

ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2000 อุตสาหกรรมสตรอว์เบอร์รีในเกาหลีใต้อยู่ในสภาวะที่น่ากังวล เนื่องจากกว่า 90% ของพื้นที่ปลูกในขณะนั้นคือสายพันธุ์ “อากิฮิเมะ” และ “เรดเพิร์ล” ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้เกษตรกรเกาหลีต้องแบกรับภาระการจ่ายค่าลิขสิทธิ์พันธุ์พืช เป็นเงินมหาศาลปีละหลายพันล้านวอน สถานการณ์นี้กลายเป็นแรงผลักดันครั้งใหญ่ให้รัฐบาลเกาหลีใต้เร่งพัฒนาสายพันธุ์ของตัวเองเพื่อทวงคืนอำนาจการผลิต

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2005 ณ สถาบันวิจัยสตรอว์เบอร์รี เมืองนนซาน เมื่อนักวิจัยประสบความสำเร็จในการเปิดตัวสายพันธุ์ “ซอลฮยาง” ซึ่งนับเป็นอาวุธลับที่เข้ามาพลิกกระดานการค้าทันที ซอลฮยางถูกออกแบบมาให้ปลูกง่าย ทนทานต่อโรค และให้ผลผลิตสูงในช่วงฤดูหนาว ที่สำคัญคือมีรสชาติหวานฉ่ำและลูกใหญ่กว่าพันธุ์ญี่ปุ่นเดิม จนสามารถครองใจทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน ซอลฮยางครองส่วนแบ่งการปลูกในเกาหลีใต้สูงถึง 96.3% ช่วยให้ประเทศประหยัดค่าลิขสิทธิ์สะสมไปได้แล้วกว่า 3.5 หมื่นล้านวอน

จากความสำเร็จภายในประเทศ สตรอว์เบอร์รีเกาหลีได้ยกระดับสู่ “สินค้าส่งออกดาวรุ่ง” ข้อมูลล่าสุดในปี 2025 ชี้ให้เห็นว่า มูลค่าการส่งออกสตรอว์เบอร์รีเกาหลีพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 72.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,500 ล้านบาท) เติบโตขึ้นถึง 16 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วง 20 ปีก่อน โดยมีเป้าหมายหลักคือตลาดอาเซียนที่กำลังซื้อสูงอย่าง ไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งมองว่าสตรอว์เบอร์รีจากเกาหลีคือผลไม้พรีเมียมที่ยากจะหาคู่แข่งมาเทียบเคียง

ปัจจุบัน ความล้ำหน้าไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่สายพันธุ์ แต่เกาหลีใต้ได้นำเทคโนโลยี “สมาร์ทฟาร์ม” เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งระบบควบคุมอุณหภูมิและแสงผ่าน AI ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตได้สูงถึง 83% เมื่อเทียบกับโรงเรือนแบบเดิม การพลิกบทบาทจากผู้ที่ต้องคอยนำเข้าและจ่ายค่าลิขสิทธิ์ สู่การเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่ส่งตรงความหวานจากฟาร์มอัจฉริยะถึงมือผู้บริโภคไทยภายใน 24 ชั่วโมง จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าความพยายามพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรของเกาหลีใต้นั้น "คุ้มค่า" และยั่งยืนเพียงใด

K-Berries Economy: การทูตผลไม้บนกระดานการค้าเสรีไทย-เกาหลี

สตรอว์เบอร์รีเกาหลีไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลไม้ตามฤดูกาล แต่คือ "สินค้าส่งออกยุทธศาสตร์" ที่มีประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญ ข้อมูลสถิติเชิงลึกจาก The Observatory of Economic Complexity (OEC) ระบุว่าในปี 2025 มูลค่าการส่งออกผลไม้สดจากเกาหลีใต้มายังประเทศไทยพุ่งสูงถึง 19.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีสตรอว์เบอร์รีเป็นผลิตภัณฑ์หลัก 

และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด (Fastest growing market) สำหรับผลไม้เกาหลีในช่วงปี 2024-2025 สะท้อนถึงกำลังซื้อและรสนิยมของบริโภคชาวไทยที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ K-Berry ครองใจคนไทยได้อย่างเหนียวแน่นคือ "แต้มต่อทางการค้า" ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) ทั้งอาเซียน-เกาหลี (AKFTA) และ RCEP ที่ช่วยลดอุปสรรคทางภาษีนำเข้าสตรอว์เบอร์รี ส่งผลให้สตรอว์เบอร์รีเกาหลีพรีเมียมสามารถทำราคาแข่งขันได้ดีเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากฝั่งตะวันตก 

ประกอบกับระบบ Cold Chain Logistics กระบวนการจัดการและควบคุมอุณหภูมิของสินค้าเน่าเสียง่าย โดยสามารถรักษาคุณภาพ ความสด และประสิทธิภาพ ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงมือผู้บริโภค ทำให้ "ซอลฮยาง" เดินทางจากฟาร์มอัจฉริยะในเกาหลีถึงมือชาวไทยได้ภายในเวลาเพียง 24-48 ชั่วโมง โดยยังคงความสดใหม่และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างครบถ้วน 

"ซอลฮยาง" ในงาน Happy Seollal 2026 จึงเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของเกาหลีใต้ในการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ ผสานเข้ากับ Soft Power ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่นจนกลายเป็นราชาแห่งผลไม้ส่งออก ครองแชมป์ในไทยอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน ภาคเกษตรและส่งออกของไทยจะสามรถกระดับสินค้าเกษตรไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่พร้อมจะพลิกเกมสู่ตลาดโลกได้เช่นกัน


แชร์
สตรอว์เบอร์รีซอลฮยาง Soft Power ใหม่เกาหลีใต้ สู่ส่งออกเบอร์หนึ่งไทย