
South China Morning Post รายงานตัวเลขการจดทะเบียนสมรสในจีนปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางวิกฤตประชากรที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยจำนวนการจดทะเบียนสมรสของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2025 ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังต่ออัตราการเกิดในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เหล่านักวิเคราะห์ต่างเตือนว่า ปัจจัยลบทางประชากรศาสตร์ที่ลึกซึ้งกว่านั้นยังคงฝังรากลึกและยากที่จะแก้ไขให้กลับคืนมาได้ หากปราศจากการสนับสนุนเชิงนโยบายที่กว้างขวางขึ้น
กระทรวงกิจการพลเรือนระบุว่า จีนบันทึกสถิติการจดทะเบียนสมรสทั่วประเทศจำนวน 6.76 ล้านคู่ ในปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 จากปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นจำนวนคู่รักที่เพิ่มขึ้น 657,000 คู่
ตัวเลขการจดทะเบียนสมรสเป็นสิ่งที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในประเทศจีน เนื่องจากโดยปกติแล้วจะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญถึงแนวโน้มการเกิดในปีถัดไป เพราะการให้กำเนิดบุตรนอกสมรสยังคงถูกมองว่าเป็นเรื่องต้องห้ามในหลายพื้นที่ของประเทศ
การเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของจำนวนการจดทะเบียนสมรสในปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่จำนวนการเกิดของจีนดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.92 ล้านคน โดยลดลงจากจุดสูงสุดในปี 2016 ถึงประมาณ 10 ล้านคน หรือหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่งในเวลาไม่ถึงทศวรรษ ในขณะที่จำนวนประชากรรวมของประเทศหดตัวลงติดต่อกันเป็นปีที่สี่
ภาวะประชากรหดตัวของประเทศ ประกอบกับโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ได้กลายเป็นปัญหาต่อความพยายามของรัฐบาลปักกิ่งในการฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์และนักประชากรศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อกำลังแรงงานลดน้อยลงและมีคนวัยทำงานน้อยลงในการดูแลผู้เกษียณอายุแต่ละคน จีนจึงเผชิญความเสี่ยงที่ผลิตภาพจะลดลง ภาระด้านบำนาญและค่ารักษาพยาบาลจะพุ่งสูงขึ้น และจะเกิดสภาวะฉุดรั้งความต้องการบริโภคภายในประเทศในระยะยาว
จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ จำนวนประชากรรวมของจีนลดลง 3,390,000 คน ในปี 2025 เหลือเพียง 1,404,900,000 คน จาก 1,408,300 คนในปีปีก่อนหน้า หากพิจารณาเพียงแค่ตัวเลขดิบ นี่ถือเป็นการลดลงของประชากรต่อปีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา นอกเหนือจากช่วงภาวะอดอยากครั้งใหญ่ในจีนระหว่างปี 1959 ถึง 1961
เหอ ยาฟู่ นักประชากรศาสตร์อิสระในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของการสมรสในปี 2025 รวมถึงมาตรการสนับสนุนการมีบุตรระลอกใหญ่ ได้สร้างแรงส่งที่เป็นไปได้ต่อการเกิดในปีหน้า และคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวเล็กน้อยของทารกแรกเกิด ในปี 2026
เขากล่าวเสริมว่า "แต่ในระยะยาว การจะพลิกฟื้นการลดลงของการเกิดอย่างต่อเนื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ท้าทายกว่ามาก เนื่องจากจำนวนสตรีในวัยเจริญพันธุ์ที่ลดลง ความตั้งใจในการมีบุตรที่ยังคงอ่อนแออย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนหนุ่มสาว และการเลื่อนการแต่งงานและการมีลูกออกไปเรื่อยๆ" พร้อมระบุว่า จำเป็นต้องมีการสนับสนุนเชิงนโยบายที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง
นักประชากรศาสตร์กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของการสมรสส่งสัญญาณว่านโยบายสนับสนุนการแต่งงานจำนวนมากเริ่มส่งผล โดยนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 ภายใต้ระเบียบใหม่ของคณะรัฐมนตรี คู่รักสามารถจดทะเบียนสมรสได้ทุกที่ในประเทศโดยไม่ต้องแสดงเอกสารทะเบียนบ้าน ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่เป็นอุปสรรคมาอย่างยาวนานสำหรับผู้ที่อาศัยและทำงานห่างไกลจากบ้านเกิด
นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่นยังได้ออกมาตรการจูงใจหลากหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นให้คู่รักแต่งงานกัน จนถึงปัจจุบันมี 29 มณฑลที่ขยายวันลาแต่งงานให้ยาวนานกว่าขั้นต่ำของประเทศที่กำหนดไว้ 3 วัน โดยบางภูมิภาคให้วันลาแก่คู่สมรสใหม่สูงถึง 30 วัน
หลายเมืองมีการมอบรางวัลเป็นเงินสดและบัตรกำนัลการบริโภคสำหรับผู้ที่ตกลงปลงใจเข้าสู่ประตูวิวาห์ พร้อมทั้งอนุญาตให้มีการจัดสถานที่จดทะเบียนสมรสในรูปแบบใหม่ๆ ตั้งแต่ในสวนสาธารณะ เทศกาลดนตรี หรือแม้กระทั่งในไนท์คลับที่เซี่ยงไฮ้
ในทางวัฒนธรรมและคติความเชื่อของชาวจีน ปี 2025 ถูกนิยามว่าเป็นปี "ใบไม้ผลิซ้อน" เนื่องจากมีวัน "หลี่ชุน" หรือวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิปรากฏขึ้นถึงสองครั้งในหนึ่งปีจันทรคติ ซึ่งตามความเชื่อโบราณ ฤดูใบไม้ผลิคือสัญลักษณ์ของการกำเนิด การเจริญเติบโต และความอุดมสมบูรณ์ การมีวันมงคลนี้ซ้ำกันสองครั้งจึงถูกตีความว่าเป็นนิมิตหมายอันดีเยี่ยมทวีคูณสำหรับการจัดงานมงคลสมรส ส่งผลให้คู่รักหลายคู่ที่เคยลังเลตัดสินใจเลือกปีนี้เป็นหมุดหมายในการสร้างครอบครัว เพื่อรับพลังแห่งความสว่างไสวและการเริ่มต้นใหม่ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา
ปรากฏการณ์นี้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างเห็นได้ชัดต่อตัวเลขทางสถิติ โดยนักประชากรศาสตร์วิเคราะห์ว่า "Double Spring" ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของความเชื่อเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น "ตัวเร่งเชิงจิตวิทยา" ที่เข้ามาประจวบเหมาะกับช่วงเวลาหลังการแพร่ระบาดและการผ่อนปรนกฎระเบียบการจดทะเบียนสมรส ความเชื่อเรื่องปีมงคลได้กลายเป็นปัจจัยสนับสนุนทางอ้อมที่ช่วยผลักดันให้ตัวเลขการจดทะเบียนในปี 2025 พุ่งสูงขึ้นและเป็นแรงส่งสำคัญที่อาจทำให้เราได้เห็นการลืมตาดูโลกของ "ทารกปีทอง" เพิ่มมากขึ้นในปี 2026
อย่างไรก็ตาม แม้พลังของปี "ใบไม้ผลิซ้อน" จะสร้างสีสันและยอดจดทะเบียนที่พุ่งสูงขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงตั้งข้อสังเกตว่าผลกระทบนี้อาจเป็นเพียงความคึกคักในระยะสั้น เพราะในอนาคตอันใกล้ จีนจะต้องเผชิญกับปีที่ไร้วันหลี่ชุน หรือที่เรียกกันว่า "ปีแม่หม้าย" ซึ่งมักจะตามมาด้วยสถิติการแต่งงานที่ดิ่งลดลงตามความเชื่อที่สลับกัน ดังนั้น ความท้าทายที่แท้จริงของรัฐบาลจีนจึงไม่ใช่แค่การพึ่งพาโชคชะตาจากปฏิทินจันทรคติ แต่คือการเปลี่ยน "กระแสชั่วคราว" นี้ให้กลายเป็นความมั่นใจในระยะยาว ผ่านนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้ เพื่อให้การสมรสเบ่งบานอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องรอให้ถึงรอบปีมงคล