Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สรุป 5 ประเด็นทรัมป์แถลง ย้ำสหรัฐฯ ชนะ! ใกล้ Endgame แล้ว แต่กี่โมง?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สรุป 5 ประเด็นทรัมป์แถลง ย้ำสหรัฐฯ ชนะ! ใกล้ Endgame แล้ว แต่กี่โมง?

2 เม.ย. 69
12:15 น.
แชร์

ผ่านมาแล้ว 32 วัน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโค่นรัฐบาลอิหร่าน ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แถลงอย่างเป็นทางการในวาระครบรอบ 1 เดือน ท่ามกลางสายตาชาวโลกที่จับจ้องถึงความพยายามประกาศชัยชนะเบ็ดเสร็จภายใต้ "ปฏิบัติการ Epic Fury" โดยทรัมป์ยังคงใช้ลีลาเดิมในการย้ำว่า ศัตรูถูกบดขยี้จนสิ้นสภาพ ทว่าความจริงบนสมรภูมิตะวันออกกลางกลับยังคงคุกรุ่น เมื่อวิกฤตพลังงานโลกยังไม่คลี่คลาย และช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดตายจนส่งผลกระทบไปทุกหย่อมหญ้า

แต่สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด คือการที่อิหร่านตัดสินใจ "ตบทรัมป์กลางอากาศ" ด้วยการระดมยิงห่าฝนขีปนาวุธชุดใหญ่เข้าใส่ตอนเหนือของอิสราเอลและฐานทัพพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียทันทีที่ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์จบลงเพียงไม่กี่นาที 

การโจมตีระลอกนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายในเชิงยุทธศาสตร์ แต่ยังเป็นการส่งสารท้าทายคำกล่าวอ้างของผู้นำสหรัฐฯ ที่ว่ากองทัพอิหร่านถูกส่งกลับไป "ยุคหิน" แล้วอย่างสิ้นเชิง เป็นการพิสูจน์ว่า สงครามครั้งนี้อาจไม่ได้จบลงง่าย ๆ อย่างที่ทรัมป์ประกาศไว้บนโพเดียม

Spotlight เจาะลึก 5 ประเด็นร้อนจากถ้อยแถลงด่วนของทรัมป์ เขาพูดเรื่องอะไรบ้าง และตอบคำถามของทั้งโลกหรือไม่ว่า สงครามจะยุติเมื่อไหร่?

ประเด็นที่ 1 ทรัมป์ย้ำสหรัฐฯ ชนะ!

“ศัตรูของเรากำลังพ่ายแพ้ และอเมริกา ภายใต้การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของผมมาตลอด 5 ปี กำลังชนะ และตอนนี้กำลังชนะครั้งใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา”

ทรัมป์ระบุว่า ภายในเวลาเพียง 4 สัปดาห์ กองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งมอบชัยชนะที่ "โลกไม่เคยเห็นมาก่อน" โดยอ้างว่าบัดนี้กองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่านได้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง ขณะที่ระบบบัญชาการของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ถูกทำลายล้างจนสิ้นสภาพความสามารถในการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรน

เขายังย้ำถึงความสำเร็จในการกำจัด "เนื้อร้าย" หรือกลุ่มผู้นำระดับสูงของอิหร่านที่เป็นอุปสรรคต่อสันติภาพ โดยชี้ว่า โครงสร้างพื้นฐานทางทหารและโรงงานผลิตอาวุธถูกระเบิดจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งทรัมป์มองว่า นี่คือความสูญเสียทางทหารในวงกว้างที่รุนแรงและรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์การสงครามสมัยใหม่

ท้ายที่สุด ทรัมป์พยายามสร้างความมั่นใจให้ชาวอเมริกันว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสู้รบ แต่คือการถอนรากถอนโคนความสามารถของอิหร่านในการขยายอิทธิพลนอกพรมแดนอย่างถาวร เพื่อให้แน่ใจว่า โลกเสรีจะปลอดภัยจากการข่มขู่ด้วยนิวเคลียร์และกลุ่มตัวแทนก่อการร้ายที่คอยป่วนภูมิภาคมาตลอด 47 ปี

ประเด็นที่ 2  เส้นตายปิดจ๊อบใน 3 สัปดาห์

“เราจะโจมตีพวกเขาอย่างรุนแรงในอีก 2 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า เราจะส่งพวกเขากลับไปยังยุคหินที่ที่พวกเขาควรอยู่... เรากำลังอยู่ในเส้นทางที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ทางทหารทั้งหมดของอเมริกาในไม่ช้า”

ทรัมป์ประกาศกรอบเวลาที่ชัดเจนและดุดัน โดยระบุว่า ปฏิบัติการหลักเพื่อทำลายขีดความสามารถทางทหารและนิวเคลียร์ของอิหร่านจะเสร็จสิ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเขาเชื่อว่า จะเป็นการปิดฉากภารกิจที่กองทัพสหรัฐฯ วางเป้าหมายไว้ทั้งหมด พร้อมย้ำว่า อเมริกาไม่ได้ต้องการ "เปลี่ยนระบอบการปกครอง" เป็นเป้าหมายหลัก แต่ในความเป็นจริงผู้นำระดับสูงเดิมได้เสียชีวิตไปเกือบหมดแล้ว ทำให้สถานการณ์บีบบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปโดยปริยาย

สำหรับการถอนกำลัง ทรัมป์วางเงื่อนไขสำคัญไว้ที่ข้อตกลงที่ยอมรับได้ หากกลุ่มผู้นำชุดใหม่ที่เขาเรียกว่า มีเหตุผลมากกว่า ไม่ยอมลงนามในข้อตกลงที่สหรัฐฯ ต้องการ เขาก็ขู่ว่าจะยกระดับการโจมตีไปที่โรงไฟฟ้าทุกแห่งทั่วประเทศพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้อิหร่านเป็นอัมพาตโดยสมบูรณ์และไม่มีทางฟื้นตัวได้ในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ให้ความเชื่อมั่นว่า เมื่อความขัดแย้งนี้สิ้นสุดลง ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานตามปกติเอง เพราะอิหร่านที่บอบช้ำจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรีบขายน้ำมันเพื่อหาเงินมาฟื้นฟูประเทศที่พังทลาย และเมื่อถึงเวลานั้น ทรัมป์สัญญาว่ากองทัพสหรัฐฯ จะนำชัยชนะกลับบ้าน พร้อมกับราคาน้ำมันและตลาดหุ้นที่จะกลับมาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง

ประเด็นที่ 3 ใครเดือดร้อนจากการปิดฮอร์มุซ ดูแลตัวเอง!

“ไม่มีประเทศไหนเหมือนเราในโลก และเราอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมสำหรับอนาคต สหรัฐอเมริกานำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบจะศูนย์... และประเทศต่าง ๆ ในโลกที่ยังคงได้รับน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะต้องดูแลเส้นทางนั้นเอง พวกเขาต้องรักษามันไว้ พวกเขาต้องยึดมันไว้และดูแลมัน”

ทรัมป์ตอกย้ำนโยบาย "Drill Baby Drill" ว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้อเมริกาไม่ต้องง้อน้ำมันจากตะวันออกกลางอีกต่อไป โดยระบุว่า ภายใต้การนำของเขา สหรัฐฯ กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซอันดับหนึ่งของโลก แซงหน้าซาอุดีอาระเบียและรัสเซียรวมกัน ซึ่งความมั่นคงทางพลังงานนี้ รวมถึงผลประโยชน์มหาศาลจากการเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันในเวเนซุเอลาที่เขานิยามว่าเป็น "หุ้นส่วนร่วมทุน" ใหม่ของอเมริกา

สำหรับวิกฤตราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากการที่อิหร่านโจมตีเรือขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์มองว่าเป็นเพียง "ความเจ็บปวดระยะสั้น" และเป็นหน้าที่ของประเทศที่ต้องพึ่งพาน้ำมันผ่านเส้นทางนี้ที่จะต้องลุกขึ้นมาแสดงความกล้าหาญในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง แทนที่จะรอให้สหรัฐฯ ออกหน้าเพียงฝ่ายเดียวเหมือนในอดีต

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ทิ้งท้ายด้วยข้อเสนอสุดแสบสันต์ว่า หากประเทศใดต้องการความมั่นคงทางพลังงาน ทางเลือกที่ง่ายที่สุดคือการซื้อน้ำมันจากสหรัฐอเมริกา ที่มีล้นเหลือ ส่วนในด้านการทหาร สหรัฐฯ พร้อมจะเป็น "ผู้ช่วย" แต่ประเทศเหล่านั้นต้องเป็น "ผู้นำ" ในการปกป้องเส้นทางเดินเรือที่ตนเองต้องพึ่งพาอย่างยิ่งยวดเสียก่อน

ประเด็นที่ 4 ปิดบัญชีนิวเคลียร์และขีปนาวุธ: “ถือไพ่เหนือกว่าทุกใบ”

“ไซต์นิวเคลียร์ที่เราทำลายล้างด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ถูกโจมตีหนักมาก... ความสามารถในการยิงขีปนาวุธและโดรนของพวกเขาลดลงอย่างมหาศาล และโรงงานอาวุธรวมถึงฐานยิงจรวดของพวกเขากำลังถูกระเบิดเป็นชิ้นๆ”

นิวเคลียร์และขีปนาวุธนำวิถีพิสัยไกลคือ "เหตุผลหลัก" ที่สหรัฐฯ ใช้สร้างความชอบธรรมในการเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งนี้ ทรัมป์ย้ำชัดในถ้อยแถลงว่าอเมริกาจะไม่ยอมตกอยู่ภายใต้การข่มขู่ของระบอบที่เขาเรียกว่า "นักเลงโตแห่งตะวันออกกลาง" อีกต่อไป โดยระบุว่าปฏิบัติการ Midnight Hammer ที่ใช้ฝูงบิน B-2 ทลายโรงงานนิวเคลียร์จนราบคาบนั้น ประสบความสำเร็จอย่างเบ็ดเสร็จจนอิหร่านไม่สามารถเข้าใกล้พื้นที่เหล่านั้นได้อีกนานหลายเดือน

นอกจากการทำลายเป้าหมายทางยุทธศาสตร์นิวเคลียร์แล้ว ทรัมป์ยังโอ้อวดถึงการกวาดล้างคลังแสงขีปนาวุธและโดรนที่อิหร่านภาคภูมิใจ โดยชี้ว่าโรงงานผลิตและฐานยิงถูกเป่าจนเป็นเศษเหล็ก ส่งผลให้อิหร่านสิ้นสภาพการเป็นภัยคุกคามต่อทั้งอเมริกา ยุโรป และพันธมิตรในภูมิภาคอย่างอิสราเอล

ทรัมป์ปิดท้ายประเด็นนี้ด้วยการส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวว่า สหรัฐฯ ได้ใช้ดาวเทียมเฝ้าจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของอิหร่านแบบ 24 ชั่วโมง หากมีการขยับเขยื้อนเพื่อกู้คืนโครงการนิวเคลียร์แม้เพียงนิดเดียว ขีปนาวุธชุดใหม่จะถูกส่งไปถล่มซ้ำทันที โดยเขาทิ้งท้ายอย่างผู้ชนะว่าในเกมนี้ "อเมริกาถือไพ่เหนือกว่าทุกใบ ในขณะที่อิหร่านไม่เหลือไพ่ให้เล่นเลยสักใบเดียว"

ประเด็นที่ 5 "บทเรียนจากอดีต": แก้ไขความผิดพลาดของโอบามา

“ผมได้ยุติข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านของ บารัค ฮุสเซน โอบามา... เขาให้เงินสด 1.7 พันล้านดอลลาร์ ขนขึ้นเครื่องบินเพื่อไปซื้อความเคารพและความจงรักภักดีจากพวกเขา แต่มันไม่ได้ผล พวกเขาหัวเราะเยาะประธานาธิบดีของเรา”

แม้จะเป็นสุนทรพจน์ความยาวเพียง 18 นาทีที่เน้นเรื่องความคืบหน้าทางการทหาร แต่ทรัมป์ไม่เคยพลาดที่จะหาพื้นที่ "แขวะ" ฝั่งเดโมแครตเสมอ โดยเฉพาะการหยิบยกความล้มเหลวในอดีตขึ้นมาเปรียบเทียบกับความเด็ดขาดของตนเอง เขาฉายภาพให้เห็นว่านโยบายการทูตที่อ่อนแอของโอบามาคือ ต้นเหตุที่ปล่อยให้อิหร่านกลายเป็นภัยคุกคามที่สั่งสมพลังอำนาจมานานหลายทศวรรษ

ทรัมป์ตอกย้ำว่าการที่เขาฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์ทิ้ง และหันมาใช้ "พลังอำนาจที่แท้จริง" ในการบดขยี้ศัตรู คือการแก้ไขความผิดพลาดประวัติศาสตร์ที่ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนกล้าทำมาก่อน เขามองว่า การส่งเงินสดมหาศาลให้ศัตรูเป็นเรื่องที่น่าอับอาย และผลลัพธ์ของมันคือการที่อิหร่านเอาเงินเหล่านั้นไปสร้างคลังแสงเพื่อเตรียมทำลายล้างอเมริกาและอิสราเอล

สุดท้าย เขาประกาศกร้าวว่า ชัยชนะในวันนี้คือข้อพิสูจน์ว่านโยบายของเขานั้นถูกต้อง เพราะในขณะที่รัฐบาลชุดก่อนพยายาม "ซื้อ" ความสงบด้วยเงิน แต่อเมริกาภายใต้การนำของเขากลับ "สร้าง" สันติภาพด้วยความแข็งแกร่ง จนทำให้ศัตรูที่เคยหัวเราะเยาะอเมริกาต้องตกอยู่ในสภาพที่พ่ายแพ้อย่างย่อยยับที่สุดในประวัติศาสตร์


แชร์
สรุป 5 ประเด็นทรัมป์แถลง ย้ำสหรัฐฯ ชนะ! ใกล้ Endgame แล้ว แต่กี่โมง?