
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเตือนอิหร่านว่า เวลากำลังจะหมดลงแล้ว หากไม่รีบมาเจรจาข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ โดยทรัมป์ชี้ว่า ขณะนี้ กองเรือรบอาร์มาดาของสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนพลอย่างรวดเร็ว ด้วยแสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่ และพร้อมมุ่งตรงไปยังอิหร่าน
ข้อความล่าสุดของทรัมป์ที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียระบุว่า หวังว่าอิหร่านจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจราโดยเร็ว และมาหารือเกี่ยวกับข้อตกลงที่เป็นธรรมและเหมาะสม เพื่อจะได้ “ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์”
ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เปิดเผยว่า กองกำลังติดอาวุธของอิหร่านก็พร้อมแล้ว โดยนิ้วได้วางอยู่บนไกพร้อมยิงทันที เพื่อจะตอบโต้อย่างทันท่วงทีและทรงพลัง หากมีการรุกรานใด ๆ ทางทะเลหรือทางพื้นดินก็ตาม
อิหร่านยืนยันว่า โครงการพัฒนานิวเคลียร์นั้นเป็นไปเพื่อสันติสุขและออกมาบอกปัดข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ที่ว่า กำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ขณะเดียวกัน เพื่อตอบโต้คำเตือนล่าสุดของทรัมป์ อับบาส อารักชี กล่าวว่า อิหร่านยินดีมาโดยตลอดต่อข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ยุติธรรม และเท่าเทียม บนพื้นฐานความเสมอภาค และปราศจากการบีบบังคับ การข่มขู่ หรือการคุกคาม ซึ่งจะรับประกันสิทธิของอิหร่านในการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ และยืนยันว่าจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
คำเตือนล่าสุดของทรัมป์มีขึ้น หลังจากที่ทรัมป์ให้คำมั่นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือประชาชน หลังมีการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน
การประท้วงในอิหร่านเริ่มขึ้นหลังค่าเงินอิหร่านร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่การประท้วงจะบานปลายกลายเป็นวิกฤตความมั่นคงของผู้นำสูงสุด
หลังจากนั้น ทรัมป์ออกมาประกาศว่า ความช่วยเหลือกำลังไป แต่แล้วก็กลับเปลี่ยนท่าที ลดความแข็งกร้าวลง บอกว่ารัฐบาลอิหร่านแจ้งมาว่า การสังหารผู้ประท้วงของอิหร่านได้ยุติลงแล้ว
ด้าน HRANA องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ ยืนยันว่า การสังหารผู้ประท้วงของรัฐบาลอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 6,301 คน นับตั้งแต่การปราบปรามการประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนธันวาคม ปี 2568
ส่วนกลุ่ม IHR ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนอร์เวย์ เตือนว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจจะเกิน 25,000 รายก็ได้
ทรัมป์ระบุด้วยว่า กำลังพลทางเรือของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียขณะนี้ มีขนาดใหญ่กว่ากองกำลังที่เขาเคยส่งไปยังเวเนซุเอลา ก่อนที่กองทัพสหรัฐฯ จะยึดตัวผู้นำประเทศในขณะนั้นอย่างนิโกลัส มาดูโร
ทรัมป์เสริมว่า กองกำลังดังกล่าวมีความพร้อม เต็มใจ และมีศักยภาพที่จะปฏิบัติภารกิจได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วและความรุนแรง หากจำเป็น
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังอ้างถึงการที่สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนว่า การโจมตีครั้งต่อไปจะรุนแรงกว่านี้มาก อย่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก
ด้านบีบีซีรายงานว่า จากการใช้เครื่องมือ BBC Verify สามารถติดตามการเคลื่อนย้ายกำลังพลทางทหารของสหรัฐฯ บางส่วนที่เกิดขึ้นล่าสุดในภูมิภาคดังกล่าวได้ โดยภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินขับไล่อย่างน้อย 15 ลำได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศมูวัฟฟัก ซัลตี (Muwaffaq Air Force Base) ของจอร์แดน
นอกจากนี้ ยังพบจำนวนอากาศยานที่เดินทางไปยังฐานทัพในจอร์แดน กาตาร์ และฐานทัพดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
BBC Verify ระบุว่า มีเครื่องบินลำเลียงและเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศหลายสิบลำเดินทางเข้าสู่ตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน ยังพบโดรนและเครื่องบินสอดแนม P-8 Poseidon ปรากฏบนเว็บไซต์ติดตามการบิน FlightRadar24 โดยปฏิบัติการอยู่ใกล้น่านฟ้าอิหร่าน
กองกำลังทางเรือขนาดใหญ่ หรือ “กองเรืออาร์มาดา” ตามคำเรียกของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ได้เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ รายหนึ่งยืนยันกับ BBC Verify
เมแกน ซัตคลิฟฟ์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Sibylline บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงระบุว่า ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เพิ่มกำลังทางเรือและทางอากาศเข้าสู่ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ท่าทีทางทหารในภูมิภาคแข็งกร้าวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ภาพถ่ายดาวเทียมยังแสดงให้เห็นว่า เรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีของสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ลำ และเรือรบอีก 3 ลำ ได้จอดประจำการอยู่ที่บาห์เรนมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลอิหร่านก็ได้ส่งเรือ IRIS Shahid Bagheri ซึ่งเป็นเรือบรรทุกโดรนและเริ่มเข้าประจำการเมื่อปีที่ผ่านมา ไปประจำการนอกชายฝั่งอิหร่าน โดยภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันการเคลื่อนไหวดังกล่าว