Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
กองเรือรบสหรัฐฯ มุ่งสู่อ่าวเปอร์เชีย เที่ยวบินชะงัก คว่ำบาตรซ้ำวิกฤต
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

กองเรือรบสหรัฐฯ มุ่งสู่อ่าวเปอร์เชีย เที่ยวบินชะงัก คว่ำบาตรซ้ำวิกฤต

26 ม.ค. 69
13:36 น.
แชร์

สำนักข่าว Aljazeera รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งกองเรือรบบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เคลื่อนพลมุ่งหน้าไปยังอ่าวเปอร์เซีย ในขณะที่ความตึงเครียดกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ครั้งล่าสุดที่กองทัพสหรัฐฯ เสริมกำลังครั้งใหญ่ในตะวันออกกลางคือเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2025 เพียงไม่กี่วันก่อนที่จะมีการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ในช่วงสงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอลและเตหะราน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศสนับสนุนผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่าน โดยเขากล่าวกับผู้ประท้วงในขณะที่รัฐบาลกำลังใช้กำลังปราบปรามว่า "ความช่วยเหลือกำลังไปหาพวกคุณแล้ว" อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขาได้ลดระดับวาทกรรมทางการทหารลง ขณะที่การประท้วงได้ถูกปราบปรามจนสงบลงแล้ว 

ดังนั้น ยุทโธปกรณ์ทางทหารของสหรัฐฯ ที่กำลังเคลื่อนย้ายไปยังอ่าวเปอร์เซียมีอะไรบ้าง? และสหรัฐฯ กำลังเตรียมการที่จะโจมตีอิหร่านอีกครั้งหรือไม่? ท้ายที่สุดแล้ว การเคลื่อนพลขนาดใหญ่ ส่งผลต่อเส้นทางการบินและความกังวลต่อการคว่ำบาตรเพิ่มเติมรุนแรงแค่ไหน

เหตุใดสหรัฐฯ จึงเคลื่อนย้ายเรือรบ?

ทรัมป์เปิดเผยว่า "กองเรือรบ Armada" ของสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่อิหร่าน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่มเรือรบบรรทุกเครื่องบินและยุทโธปกรณ์อื่น ๆ จะเดินทางถึงตะวันออกกลางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พร้อมกล่าวว่า “เรากำลังเฝ้าดูอิหร่าน เรามีกองกำลังขนาดใหญ่ที่มุ่งหน้าไปยังอิหร่าน” แต่ก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “บางทีเราอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้มัน... เรามีเรือจำนวนมากที่มุ่งหน้าไปทิศทางนั้น เผื่อไว้ก่อน เรามีกองเรือขนาดใหญ่ อย่าง Flotilla กำลังเดินทางไป แล้วเราจะได้เห็นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) ได้เปลี่ยนเส้นทางจากทะเลจีนใต้เมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อน เพื่อมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง กลุ่มเรือรบโจมตีประกอบด้วยเรือทำลายล้างติดตั้งขีปนาวุธร่อนโทมะฮอว์ก ซึ่งมีความสามารถในการโจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปในดินแดนของอิหร่าน เรือรบของกองทัพสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างเดินทางไปยังตะวันออกกลางยังได้รับการติดตั้งระบบการรบเอจิส ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันทางอากาศและป้องกันขีปนาวุธ ทั้งขีปนาวุธนำวิถี และขีปนาวุธร่อน รวมถึงภัยคุกคามทางอากาศอื่น ๆ

เมื่อครั้งที่วอชิงตันโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน มีรายงานว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ยิงขีปนาวุธโทมะฮอว์กจำนวน 30 ลูกจากเรือดำน้ำ และดำเนินการโจมตีด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 เมื่อทรัมป์ถูกถามว่า เขาต้องการให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านก้าวลงจากตำแหน่งหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเรื่องนั้น แต่พวกเขารู้ว่าเราต้องการอะไร ซึ่งตอนนี้ มีการฆ่าฟันเกิดขึ้นมากมาย” นอกจากนี้ เขายังย้ำคำกล่าวอ้างที่ว่า คำขู่จะใช้กำลังของเขาทำให้ทางการอิหร่านหยุดประหารชีวิตผู้ที่เข้าร่วมการประท้วงมากกว่า 800 คน ซึ่งเป็นข้อกล่าวอ้างที่เจ้าหน้าที่อิหร่านปฏิเสธ

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า กำลังมีการพิจารณาส่งระบบป้องกันทางอากาศเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งอาจมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการโจมตีจากอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค สื่อของรัฐอิหร่านระบุว่า การประท้วงทำให้มีผู้เสียชีวิต 3,117 ราย ซึ่งรวมถึงพลเรือน 2,427 ราย และสมาชิกกองกำลังความมั่นคง

ทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง มีมากแค่ไหน?

ข้อมูลจากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระบุว่า ดำเนินการฐานทัพในตะวันออกกลางมาหลายทศวรรษ และมีทหารประจำการอยู่ที่นั่นประมาณ 40,000 ถึง 50,000 นาย ซึ่งสหรัฐฯ ดำเนินเครือข่ายฐานทัพที่กว้างขวาง ทั้งแบบถาวรและชั่วคราว ในสถานที่อย่างน้อย 19 แห่งในภูมิภาค ในจำนวนนี้ มี 8 แห่งเป็นฐานทัพถาวร ตั้งอยู่ในบาห์เรน อียิปต์ อิรัก จอร์แดน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

แม้แผนยุทธศาสตร์ป้องกันชาติ (NDS) ฉบับล่าสุดของเพนตากอนจะเน้นนโยบาย 'ถอนกำลังทหารจากทั่วโลก' เพื่อกลับมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงในซีกโลกตะวันตก แต่การสั่งเคลื่อนกองเรือรบเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียครั้งนี้ ถือเป็นข้อยกเว้นที่สวนทางกับแผนความมั่นคง 4 ปีอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์ในอิหร่านมีความเร่งด่วนจนสหรัฐฯ ไม่อาจละสายตาได้

อิหร่านตอบโต้อย่างไร?

อับบาส อับดุลลาฮี อาเลียบาดี หัวหน้าฝ่ายประสานงานระหว่างกองทัพอิหร่านและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เตือนว่า การโจมตีทางการทหารต่ออิหร่านจะทำให้ฐานทัพสหรัฐฯ ทั้งหมดในภูมิภาคกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” ด้านพลเอก โมฮัมหมัด ปากพูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ กล่าวในอีกสองวันต่อมาว่า อิหร่าน “พร้อมยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ และนิ้วก็วางอยู่บนไกปืนแล้ว” เขาเตือนวอชิงตันและอิสราเอลว่า จงหลีกเลี่ยงการคำนวณที่ผิดพลาด

ในเดือนนี้ วอชิงตันได้ถอนบุคลากรบางส่วนออกจากฐานทัพในตะวันออกกลาง หลังจากอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีกลับ หากวอชิงตันเปิดฉากโจมตีในดินแดนของตน ในบทความที่ลงในหนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี ยังระบุด้วยว่า อิหร่านจะ “สวนกลับด้วยทุกสิ่งที่เรามี” หากถูกโจมตี เขากล่าวว่า “การเผชิญหน้าแบบเต็มรูปแบบจะดุเดือดและยืดเยื้อนานกว่าระยะเวลาที่เพ้อฝันซึ่งอิสราเอลและตัวแทนพยายามจะหลอกขายให้ทำเนียบขาวอย่างแน่นอน”

การสัญจรทางอากาศหยุดชะงักหรือไม่?

ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนำไปสู่การระงับเที่ยวบินบางส่วน ในช่วงสุดสัปดาห์ แอร์ฟรานซ์ได้ยกเลิกเที่ยวบินสองเที่ยวจากปารีสไปยังดูไบ โดยระบุว่า บริษัทตรวจสอบสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในดินแดนที่ให้บริการและเส้นทางที่เครื่องบินบินผ่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและมั่นคงทางการบินระดับสูงสุด และหลังจากนั้นก็ได้กลับมาให้บริการตามปกติ

สายการบินลักซ์แอร์ (Luxair) ได้เลื่อนเที่ยวบินเมื่อวันเสาร์จากลักเซมเบิร์กไปยังดูไบออกไป 24 ชั่วโมง โดยให้เหตุผล เนื่องจากความตึงเครียดและความไม่ปลอดภัยที่ส่งผลกระทบต่อน่านฟ้าของภูมิภาค และสอดคล้องกับมาตรการของสายการบินอื่น ๆ อีกหลายแห่ง 

ส่วนที่สนามบินนานาชาติดูไบ พบการยกเลิกเที่ยวบินในวันเสาร์จากอัมสเตอร์ดัมโดยสายการบิน KLM และ Transavia ของเนเธอร์แลนด์ ขณะที่เที่ยวบินบางส่วนของ KLM ไปยังกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ก็ถูกยกเลิกในวันศุกร์และวันเสาร์เช่นกัน

สหรัฐฯ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่านหรือไม่?

สหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรเมื่อวันศุกร์ต่อกองเรือ 9 ลำและเจ้าของเรือ โดยรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหาว่า เรือเหล่านี้ขนส่งน้ำมันอิหร่านมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรที่มีมาก่อนหน้านี้ 

ด้านสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า การคว่ำบาตรดังกล่าวถูกบังคับใช้เนื่องจากการที่อิหร่าน “ปิดกั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อปกปิดการละเมิดสิทธิ” ต่อพลเมืองในช่วงการปราบปรามการประท้วงทั่วประเทศ และมาตรการนี้พุ่งเป้าไปที่การตัดเส้นทางการเงินและรายได้หลักของอิหร่านด้วย ซึ่งรัฐบาลนำรายได้เหล่านั้นมาปราบปรามประชาชนของตนเอง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า เรือ 9 ลำที่ตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งเดินเรือภายใต้ธงชาติปาเลา ปานามา และเขตอำนาจศาลอื่น ๆ เป็นส่วนหนึ่งของ “กองเรือเงา” (Shadow fleet) ที่ลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะจากรัสเซียและอิหร่าน

ชนวนเหตุการประท้วงในอิหร่านเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีวิกฤตค่าเงินเรียลตกต่ำเป็นประวัติการณ์เป็นแรงผลักดันหลัก ก่อนจะขยายตัวเป็นความรุนแรงทั่วประเทศ จนนำไปสู่มติของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อวันศุกร์ที่ 23 มกราคม เพื่อประณามรัฐบาลอิหร่านต่อกรณีปราบปรามผู้ประท้วง

อย่างไรก็ตาม นายอาลี บาห์เรินี ตัวแทนอิหร่านประจำเจนีวา ได้ออกมาปฏิเสธและตอบโต้ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิต 3,117 รายนั้น ส่วนใหญ่ถูกสังหารโดย 'กลุ่มก่อการร้าย' ที่ได้รับสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมประชดประชันว่า ประเทศที่มีประวัติก่ออาชญากรรมสงครามไม่ควรมาสั่งสอนอิหร่านเรื่องสิทธิมนุษยชน

ในทางกลับกัน ข้อมูลจากกลุ่มนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน (HRANA) ในสหรัฐฯ กลับระบุตัวเลขที่สูงกว่ามาก โดยยืนยันยอดผู้เสียชีวิตเบื้องต้นอย่างน้อย 5,137 ราย และกำลังเร่งตรวจสอบกรณีต้องสงสัยอีกเกือบ 13,000 ราย


แชร์
กองเรือรบสหรัฐฯ มุ่งสู่อ่าวเปอร์เชีย เที่ยวบินชะงัก คว่ำบาตรซ้ำวิกฤต