
เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญแรงกดดัน และความท้าทาย เมื่อ “ตลาดความรัก” เคลื่อนไหวสวนทาง ผู้ชายจำนวนมากประสบปัญหาหาคู่ ขณะที่ผู้หญิงมีอำนาจในการเลือกมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทจัดหาคู่ หรือ “แม่สื่อ” กลายเป็นธุรกิจคิวทองขึ้นมาทันที
จีนเผชิญภาวะ “ผู้ชายล้นตลาด” เมื่อสถิติการจดทะเบียนสมรสลดลงเหลือเพียง 6.76 ล้านคู่ในปีที่ผ่านมา ซึ่งลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน เป็นผลพวงจากผลนโยบายลูกคนเดียวในอดีตและค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับลูกชาย ทำให้ตอนนี้ ประเทศจีนมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 30 ล้านคน
แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้างเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ประเด็นอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ ผู้หญิงจีนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ พวกเธอมองว่า เธอไม่จำเป็นต้องรีบแต่งงาน ทำให้ตอนนี้ตลาดความรักเกิดการสวนทางกัน เพราะผู้ชายจำนวนมากต้องการแต่งงาน ในขณะที่ผู้หญิงเลือกมากขึ้น และใช้เวลาการตัดสินใจนานขึ้น
ปัจจัยเชิงโครงสร้างไม่ใช่ปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่เทรนด์ที่กำลังมาแรงอย่าง “Self - Love” หรือ “รักตัวเอง” ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหานี้ด้วย เพราะผู้หญิงจีนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ กำลังเปลี่ยนมุมมองต่อความรักและการแต่งงานอย่างมีนัยสำคัญ พวกเธอไม่ได้มองว่า การแต่งงานเป็นเป้าหมายหลักของชีวิตอีกต่อไป และเลือกที่จะให้ความสำคัญกับอาชีพ รายได้ รวมถึงคุณภาพชีวิตมากขึ้น ส่งผลให้การตัดสินใจมีคู่ช้าลง และมีความพิถีพิถันในการเลือกมากขึ้น
เมื่อความต้องการของผู้ชายที่ยังคงมุ่งสู่การแต่งงาน สวนทางกับทัศนคติของผู้หญิงที่เลือกมากขึ้น ตลาดความรักจึงสวนทางกันอย่างชัดเจน มาตรฐานในการเลือกคู่ถูกยกระดับขึ้น โดยผู้หญิงจำนวนไม่น้อยมองหาคู่ครองที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เช่น มีบ้าน มีรถ มีรายได้มั่นคงอย่างน้อย 12,000 หยวนต่อเดือน หรือประมาณ 57,000 บาท หรือมีอาชีพในองค์กรที่มีสวัสดิการที่ดี ทำให้ผู้ชายจำนวนมากแม้จะมีโปรไฟล์ดี แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่คาดหวัง ก็ถูกปฏิเสธตั้งแต่ในขั้นตอนเริ่มต้นของการทำความรู้จัก จนหลายคนต้องหันไปพึ่งธุรกิจมาแรงอย่างบริษัทจัดหาคู่ หรือแม่สื่อ ซึ่งแม่สื่อเจียง เสี่ยวหลิง (Jiang Xiaoling) ได้ยืนยันว่า “ผู้หญิงที่ผู้ชายกำลังตามจีบอยู่นั้น มีทุกอย่างที่พวกเธอต้องการอยู่แล้ว”
ภายใต้แรงกดดันนี้ ธุรกิจจัดหาคู่ในจีนจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ให้บริการเพียงการจับคู่แบบดั้งเดิม แต่พัฒนาไปสู่บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์โปรไฟล์เชิงลึก การปรับภาพลักษณ์ การให้คำปรึกษาด้านบุคลิกภาพและการสื่อสาร ไปจนถึงการคัดกรองคู่ตามสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นระบบ การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่าการหาคู่ในปัจจุบันกำลังกลายเป็น “การลงทุน” รูปแบบหนึ่ง
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะในระดับบุคคล แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความท้าทายเชิงโครงสร้างของประเทศ อัตราการแต่งงานที่ลดลงนำไปสู่อัตราการเกิดที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สังคมจีนกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว แนวโน้มดังกล่าวย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจระยะยาวในอนาคต
หากมองกลับมาที่ประเทศไทย แม้จะไม่ได้เผชิญภาวะตลาดรักสวนทางในระดับเดียวกับจีน แต่ทิศทางของสังคมกลับสะท้อนแนวโน้มที่ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะเทรนด์ “Self-Love” หรือการให้คุณค่ากับตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมการเลือกคู่ของคนไทยรุ่นใหม่เริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไลฟ์สไตล์ และความเข้ากันได้ในระยะยาว มากกว่าการแต่งงานตามกรอบสังคมแบบเดิม