
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลคดีจับกุม นายหมิงเฉิน ซัน ชายชาวจีนที่ซุกซ่อนอาวุธและวัตถุระเบิดในจังหวัดชลบุรี สังคมตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงกับขบวนการก่อการร้าย เพราะตำรวจพบคลิปการฝึกใช้อาวุธที่ค่ายทหารในกัมพูชา และพบข้อมูลแชตสนทนาเกี่ยวกับการวางแผนก่อวินาศกรรม
นอกจากนี้ ผู้ใช้โซเชียลมีเดียยังแชร์ภาพบัตรประจำตัวคนต่างด้าว (บัตรสีชมพู) ระบุที่อยู่ในเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร และภาพบัตรประจำตัวประชาชนคนไทย (บัตรสีฟ้า) ชื่อ “นายเฉิงเจ้า หวู” ระบุที่อยู่ในเขตบางแค พร้อมตั้งคำถามว่าบุคคลนี้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในคดีหรือไม่ และชาวจีนสามารถถือครองบัตรประชาชนคนไทยได้อย่างไร
ล่าสุด สน.เพชรเกษม ซึ่งเป็นท้องที่ตามที่อยู่ตามบัตรประชาชนคนไทยของนายเฉิงเจ้า หวู ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีชายชาวจีนที่มีบัตรประชาชนคนไทยว่า
"ตามที่ปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ว่า “ไม่ใช้เฉพาะหนุ่มจีนเจ้าของคลังแสงมีเลขบัตรปชช.-มีชื่อในทะเบียนบ้าน เข้าออกไทยบ่อย บิ๊กต่ายสนใจตรวจสอบบุคคลนี้มั้ยครับ ชื่อจีน มีเลข13หลัก มีชื่อในทะเบียนบ้าน”และมีภาพบัตรประจำตัวประชาชนสีฟ้า ปรากฎ ชื่อ วันเกิด ที่อยู่ และรายละเอียดตามบัตร
เนื่องจาก บุคคลดังกล่าว มีที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนที่ปรากฎตามสื่อออนไลน์ อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.เพชรเกษม
พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม จึงได้เดินทางไป ตรวจสอบที่อยู่ดังกล่าวเบื้องต้นตรวจสอบแล้วได้สัญชาติไทยมาอย่างถูกต้องและสำนักงานเขตยืนยัน ว่าได้สัญชาติไทยโดยการพิสูจน์สัญชาติ
ขณะที่ข้อมูลตรวจสอบกรณีดังกล่าวจาก สน.เพชรเกษม พบว่า บุคคลดังกล่าวมีสัญชาติไทยจริง ซึ่งได้สัญชาติไทยมาตั้งแต่รุ่นปู่ ขณะที่จากการประสานข้อมูลกับสำนักงานเขตบางแค ยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวได้ทำบัตรประชาชนที่เขตบางแคจริง โดยได้สัญชาติไทยมาถูกต้องตั้งแต่ปี 2551
ส่วนที่อยู่ที่ปรากฏภายในบัตรประชาชนนั้น เป็นที่พักอาศัยของครอบครัวซึ่งอยู่กันหลายคน จากการตรวจสอบพบว่าที่บ้านประกอบอาชีพค้าส่งเกี่ยวกับอุปกรณ์สื่อสารและมีการงานอาชีพที่มั่นคง ขณะเดียวกันชายชาวจีนรายนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้จักกับนายหมิงเฉิน ซัน หนุ่มชาวจีนที่ครอบครองอาวุธสงครามที่ชลบุรีแต่อย่างใด
Advertisement