
ความคืบหน้ากรณีเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 69 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิงผู้อื่นเสียชีวิต บริเวณหน้าอู่ช่างแป๊ะ ตำบลทองหลาง อำเภอบ้านนา โดยผู้เสียชีวิตคือ น.ส.กรวิกา วิเวก อายุ 35 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะเสียชีวิตคาที่
ล่าสุด พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก (ผบก.ภ.จว.นครนายก) ได้สั่งการด่วนให้ชุดสืบสวน สภ.บ้านนา สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครนายก เร่งแกะรอยและปูพรมไล่ล่าตัวคนร้ายอย่างกระชั้นชิด จนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุคือ นายอานนท์ สัมฤทธิ์ หรือ นนท์ เอาไว้ได้ทันทีภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายอานนท์ ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ โดยระหว่างทำแผน ผู้ต้องหาได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "เขาด่าผม เขาพยายามท้าทายผม เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ อยากขอโทษผู้เสียชีวิต"
ในส่วนของปมสาเหตุการก่อเหตุ ในชั้นสอบสวน นายอานนท์ ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่าไม่พอใจที่ผู้ตายไปพูดกับคนอื่นว่าตนเองเมายาแล้วหลอน ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย จึงเกิดความแค้นและบุกมาก่อเหตุ
อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เปิดเผยข้อสงสัย และปมความขัดแย้งที่แท้จริงว่า นายนนท์น่าจะไม่พอใจ และระแวงในเรื่องที่พี่ชายของตนเอง ซึ่งเป็นอดีตสามีเก่าของผู้ตาย โดยทั้งคู่เลิกรากันไปหลายปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในคดียาเสพติดไปเมื่อ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา
โดยนายนนท์เข้าใจผิดคิดว่า น.ส.กรวิกา เป็นคนแจ้งเบาะแสให้ตำรวจมาจับกุมพี่ชาย ที่ผ่านมาผู้ตายได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมเชื่อแ ละมักจะมีปากเสียงทะเลาะกันมาอยู่เรื่อยๆ สอดคล้องกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากตรวจสอบจากภาพและเสียงในกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ มีการโต้เถียงกันในประเด็นเรื่องการแจ้งตำรวจจับกุม แม้เสียงในคลิปจะได้ยินไม่ชัดเจนทั้งหมดก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายปมสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน ช่างแปะ เจ้าของบ้านและเป็นประจักษ์พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยนาทีระทึกว่า ตนได้ยินเสียงคนทะเลาะกันอยู่หน้าบ้าน จึงออกมาดู และพยายามห้ามปราม พร้อมไล่ให้แยกย้ายกันอยู่หลายรอบ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมฟัง ตนจึงเดินไปหยิบโทรศัพท์ เพื่อจะโทรแจ้งตำรวจ แต่จังหวะนั้นก็เกิดเหตุยิงกันขึ้นเสียก่อน ตนจึงรีบวิ่งออกไปดูผู้เสียชีวิต และเด็ก ซึ่งในระหว่างนั้นเด็กน้อยร้องไห้งอแงด้วยความตกใจอย่างหนัก
ช่างแปะยังได้กล่าวฝากสะท้อนใจว่า ควรคิดไตร่ตรองให้ดีกว่านี้ เพราะเด็กก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย ไม่สมควรก่อเหตุรุนแรงต่อหน้าเด็กเช่นนี้เลย
ขณะที่ นางสุรีรัตน์ อายุ 36 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ขณะเกิดเหตุ น.ส.กรวิกากำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่กับลูกสาววัย 3 ขวบเศษ จู่ๆ นายอานนท์ ได้บุกเข้ามาใช้อาวุธปืนข่มขู่บังคับให้ผู้ตายขึ้นรถ แต่ผู้ตายขัดขืนและตะโกนขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้นตามภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมฝากตัดพ้อว่า "มีอะไรทำไมไม่คุยกันดีๆ มาทำแบบนี้สงสารเด็กบ้างไหม"
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้พบเห็นและญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก เนื่องจาก น้องอิง บุตรสาววัย 3 ขวบเศษ อยู่ในเหตุการณ์และจำเรื่องราวทั้งหมดได้ว่าใครเป็นคนทำร้ายแม่ แต่ด้วยความไร้เดียงสา เด็กน้อยยังไม่ทราบว่าผู้เป็นแม่ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยยังคงพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า "จะไปโรงเรียน ต้องไปไหว้แม่ แม่เตรียมชุดไว้ให้แล้ว" กลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไร้ซึ่งแม่ให้กราบไหว้ในเทศกาลวันแม่แห่งชาติ หลังจากนี้ทางครอบครัวจะต้องช่วยกันโอบกอดและดูแลสภาพจิตใจของเด็กน้อยอย่างใกล้ชิดต่อไป
ทางครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิตได้กล่าวขอบคุณ พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา ผบก.ภ.จว.นครนายก และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว เด็ดขาด และสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสีย
Advertisement