Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"เจเศรษฐ์"ผนึก 4 จังหวัดลุ่มน้ำ รับมืออากาศผันผวน พร้อมช่วยข้ามพื้นที่

"เจเศรษฐ์"ผนึก 4 จังหวัดลุ่มน้ำ รับมืออากาศผันผวน พร้อมช่วยข้ามพื้นที่

12 ส.ค. 69
19:00 น.
แชร์

"เจเศรษฐ์" ลุยชัยนาท ผนึกกำลัง 4 จังหวัดลุ่มน้ำ รับมือสภาพอากาศผันผวน วางเครือข่าย พร้อมส่งกำลังสนับสนุนข้ามพื้นที่

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท เพื่อติดตามแผนงานและการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง โดยเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และแผนการเตรียมความพร้อมในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี และอุทัยธานี ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้ในพื้นที่จังหวัดชัยนาทขณะนี้จะยังไม่มีสถานการณ์น้ำท่วมก็ตาม

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงสถานการณ์เฉพาะหน้าว่าพื้นที่ใดกำลังประสบภัย แต่ต้องการติดตามว่า “แผนงานและระบบความพร้อม” ของแต่ละพื้นที่มีประสิทธิภาพเพียงใด ทั้งการวางแผน บุคลากร เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อให้เมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้นในพื้นที่ใด สามารถสนับสนุนและเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

“ในนามของรัฐบาล ผมขอส่งผ่านความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า เตรียมกำลังคน เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อม และหากพื้นที่ใดเกิดเหตุและต้องการการสนับสนุน ก็ต้องสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว” นายเจเศรษฐ์กล่าว

พร้อมกันนี้ นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ได้กำชับหน่วยงานด้านการประปาให้เตรียมความพร้อมและบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการติดตามสถานการณ์และวางแผนบริหารจัดการน้ำต้นทุน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนในช่วงที่สภาพอากาศมีความแปรปรวน พร้อมให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำในระยะต่อไป

“ผมได้กำชับหน่วยงานด้านการประปาไปพร้อมกันด้วยว่า เรื่องน้ำต้องบริหารให้สมดุล ทั้งการรับมือกับน้ำมากและการเตรียมน้ำไว้สำหรับช่วงที่อาจเกิดน้ำแล้ง ต้องวางแผนล่วงหน้าและดูแลน้ำต้นทุนให้เพียงพอ เพื่อให้มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะมีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อะไรขึ้น” นายเจเศรษฐ์กล่าว

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและแนวโน้มปรากฏการณ์ ENSO ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำในระยะต่อไป โดยข้อมูลที่ได้รับรายงานระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ภายใต้อิทธิพลของเอลนีโญกำลังอ่อน และมีแนวโน้มที่จะคงสภาวะดังกล่าวต่อเนื่องไปถึงช่วงต้นปี 2570 ขณะที่ช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 มีโอกาสที่เอลนีโญจะพัฒนาความรุนแรงขึ้น จึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือทั้งสถานการณ์ฝนตกหนักในบางช่วงและความเสี่ยงด้านน้ำในระยะต่อไป

นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและอัปเดตข้อมูลสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางและการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าหรือผ่านพื้นที่ต่าง ๆ จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและเตรียมตัวได้อย่างปลอดภัย

“ผมขอให้ทุกหน่วยงานอัปเดตข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที เพราะข้อมูลที่เร็วและถูกต้องมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเดินทางไปในพื้นที่ หากเรารู้ว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยง มีฝนตกหนัก หรือมีสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง ก็จะได้วางแผนการเดินทางและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่เตรียมหน่วยงานให้พร้อม แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้ข้อมูลและพร้อมไปกับเราด้วย” นายเจเศรษฐ์กล่าว

ภายหลังการประชุม นายเจเศรษฐ์ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท พร้อมตรวจติดตามความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และสามารถเคลื่อนย้ายเข้าสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ

นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท ไม่ได้มีภารกิจเพียงดูแลพื้นที่รับผิดชอบของตนเองเท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “กำลังสนับสนุน” ให้กับพื้นที่อื่นเมื่อเกิดสถานการณ์ โดยเฉพาะในกรณีที่พื้นที่ประสบภัยมีความต้องการเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม ซึ่งทรัพยากรจากศูนย์ฯ สามารถระดมและเคลื่อนย้ายเข้าไปสนับสนุนได้ตามความจำเป็น

“ศูนย์ ปภ. ที่ชัยนาทแห่งนี้ ต้องพร้อมช่วยเหลือทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในจังหวัดใกล้เคียง พื้นที่ต่างจังหวัด หรือหากเกิดเหตุการณ์ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนในวงกว้าง เราต้องสามารถระดมทรัพยากรที่มีอยู่เข้าไปช่วยได้ทันที หลักคิดของเราคือ เมื่อที่หนึ่งเดือดร้อน ที่ที่มีความพร้อมต้องสามารถเข้าไปช่วยเหลือกันได้” นายเจเศรษฐ์กล่าว

ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการรับมือภัยพิบัติภายในประเทศ แต่รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ภัยพิบัติขนาดใหญ่ในภูมิภาค โดยที่ผ่านมาเมื่อประเทศเพื่อนบ้านได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นและมีความจำเป็นต้องระดมความช่วยเหลือ ก็สะท้อนให้เห็นว่าการมีศูนย์กลางด้านเครื่องจักร อุปกรณ์ สิ่งของช่วยเหลือ และบุคลากรที่พร้อมใช้งาน จะทำให้การสนับสนุนสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

“เรื่องภัยพิบัติ เราต้องคิดให้ไกลกว่าพื้นที่ของตัวเอง เพราะภัยไม่ได้หยุดอยู่ที่เส้นเขตจังหวัดหรือเส้นเขตประเทศ หากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นที่ไหนและมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ เราต้องมีระบบที่สามารถส่งต่อกำลังและทรัพยากรไปสนับสนุนได้ นี่คือการทำงานแบบเครือข่ายที่กระทรวงมหาดไทยต้องสร้างให้เกิดขึ้น” นายเจเศรษฐ์กล่าว

จากนั้น นายเจเศรษฐ์ได้ตรวจเยี่ยมคลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน (DELSA) เพื่อติดตามความพร้อมของสิ่งของและอุปกรณ์สำหรับสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทั้งในประเทศและในระดับภูมิภาค

นายเจเศรษฐ์ย้ำว่า การทำงานของกระทรวงมหาดไทยต้องมองภาพรวมทั้งประเทศ โดยหากพื้นที่หนึ่งประสบอุทกภัยและมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือทรัพยากรจากพื้นที่อื่น ต้องสามารถประสานและระดมกำลังเข้าไปสนับสนุนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเชื่อมโยงการทำงานของจังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต หน่วยงานส่วนกลาง และเครือข่ายในพื้นที่ให้เป็นระบบเดียวกัน

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์สภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงวันที่ 11–13 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยยังมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักบางแห่งในหลายพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลาง จังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่

มท.3 ย้ำว่า “การเตรียมพร้อม” ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนภัยมา ใช้ข้อมูลล่วงหน้าเป็นฐานในการวางแผน และต้องพร้อมใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากพื้นที่ใดประสบภัย พื้นที่ที่มีความพร้อมต้องสามารถเข้าไปสนับสนุนได้ทันที เพื่อให้มหาดไทยเป็นกลไกเดียวที่เชื่อมโยงการทำงานทั้งประเทศ และดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด

Advertisement

แชร์
"เจเศรษฐ์"ผนึก 4 จังหวัดลุ่มน้ำ รับมืออากาศผันผวน พร้อมช่วยข้ามพื้นที่