
พายุฤดูหนาวที่กำลังพัดถล่มสหรัฐฯ ในเวลานี้ ส่งผลทำให้เที่ยวบินหลายพันเที่ยวบินถูกยกเลิกหรือล่าช้า เนื่องด้วยสภาพอากาศที่เลวร้าย ดังนั้นผู้โดยสารที่มีตั๋วเดินทางทั้งขาเข้าและขาออกจากสหรัฐฯ จึงควรตรวจสอบเที่ยวบินก่อนเดินทาง และแม้กระทั่งผู้โดยสารชาวไทยที่จะเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังประเทศใดก็ตาม หรือกำลังจะเดินทางกลับไทยจากต่างประเทศ ก็อาจจะได้รับผลกระทบเป็นห่วงโซ่จากการที่เที่ยวบินในสหรัฐฯ ล่าช้าหรือยกเลิกเช่นกัน
พายุฤดูหนาวลูกนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการเดินทาง การใช้ชีวิตของประชาชนในสหรัฐฯ แต่ปัญหาวิกฤตสภาพอากาศเช่นนี้เกิดบ่อยขึ้น และรุนแรงมากขึ้น จนนักเศรษฐศาสตร์มองว่า มันสามารถฉุดจีดีพีของสหรัฐฯ ให้ร่วงลงได้ถึงสูงสุด 2 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเลยทีเดียว
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานถนนถูกตัดขาด เสาไฟฟ้าหักโค่น ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ และมีรายงานประชาชนอย่างน้อย 18 ราย เสียชีวิตจากสภาพอากาศอันเลวร้ายทั่วสหรัฐฯ
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ รายงานว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา บางพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีหิมะตกหนาวัดปริมาณได้ถึง 50.8 เซนติเมตร ขณะที่พยากรณ์อากาศเตือนด้วยว่า จะมีพายุฤดูหนาวที่รุนแรงอีกลูก พัดเข้าทางตะวันออกของสหรัฐฯ อีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ด้วย
นับจนถึงบ่ายวันจันทร์ที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา มีประชาชนกว่า 2 แสนคนในรัฐเทนเนสซีไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ประชาชนต้องอยู่ท่ามกลางความหนาวและความมืดมิด
ส่วนที่นครนิวยอร์ก นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาจนถึงวันจันทร์ มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับพายุฤดูหนาวแล้วอย่างน้อย 8 ราย ขณะที่อุณหภูมิลดต่ำลงจนแตะเลขหลักเดียว
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประชาชนที่จะเดินทางด้วยเครื่องบินในสหรัฐฯ ต้องประสบกับปัญหาความล่าช้า เนื่องจากสายการบินต่าง ๆ มีรายงานเที่ยวบินล่าช้าไปกว่า 19,000 ครั้ง และมีการยกเลิกเที่ยวบินถึง 5,900 เที่ยวบิน
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ ยังรายงานว่า สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เพราะอาจจะมีพายุฤดูหนาวอีกลูกพัดเข้าในวันศุกร์นี้
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของสหรัฐฯ รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่งตกกระแทกพื้นขณะกำลังจะขึ้นบินจากสนามบินในรัฐเมนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 มกราคม 69 ) ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย
แถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของหน่วยบริหารการบินสหรัฐฯ ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้โดยสารและลูกเรือ 8 ราย และเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงจะยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใด จนกว่าทุกฝ่ายจะทำงานแล้วเสร็จ
สำหรับเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นรุ่น Challenger 650 ของบริษัท Bombardier Inc ประสบอุบัติเหตุตกเมื่อเวลา 19.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนสนามบินดังกล่าวโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า จะปิดให้บริการอย่างน้อยจนถึงเที่ยงวันอังคารที่ 27 มกราคม
อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางพายุฤดูหนาวรุนแรงที่โหมกระหน่ำหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ โดยก่อให้เกิดฝนเยือกแข็งและหิมะตกอย่างหนัก ตั้งแต่รัฐนิวเม็กซิโก ไปจนถึงรัฐนิวอิงแลนด์ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางอย่างหนักในสหรัฐฯ
ด้านนักเศรษฐศาสตร์และนักอุตุนิยมวิทยากำลังพยายามรับมือกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพายุฤดูหนาว ซึ่งในโลกที่มีปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศรุนแรงขึ้น พายุเช่นนี้เกิดบ่อยขึ้น และรุนแรงมากขึ้น
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เหตุการณ์พายุในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศมากเพียงใด จากการที่ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งต้องปิดให้บริการ หรือระบบไฟฟ้าเกิดความขัดข้อง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะลุกลามเป็นลูกโซ่ กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการดำเนินธุรกิจในหลายภาคส่วนพร้อมกัน นายเจคอบ ฟุกส์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านการวิจัยจากสถาบัน Cooperative Institute for Research in the Atmosphere มหาวิทยาลัยรัฐโคโลราโด กล่าว
ฟุกส์ระบุว่า แม้นักวิจัยจะยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นเอกฉันท์ แต่การประเมินส่วนใหญ่ชี้ว่า วิกฤตสภาพอากาศรุนแรงโดยรวมสามารถฉุดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ลงได้ราว 0.5% ถึง 2% ต่อปี ซึ่งเขามองว่าเป็นตัวเลขที่ “สูงมาก”
ทั้งนี้ เมื่อ GDP ของสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ความเสียหายดังกล่าวจะคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 150,000 ล้านดอลลาร์ ถึง 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี