
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้แถลงเตือนว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาเข้าแทรกแซงการเมืองอิหร่าน เพื่อเป็นการปกป้องความปลอดภัยของกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งอาจใช้กองกำลังทหารเป็นหนึ่งในทางเลือก ทำให้รัฐบาลอิหร่านไม่อยู่เฉย ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดเช่นกันว่า อิหร่านพร้อมที่จะทำสงครามกับสหรัฐฯ ทุกเมื่อ
ประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ ควาลิบาฟ ได้ย้ำคำเตือนถึงสหรัฐอเมริกาในวันนี้ โดยให้คำมั่นว่า ฐานทัพทหาร เรือ และบุคลากรของสหรัฐฯ ทั่วทั้งภูมิภาคจะตกเป็นเป้าหมาย หากรัฐบาลวอชิงตันเข้าแทรกแซงในประเทศ
สถานีโทรทัศน์ Press TV ของรัฐบาลอิหร่าน รายงานคำกล่าวของประธานรัฐสภา ระบุว่า “จงมาดูเถิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรือและฐานทัพทหารของอเมริกาในภูมิภาคนี้ จงมาและถูกแผดเผาในกองเพลิงของประชาชาติอิหร่านอย่างรุนแรง จนมันกลายเป็นบทเรียนแห่งประวัติศาสตร์สำหรับผู้นำสหรัฐฯ ที่กดขี่ทุกคน จงมาและรับรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกคุณและกับภูมิภาคนี้”
กลุ่มสิทธิมนุษยชนอิหร่านซึ่งตั้งอยู่ในนอร์เวย์ เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการประท้วงในอิหร่านพุ่งสูงถึง 648 รายแล้ว นับตั้งแต่การประท้วงเริ่มต้นขึ้น เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา ขณะสำนักข่าว CNN รายงานข้อมูลของสำนักข่าวนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตในอิหร่านอยู่ที่ 512 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 9 ราย
ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านสั่งตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ตัวเลขผู้เสียชีวิตดังกล่าวจึงมีความไม่แน่นอนและตรวจสอบได้ยาก อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะสั่งปิดกั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แต่ก็มีคลิปวิดีโอหลายคลิป ซึ่งเชื่อว่าถ่ายทำเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นศพจำนวนมากเรียงรายอยู่ในห้องเก็บศพแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน และมีผู้คนในครอบครัวเดินรอบ ๆ เพื่อระบุตัวตนของผู้เสียชีวิต
จากข้อมูลขององค์กรสิทธิมนุษยชน Witness ระบุว่า ประชาชนกว่า 90 ล้านคนถูกตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตนับตั้งแต่การประท้วงเริ่มต้นขึ้นในอิหร่าน ในสถานการณ์เช่นนี้ สตาร์ลิงก์ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือในอวกาศ ช่วยให้โทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้รับการดัดแปลงสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยตรงโดยใช้เทคโนโลยีดาวเทียม
สถานีรับส่งสัญญาณ Starlink หลายหมื่นเครื่องถูกใช้งานภายในประเทศอิหร่านผ่านตลาดมืด โดยเป็นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญสำหรับผู้ที่ถูกจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล
มาห์ซา อาลีมาร์ดานี จากองค์กร Witness กล่าวว่า "เอกสารและข้อมูลส่วนใหญ่ที่รั่วไหลออกมาจากอิหร่านนับตั้งแต่เย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้น มาจากการเชื่อมต่อผ่านระบบ Starlink" อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวว่ามีการ "รบกวนสัญญาณอย่างรุนแรง" ต่อระบบ Starlink ในช่วงเริ่มต้นของการไฟฟ้าดับ แต่สถานีปลายทางบางแห่งได้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งตั้งแต่วันศุกร์
BBC Persian สามารถติดต่อกับผู้คนที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ชั่วคราวผ่านทาง Starlink และวิธีการอื่น ๆ แล้ว พวกเขากล่าวว่า การส่งข้อความหากันภายในประเทศอิหร่านนั้นยากมาก และบางคนได้รับข้อความเพียงสองอย่าง คือ เชิญชวนให้เข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนรัฐบาล หรือเตือนไม่ให้เข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาล
สารจากผู้นำสูงสุด อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี หลังจากการชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลในวันนี้ ชี้เป้าไปที่ “นักการเมืองอเมริกัน” โดยตรง เขาไม่ได้เอ่ยถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากสุนทรพจน์เมื่อสามวันก่อนที่เขากล่าวว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะถูก "โค่นล้ม"
สื่อของรัฐรายงานว่า มีผู้คนจำนวนมากรวมตัวกันในหลายเมืองหลังจากมีการเรียกร้องให้มีการชุมนุมสนับสนุนรัฐบาล BBC Persian ได้เห็นข้อความเชิญชวนผู้คนภายในประเทศให้เข้าร่วมการชุมนุมเหล่านี้ พร้อมทั้งเตือนไม่ให้พวกเขาเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาล
สารของคาเมเนอีเป็นสารแห่งชัยชนะ เขาบรรยายว่า วันนี้เป็น "วันประวัติศาสตร์" และกล่าวว่ามัน "ได้ขัดขวางแผนการของศัตรูต่างชาติ"