
8 มกราคม 2569 วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติผลักดันร่างสั่งห้ามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ดำเนินการทางหทารต่อเวเนซุเอลาเพิ่มเติม โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ด้านประธานาธิบดีอ้าง เป็นการเข้าไปดูแลประเทศที่ประสบปัญหาจนวิกฤตมานาน
ในขั้นตอนการพิจารณาเพื่อผลักดันอำนาจการทำสงคราม วุฒิสถาลงคะแนนเสียง 52 ต่อ 47 โดยสมาชิกเดโมแครตทั้งหมดลงมติร่างสั่งห้าม หรือ War Powers Resolution ที่ใช้จำกัดอำนาจประธานาธิบดี และในจำนวนนั้นมีสมาชิกพรรครีพับลิกันของทรัมป์อยู่ด้วย
เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณที่หาได้ยากที่สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาออกมาต่อต้านทำเนียบขาว โดยทรัมป์ได้โพสต์โซเชียลตำหนิว่า "ส.ว. รีพับลิกันควรละอายใจที่ลงคะแนนร่วมกับเดโมแครตเพื่อพยายามลิดรอนอำนาจในการปกป้องสหรัฐฯ"
อย่างไรก็ตาม มติของวุฒิสภาครั้งนี้ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ เพราะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรซึ่งพรรครีพับลิกันของทรัมป์ครองเสียงข้างมากอยู่ และหากทั้งสองสภาผ่านมติได้ ก็ยังต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 เพื่อล้มล้างการใช้สิทธิ์วีโต้ (Veto) ของทรัมป์
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ให้การกับสำนักข่าว the New York Times ว่า สหรัฐฯ อาจเข้าควบคุมดูแลเวเนซุเอลาได้ ทั้งอาจควบคุมรายได้จากน้ำมันของประเทศแห่งนี้ต่อไปอีกหลายปี แต่นานแค่ไหนทรัมป์กล่าวว่า “เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้”
และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อาจเป็น 3 หรือ 6 เดือนไหม หรือ 1 ปี ทรัมป์ตอบว่า “ผมคงพูดได้แค่ว่า นานกว่านั้นมาก ๆ ”
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า "เราจะฟื้นฟูประเทศขึ้นมาใหม่ ในแบบที่จะสร้างกำไรมหาศาล”
ทรัมป์กล่าวว่า การดำเนินงานระหว่างสหรัฐฯ กับรัฐบาลชั่วคราวของเดลซี โรดริเกซ กำลังไปได้สวยมาก โรดริเกซเป็นหนึ่งในสมาชิกคนสนิทของมาดูโร และเป็นรองประธานาธิบดีก่อนที่นิโคลัส มาดูโรจะถูกกองกำลังพิเศษสหรัฐฯ บุกเข้าจับกุมตัวในคืนวันที่ 3 มกราคม 2569 โดยขณะนี้ เธอดำรงตำแหน่งรักษาการณ์ประธานาธิบดี
นอกจากนี้ ดูเหมือนทรัมป์จะยกเลิกการขู่โคบัมเบียด้วยกำลังทางทหารแล้ว ทรัมป์กล่าวว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และโคลัมเบียคลี่คลายลง บทสนทนาระหว่างเขาและประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร เป็นไปด้วยดี และยังจะเชิญเปโตรมาเยือนวอชิงตันเร็ว ๆ นี้อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ เปโตร ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายซ้ายเป็นผู้นำกลุ่มแรก ๆ ที่ออกมาพูด เรียกการโจมตีครั้งนี้ว่า “การคุกคามอธิปไตย” ต่อภูมิภาคละตินอเมริกา และรัฐบาลโคลัมเบียไม่ยอมรับ “ปฏิบัติการทางทหารฝ่ายเดียว” ใด ๆ ที่อาจทำให้ประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยง โคลัมเบียยังเรียกร้องให้มีการประชุมสหประชาชาติฉุกเฉินในวันที่ 5 มกราคมเพื่อคุยสถานการณ์ดังกล่าว
หลังการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2566 ที่มีหลายฝ่ายชี้ว่า มาดูโรทุจริตผลการเลือกตั้ง นำมาสู่การประท้วงและปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองครั้งใหญ่ และมีคนถูกจับเป็นนักโทษการเมืองจำนวนมาก เมื่อมาดูโรถูกจับตัว ผู้นำฝ่ายค้าน รวมถึงกลุ่มสิทธิมนุษยชน ต่างเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองเหล่านั้น
ฮอร์เก โรดริเกซ ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติสูงสุดของเวเนซุเอลา แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า นักโทษจำนวนมากทั้งชาวต่างชาติและชาวเวเนซุเอลาจะได้รับการปล่อยตัวภายในวันนี้ เขาระบุว่า การปล่อยตัวนี้เป็น "ท่าทีแห่งสันติภาพ" ตามข้อเรียกร้องของฝ่ายค้าน และเป็นการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ได้ทำข้อตกลงกับฝ่ายใด
กลุ่ม Foro Penal คาดการณ์ว่า มีนักโทษการเมืองราว 863 ราย รวมถึงนักกิจกรรมและผู้สื่อข่าวที่ถูกจับกุมหลังการเลือกตั้งปี 2024 ที่มีข้อพิพาท
อย่างไรก็ตาม ในบทสัมภาษณ์ของ the New York Times ทรัมป์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า เหตุใดเขาจึงตัดสินใจไม่มอบอำนาจในเวเนซุเอลาให้แก่กลุ่มฝ่ายค้าน ซึ่งก่อนหน้านี้วอชิงตันเคยให้การรับรองว่าเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งปี 2024 อย่างถูกต้องชอบธรรม