
CNN รายงานว่า เกิดเสียงปืนดังกลางกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา บริเวณรอบทำเนียบประธานาธิบดีและพระราชวัง ท่ามกลางภาวะความตึงเครียด หน่วยงานด้านความมั่นคงได้เพิ่มการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด หลังอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยาถูกหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ รวบตัวไปต่อเนื่องเป็นวันที่สามแล้ว และเกิดขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่ขึ้นให้การในศาลนิวยอร์ก
ภาพวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์การยิงปืนและการยิงต่อต้านอากาศยานเหนือกรุงการากัส และมีเสียงปืนดังขึ้นท่ามกลางรายงานความสับสนวุ่นวายระหว่างหน่วยรักษาความปลอดภัยในเมืองหลวง ซึ่งชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งให้สัมภาษณ์กับ CNN กล่าวว่า พวกเขาได้ยินเสียงปืนดังขึ้นใกล้กับถนนอูร์ดาเนตา ใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดีมิราฟลอเรส
กระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศของเวเนซุเอลาแถลงว่า ตำรวจยิงใส่โดรนที่ "บินโดยไม่ได้รับอนุญาต" แต่ทางกระทรวงฯ กล่าวว่า “ไม่มีการปะทะกันเกิดขึ้น และทั้งประเทศสงบเรียบร้อยดี” แต่ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ควบคุมโดรนเหล่านั้น
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า พวกเขากำลังติดตามรายงานการยิงปืนจากเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด แต่ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการยิงต่อต้านในครั้งนี้
CNN รายงานว่า เสียงปืนที่ดังขึ้นอาจเป็นความเข้าใจผิดและความสับสนที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มติดอาวุธในเวเนซุเอลา โดยเฉพาะกลุ่มที่ปฏิบัติการอยู่รอบ ๆ ทำเนียบประธานาธิบดี
จุดเริ่มต้นเกิดจากมีเสียงของสมาชิกกลุ่มโคเลคติโวส (colectivos) กลุ่มองค์กรชุมชนหรือกลุ่มกึ่งทหาร ที่สนับสนุนรัฐบาลเวเนซุเอลาตะโกนขึ้นมาเพื่อร้องขอการสนับสนุนและกำลังเสริม หลังจากเกิดการปะทะ ที่พระราชวัง และพวกเขาได้ยินเสียงปืนหลายนัด
จากนั้นได้ยินเสียงสมาชิกอีกคนกล่าวว่าเกิด “ความเข้าใจผิด” และความสับสนหลังจากมีการยิงปืน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้สงบลงแล้ว
ในท้ายที่สุด มีการรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมิราฟลอเรสพบโดรนต้องสงสัยบินอยู่ในบริเวณดังกล่าว และมีการยิงต่อต้านโดรนลำนั้น แต่สถานการณ์ขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว โดยยังไม่ได้ระบุว่าโดรนลำดังกล่าวเป็นของเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใด ๆ
เดลซี โรดริเกซ อดีตรองประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศเวเนซุเอลา ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าสภานิติบัญญัติ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้ภักดีต่อรัฐบาล โรดริเกซได้ยืนยันอีกครั้งถึงการต่อต้านการโจมตีทางทหารที่นำไปสู่การจับกุมและขับไล่มาดูโรและภรรยาของเขา ซิเลีย ฟลอเรส ออกจากตำแหน่ง
โรดริเกซ วัย 56 ปี กล่าวต่อที่ประชุมว่า เธอมาด้วยความเจ็บปวดจากการลักพาตัววีรบุรุษสองท่านที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ได้แก่ ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ซิเลีย ฟลอเรส เธอสาบานว่า จะทำงานอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อรับประกันสันติภาพ ความสงบสุขทางจิตวิญญาณ เศรษฐกิจ และสังคมของประชาชนของเรา
โรดริเกซ อดีตทนายความด้านแรงงาน ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีนับตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีในช่วงเช้ามืดที่นำไปสู่การลักพาตัว มีรายงานการระเบิดเกิดขึ้นก่อนรุ่งสางวันเสาร์ (3 มกราคม) ในกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศ รวมถึงฐานทัพทหารเวเนซุเอลาในบริเวณใกล้เคียง และพื้นที่พลเรือนบางแห่งด้วย
ทั้งนี้ พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อยู่ภายใต้การดูแลของ ฮอร์เก โรดริเกซ น้องชายของโรดริเกซ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติ และ นิโคลัส มาดูโร เกร์รา บุตรชายของมาดูโร ซึ่งถือสำเนารัฐธรรมนูญของเวเนซุเอลา สมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่มคนสนิทของมาดูโร รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดิออสดาโด คาเบลโล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม วลาดิมีร์ ปาดริโน ก็เข้าร่วมงานด้วย