Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อิหร่านโดนตัดเน็ต ยิ่งประท้วงเดือด เรียกร้อง “เจ้าชายปาห์ลาวี” กลับมา
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

อิหร่านโดนตัดเน็ต ยิ่งประท้วงเดือด เรียกร้อง “เจ้าชายปาห์ลาวี” กลับมา

9 ม.ค. 69
11:01 น.
แชร์

ยิ่งตัดเน็ตฯ ม็อบยิ่งแรง!

อิหร่านตกอยู่ในสภาวะถูกตัดขาดจากโลกอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ โดยชาวอิหร่านต่างตะโกนด่าทอต่อต้านระบอบการปกครองในปัจจุบัน ขณะที่ความโกรธแค้นพุ่งสูงขึ้นจากปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และการปราบปรามโดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงส่อเค้าทวีความรุนแรง

ทางการได้ตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและสัญญานโทรศัพท์ทันที หลังจากที่การประท้วงในกรุงเตหะรานและเมืองหลักอื่น ๆ เริ่มขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น และมีชาวอิหร่านออกมาโพสต์ภาพวีดิโอเหตุการณ์การปราบปรามผู้ประท้วงที่รุนแรง คาดว่า รัฐบาลอิหร่านต้องการสกัดกั้นไม่ให้ผู้คนเข้าถึงการนัดหมาย-รวมตัวของม็อบแต่ละกลุ่มเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการตัดการสื่อสารระหว่างกลุ่มม็อบกลับล้มเหลว เนื่องจากยิ่งทำให้ประชาชนโกรธแค้นและไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการลงถนนประท้วงต่อต้านการกระทำของรัฐบาล 

ทั้งนี้ การชุมนุมประท้วงในอิหร่านได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว หลังจากค่าเงินเรียลลดฮวบและรัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่สำเร็จ

CNN รายงานว่า ผู้คนในเมืองต่าง ๆ กว่า 100 แห่ง ตั้งแต่ทางตะวันตกไกลอย่างเมืองอิลาม ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีชาวเคิร์ดอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่และมีพรมแดนติดกับอิรัก ไปจนถึงกรุงเตหะราน และเมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือใกล้ชายแดนอัฟกานิสถาน ได้พากันออกมาบนท้องถนนนับตั้งแต่การประท้วงเริ่มปะทุขึ้นครั้งแรก

รัฐบาลอิหร่านได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงมือปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงได้อย่างไม่ต้องปรานี นับเป็นกลยุทธ์เดิมที่เคยทำมา นั่นคือการปราบปรามโดยไม่มีการเสนอแนวทางแก้ไขที่ใช้ได้จริงต่อความคับข้องใจต่อปัญหาเศรษฐกิจ

ชาวอิหร่านถวิลหายุครุ่งเรืองในอดีต

องค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (IHRNGO) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในนอร์เวย์ รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีผู้ประท้วงอย่างน้อย 45 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 8 ราย ถูกสังหารนับตั้งแต่การชุมนุมเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2025 นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน และมีผู้ถูกควบคุมตัวมากกว่า 2,000 คน

นอกจากนี้ ยังมีแรงผลักดันจากต่างประเทศที่สนับสนุนให้ชาวอิหร่านออกมาประท้วง นั่นก็คือคำเรียกร้องของเจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมาร ที่ให้ทุกคนออกมาเดินขบวนประท้วงกดดันรัฐบาลต่อไป เจ้าชายปาห์ลาวีได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจบนแพลตฟอร์ม X โดยกระตุ้นให้ชาวอิหร่าน “ออกมาบนท้องถนน และรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อตะโกนเรียกร้องสิทธิของพวกคุณ” และทรงกล่าวเสริมว่า “จงลุกขึ้นสิ อิหร่าน!”

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านที่ยังภักดีต่อราชวงศ์ก็ได้ตะโกนก้องระหว่างการชุมนุมว่า “นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ปาห์ลาวีจะกลับมา” 

เจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี คือมกุฎราชกุมารองค์สุดท้ายของอิหร่าน เป็นโอรสของพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี กษัตริย์องค์สุดท้ายที่ปกครองอิหร่านก่อนจะเกิดการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 เมื่อเกิดการปฏิวัติโดยอยาตอลเลาะห์ โคมัยนี ครอบครัวปาห์ลาวีต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ ซึ่งขณะนั้นเจ้าชายเรซามีอายุเพียง 17 ปี ปัจจุบันเจ้าชายพำนักอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และกลายเป็นผู้นำฝ่ายค้านในต่างแดนที่มีบทบาทสูงที่สุดคนหนึ่ง

แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไปหลายทศวรรษ นับตั้งแต่การประวัติศาสตร์การปฏิวัติอิหร่าน แต่ยังคงมีกลุ่มผู้ภักดี รวมถึงคนรุ่นหลังที่เกิดไม่ทันยุคพระเจ้าชาห์เริ่มมองกลับไปในอดีต ว่ายุคนั้นอิหร่านมีความทันสมัย มีเสรีภาพในการแต่งกาย และเศรษฐกิจเฟื่องฟูกว่าปัจจุบัน นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังเชื่อว่า เนื่องจากฝ่ายค้านในอิหร่านถูกปราบปรามจนหมดสิ้น เจ้าชายเรซาจึงกลายเป็น "สัญลักษณ์" เดียวที่เหลืออยู่ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกและมีความเชื่อมโยงกับยุคที่อิหร่านเคยรุ่งเรือง

ประท้วงครั้งนี้ ไม่เคยมีมาก่อน

หลายฝ่ายมองว่า การประท้วงครั้งนี้แตกต่างจากครั้งอื่น เพราะแรงขับเคลื่อนที่แท้จริงคือปัญหาปากท้อง จากการที่รัฐบาลอิหร่านแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ตก ขณะนี้ชาวอิหร่านหลายล้านคนกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงและค่าเงินที่ตกต่ำลงอย่างมาก และมีผู้คนหลายพันคนออกมาบนท้องถนนเพื่อชุมนุมประท้วง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเหตุรุนแรงหลังจากการวางกำลังของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐบาล

การประท้วงที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เริ่มต้นขึ้นในย่านตลาดขนาดใหญ่และมหาวิทยาลัยของกรุงเตหะราน ซึ่งได้ค่อย ๆ ขยายตัวไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การเคลื่อนไหวที่ไร้ผู้นำและขาดการประสานงานนี้ได้กลายเป็นความรุนแรง เนื่องจากประเด็นการประท้วงทางเศรษฐกิจได้หลอมรวมเข้ากับประเด็นทางการเมือง

ชาวเตหะรานวัย 30 ปีรายหนึ่งซึ่งขอสงวนนามเพื่อความปลอดภัย กล่าวว่า “ครั้งนี้รู้สึกแตกต่างออกไปเพราะมันเป็นเรื่องของกำลังซื้อของประชาชน และผู้คนไม่สามารถซื้ออะไรได้จริง ๆ ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นเกือบจะทุกชั่วโมงในตอนนี้ แต่จะจบลงอย่างไรไม่มีใครรู้... ทุกคนต่างรู้สึกกังวล”

มาซิห์ อาลีเนจัด นักข่าวและนักเคลื่อนไหวชาวอิหร่าน เผยว่า การประท้วงได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าเรื่องเศรษฐกิจแล้ว โดยผู้คนกำลังสื่อสารอย่างชัดเจนที่สุดว่า ระบอบการปกครองนี้ไม่สามารถปฏิรูปได้อีกต่อไป ดังนั้นพวกเขาจึงพูดว่าเราต้องการให้สาธารณรัฐอิสลามสิ้นสุดลง

นักข่าวคนดังมองว่า การชุมนุมระลอกนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ เธอกล่าวว่า “ฉันถึงขั้นได้กลิ่นอายของเสรีภาพเลยทีเดียว เมื่อผู้คนออกไปบนท้องถนน พวกเขากล้าที่จะเปิดเผยใบหน้าของตนเอง พวกเขาบอกว่าเราไม่มีความกลัว เพราะเราไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว”


แชร์
อิหร่านโดนตัดเน็ต ยิ่งประท้วงเดือด เรียกร้อง “เจ้าชายปาห์ลาวี” กลับมา